วิธีเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ พร้อมแนะนำ 5 แบรนด์กระเป๋าเดินทางยอดฮิต

การเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานนั้นเป็นสิ่งจำเป็น มาดูกันว่ากระเป๋าเดินทางแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร และมีวิธีการเลือกแบบไหน ไปดูกันเลยค่ะ

กระเป๋าเดินทางปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆของผู้ที่รักการท่องเที่ยว ซึ่งการที่จะซื้อกระเป๋าเดินทางสักใบ จะต้องลงทุนในการซื้อกระเป๋าที่มีคุณภาพ เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณเดินทางสะดวกรวดเร็วแล้ว ยังรุ้สึกปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย แถมยังช่วยให้คุณประหยัดเงินในระยะยาวได้อีกด้วย เพราะการเลือกซื้อกระเป๋าที่มีราคาสูงจะเป็นกระเป๋าเดินทางที่มีคุณภาพ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และยังมีการรับประกันอีกด้วย จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่าเงินที่เสียไปไม่ศูนย์เปล่านั่นเอง กระเป๋าเดินทางมีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือก เช่น กระเป๋าล้อลาก กระเป๋าถือ และกระเป๋าเป้แบ็กแพ็ก เป็นต้น โดยกระเป๋าเดินทางส่วนใหญ่จะใช้กระเป๋าแบบล้อลาก เพราะสะดวกในการเคลื่อนย้าย และสามารถจัดเก็บสัมภาระได้ง่าย แถมวัสดุที่ใช้ผลิตยังมีความแข็งแรงอีกด้วย

กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากที่คนนิยมเลือกใช้มีให้เลือกอยู่สองแบบคือ Soft Case กับ Hard Case โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. แบบ Soft Case หรือเรียกว่าแบบผ้า โดยผลิตจากโพลีเอสเตอร์ผสมไนล่อน แบบผ้านี้จะมีความยืดหยุ่นสูง เวลาโยน หรือกระแทกตัวกระเป๋าจะไม่มีปัญหาเรื่องแตกหัก แต่มีข้อเสียคือ ง่ายต่อการโดนกรีด และน้ำเข้าได้ง่ายเวลาโดนฝน และน้ำหนักกระเป๋าค่อยข้างหนัก

2. แบบ Hard Case เป็นกระเป๋าที่ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพคือ ABS , PC มีความแข็งแรง คงทน ทนต่อแรงกระแทกได้อย่างดี น้ำหนักเบา แต่มีข้อเสียคือ หากเราเลือกกระเป๋าชนิดนี้ราคาถูกไปจะผลิตจากวัสดุที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ แนะนำให้เลือกกระเป๋าที่ผลิตจากวัสดุ ABS+PC ที่มีโครงอลูมิเนียมด้านใน เพราะตัวกระเป๋าจะเหนียว ไม่แตกง่าย ทำให้ป้องกันสิ่งของมีค่าในกะเป๋าได้ดีกว่า ABS ธรรมดา หรือ PC ธรรมดาแน่นอน

หลักในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางไว้ไปท่องเที่ยว

ในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางสักใบนั้น จะต้องมีหลักในการเลือกซื้อที่ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อให้ได้กระเป๋าเดินทางที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว โดยมี 8 ข้อดังนี้

1. ขนาดของกระเป๋าเดินทาง

จะต้องเลือกขนาดของกระเป๋าให้เหมาะสมกับสิ่งของที่จะต้องนำไป ซึ่งขนาดของกระเป๋า 18-20 นิ้ว จะเหมาะกับการเดินทาง 4-6 วัน ถ้าเดินทางประมาณ 7-10 วันควรเลือกขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาโดยอาจจะเป็น 24" หรือ 28" เป็นต้น นอกจากนี้อย่าลืมการกำหนดขนาด และน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางของแต่ละสายการบินอีกด้วย

2. วัสดุที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าเดินทาง

  • กระเป๋าเดินทางประเภทอ่อน (Soft Case) ผลิตจากวัสดุผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมไนล่อน เป็นกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่รักการช็อปปิ้ง เพราะสามารถจุของได้ปริมาณมาก ๆ แต่ป้องกันการกระแทกได้น้อย และอาจฉีดขาด หรือถูกกรีดได้ง่าย
  • กระเป๋าเดินทางประเภทแข็ง (Hard Case) ผลิตจากวัสดุพลาสติก ส่วนมากเป็นโพลีคอร์บอเนต (PC) และอะคริโลไนไตรล์-บิวทาไดอีน-สไตรีน (ABS) เป็นกระเป๋าที่มีความแข็งแรงสูง มีโครงสร้างกันกระแทกได้ดี สามารถกันน้ำ กันขโมย และป้องกันการกรีดเปิดได้อีกด้วย แต่มีข้อเสียคือกระเป๋าแข้งไม่มสามารถยืดหยุ่นได้ และราคาค่อนข้างสูง

3.ช่องใส่ของ

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง ซึ่งกระเป๋าเดินทางที่ดีจะต้องมีช่องใส่ของที่มาก มีความแข็งแรง และเหมาะสมกับสิ่งของที่เราต้องการนำไปใส่อีกด้วย

4. ซิป, หูหิ้ว และคันชักกระเป๋า

ในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางนั้นจะต้องตรวจสอบซิป, หูหิ้ว และคันชักกระเป๋าว่าดีหรือไม่ มีความแข็งแรง จับถือได้ง่ายหรือไม่

5. ล้อลาก

กระเป๋าเดินทางที่ดีจะต้องมีล้อลากที่แข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักกระเป๋าได้ดี สามารถเคลื่อนย้ายกระเป๋าได้โดยมีล้อลากให้เลือก 2 แบบคือล้อลากแบบ 2 ล้อ และล้อลากแบบ 4 ล้อ

6.ตัวล็อก

การเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางนั้นจะต้องดูตัวล็อกกระเป๋าด้วย ซึ่งตัวล็อกที่ดีจะช่วยป้องกันการขโมย และปลอดภัยกว่ากระเป๋าที่ไม่มีตัวล็อก ซึ่งในบางรุ่นจะมีตัวล็อคแบบ TSA Lock ซึ่งเป็นระบบล็อคพิเศษที่จะอนุญาติให้เจ้าหน้าเท่านั้นที่สามารถเปิดเพื่อตรวจสอบของภายในได้

7. รูปทรง และสีของกระเป๋าเดินทาง

รูปทรงเป็นอีกหนึ่งข้อที่ให้เราสามารถตัดสินใจเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง โดยรูปทรงจะต้องเป็นมาตรฐาน พร้อมสีสันที่สวยสะดุดตาจึงทำให้เราสามารถมองเห็นกระเป๋าเดินทางได้ง่ายขึ้น และป้องกันการสับสนหยิบกระเป๋าผิดอีกด้วย

8. ราคา และการรับประกัน

เป็นข้อที่จะต้องให้ความสำคัญสำหรับการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง ซึ่งกระเป๋าที่มีคุณภาพพร้อมการรับประกัน จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นจะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า วัสดุที่ใช้ในการผลิต และการรับประกันควบคู่กับการตัวสินใจเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง

5 แบรนด์กระเป๋าเดินทางยอดนิยม

กระเป๋าเดินทางมีวางจำหน่ายมากมายทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านกระเป๋าแบรนด์ต่าง ๆ และร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งกระเป๋าเดินทางแบรนด์ไหนที่ตอบโจทย์ความคุมค่า และไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัวมาดูกันเลย

1. Samsonite

เริ่มต้นด้วยกระเป๋าเดินทางแบรนด์ดัง ที่มีความโดดเด่นของแบรนด์ มีความสะดวกสบายในการใช้งาน ประหยัดพื้นที่ ทนทาน ดีไซน์สวยหรูหรา สะดุดตา ซึ่งราคาเบาเลย อยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท จนถึงหลักหมื่น จึงเป็นกระเป๋าเดินทางที่เหมาะสมกับคนที่ชอบความหรูหรา ชอบแบรนด์ และมีงบประมาณในการซื้อ

2. American Tourister

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในการผลิตกระเป๋าเดินทางที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับแบรนด์ Samsonite นั่นก็คือ American Tourister ด้วยความโดดเด่นที่ดีไซน์สวยงามหรูหรา ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน และมีระบบความปลอดภัย TSA Lock ในราคาที่จับต้องได้

3. RIMOWA

เป็นกระเป๋าเดินทางชื่อดังจากเยอรมนี จึงมีราคาค่อนข้างสูง แต่คุณภาพของกระเป๋ารับรองคุ้มค่าสุด ๆ ด้วยคุณสมบัติ และความโดดเด่นคือ นวัตกรรมการผลิตที่ทำให้กระเป๋ามีความแข็งแรงทนทาน กันน้ำกันฝุ่นได้ดี ทนต่อการใช้งานทุกสภาพผิว และมี Electronic Tag ที่ช่วยให้เราเช็กอินกระเป๋าได้ตั้งแต่ยังไม่ถึงสนามบิน โดยผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม RIMOWA จึงเป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางครองใจใครหลายคนบนโลก

4. LEGEND WALKER

กระเป๋าเดินทางคุณภาพเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับความโดดเด่นคือ การเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน ดีไซน์สวยงาน หรูหรา แต่แฝงไปด้วยความทันสมัย จึงเป็นกระเป๋าเดินทางที่เหมาะกับทุกโอกาสการใช้งานอย่างแท้จริง น้ำหนักเบา และที่สำคัญสามารถขยายขนาดกระเป๋าได้อีกด้วย

5. Caggioni

กระเป๋าเดินทางแบรนด์สัญชาติไทย ที่มาพร้อมกับมาตรฐานระดับสากล ดีไซน์สวย หรูหรา ผลิตจากวัสดุเกรดพรีเมียมจากเยอรมนี มีความแข็งแรง ทนทาน มาพร้อมกับล้อลากที่แข็งแรงจากประเทศญี่ปุ่น ประกอบเป็นกระเป๋าเดินทางคุณภาพดีเยี่ยม มีความทันสมัย สีสันสะดุดตา และราคาที่จับต้องได้จนอยากเป็นเจ้าของเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่ากระเป๋าแต่ละแบรนด์มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ในชนิดที่ว่าแบบไม่ยอมกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางนั้นจะต้องกล้าที่จะลงทุน ทั้งนี้เพื่อให้ได้กระเป๋าที่มีคุณภาพ คุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานนั่นเอง

หากคุณกำลังมองหากระเป๋าเดินทางดีๆสักใบไว้คู่กาย สามารถเข้าไปดูกันได้ที่ Priceprice.com