แนะนำ 10 รุ่นเด็ด ลำโพงพกพา 2020 - 2021 เสียงดี การออกแบบสวย ทนทาน ในราคาที่คุณเลือกได้

ลำโพงพกพา เป็นอีกทางเลือกของคนรักสียงเพลง ที่สามารถติดตัวไปไหนมาไหนได้ และแม้ขนาดจะเล็กแต่คุณภาพเสียงและฟังก์ชั่นการใช้งานนั้นใหญ่เกินตัว ส่วนรุ่นไหนจะโดนใจคุณนั้น วันนี้เราคัดมาให้เลือกกันอย่างจุใจถึง 10 รุ่นด้วยกัน

(รูปภาพจาก: sony.co.th)

ลำโพง ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับการฟังเพลงที่อยู่คู่กับคนรักเสียงเพลงมาอย่างยาวนาน และยิ่งเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นลำโพงก็มีให้เลือกมากมายหลายแบบ หลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีทั้งขนาดเล็ก ไปจนถึงลำโพงสำหรับการแสดงคอนเสิร์ต ทั้งแบบมีสายและสายสาย ซึ่งคุณภาพเสียงก็ดีขึ้นด้วย และสำหรับใครที่กำลังมองหา ลำโพงพกพา เอาไว้เป็นเพื่อนเดินทางหรือจัดปาร์ตี้เล็กๆ นอกสถานที่ วันนี้เราได้คัดเอา 10 รุ่นเด็ด ลำโพงพกพา ที่เสียงดี การออกแบบสวย ทนทาน จากยี่ห้อชั้นนำที่ได้รับความนิยม มาให้คุณได้พิจารณาเลือกใช้งานกัน ลองดูว่ารุ่นไหนที่น่าจะตรงใจคุณมากที่สุดครับ

วิธีเลือกซื้อ ลำโพงพกพา

ก่อนจะไปดูรายชื่อ ลำโพงพกพา รุ่นที่น่าสนใจ เรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันก่อนว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เราสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจเลือกซื้อและช่วยให้ได้ลำโพงคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด

1. ราคา

เรื่องแรกเลยที่ถือว่าสำคัญก็คือราคา เนื่องจากลำโพงพกพา มีมากมายหลากรุ่นหลายยี่ห้อ คุณภาพเสียงและคุณสมบัติก็แตกต่างกันออกไป การกำหนดงบประมาณเอาไว้ในใจจะช่วยให้เราสามารถตัดตัวเลือกที่ไม่ตรงกับงบประมาณของเราออกไปได้เยอะแล้วมาโฟกัสกับตัวเลือกที่ลงตัวได้มากขึ้น และเปรียบเทียบหารุ่นต่างๆ ที่ตรงใจเราที่สุดได้ง่ายขึ้นด้วย ทั้งนี้ลำโพงราคาแพงอาจไม่ใช่ลำโพงที่เสียงดีของทุกคนก็ได้ นอกจากนี้การสอดส่องหาโปรโมชั่นจากเว็บไซต์ต่างๆ ก็อาจช่วยให้เราได้ลำโพงดี ราคาไม่แพงเอาไว้ใช้งานอีกด้วย

2. คุณภาพเสียง

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการเลือกซื้อลำโพง คุณภาพเสียงที่ดีคือสิ่งที่เราต้องการ แต่อย่างที่บอกว่าเสียงดีของแต่ละคนอาจจะไม่ต้องเหมือนกัน การได้ทดลองฟังจึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าเสียงแบบไหนที่เราชอบ หากไม่สามารถทำได้ก็อาจจะใช้การดูจากรีวิวโดยนักรีวิวที่วางใจได้ หรือไม่ก็ลองอ่านสเปคที่เกี่ยวข้องเช่น Codec (ระบบแปลงสัญญาณ), Passive Radiator และจำนวนวัตต์ของลำโพง ซึ่งตัว Codec นั้นถ้าเรียงจากคุณภาพเสียงดีสุดไปยังต่ำสุดก็คือ LDAC, aptX, aptX HD, AAC, SBC ส่วน Passive Radiator จะมาช่วยในเรื่องของเสียงเบสที่หนักแน่น และกำลังวัตต์ก็จะบอกถึงระดับความดังและความหนักแน่นของเสียงที่ออกมา ยิ่งถ้าต้องใช้งานกลางแจ้งก็ควรเลือกที่มีวัตต์สูงตั้งแต่ 20 วัตต์ขึ้นไป และหากต้องการคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นก็ควรเลือกลำโพงแบบสเตอริโอที่ราคาอาจจะแพงกว่าแบบโมโนแต่ก็ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเช่นกัน

3. ขนาด ดีไซน์ และความทนทาน

เรื่องต่อมาก็คือ ขนาด ดีไซน์ และความทนทาน ซึ่งในกรณีของ ลำโพงพกพา นั้น ควรเลือกที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปนักหรือบางรุ่นสามารถคล้องกับกระเป๋าได้เลย ส่วนดีไซน์ก็แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน มีทั้งแบบเรียบ แบบหรู หรือสีสันฉูดฉาดบาดตาให้เลือกใช้การตามต้องการ ทั้งนี้อีกเรื่องที่ต้องไม่ลืมก็คือความทนทานของลำโพงโดยเฉพาะหากจะนำไปใช้งานกลางแจ้งเช่นปาร์ตี้ริมสระ ฟังเพลงชายหาด หรือเที่ยวน้ำตก ก็ควรเลือกรุ่นที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำกันฝุ่น และใช้วัสดุที่ค่อนข้างแข็งแรงกว่าปกติ

4. ฟังก์ชั่นพิเศษ

ฟังก์ชั่นการทำงานของ ลำโพงพกพา ในปัจจุบัน มีการพัฒนาขึ้นจากเดินหลายอย่างทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการรับสัญญาณ Bluetooth จากอุปกรณ์ที่จะใช้เล่นเพลงซึ่งเวอร์ชันล่าสุดนั้นจะเป็น Bluetooth 5.1 แต่พื้นฐานทั่วไปจะอยู่ที่ Bluetooth 4.0 หรือ 4.1 ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องของการเชื่อมต่อที่เสถียรและระยะการเชื่อมต่อที่ไกลขึ้นตามเวอร์ชันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของแอพพลิเคชั่นจากผู้ผลิตที่ทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้พร้อมกันหลายตัว หรือเชื่อมกับลำโพงรุ่นเดียวกันได้ เพื่อให้เสียงที่ดังขึ้น ปุ่มพิเศษสำหรับใช้ควบคุมการทำงาน ช่องสำหรับเสียบ USB และที่ไม่ควรมองข้ามก็คือระยะเวลาในการใช้งานของแบตเตอรี่เพราะเมื่อนำไปใช้นอกสถานที่จะได้ฟังเพลงกันแบบต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่มากจนเกินไป

5. การรับประกันสินค้า

เรื่องสุดท้ายแต่สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นก็คือระยะเวลาและเงื่อนไขในการรับประกันสินค้า เนื่องจากลำโพงเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หากชำรุดขึ้นมาก็ยากที่จะซ่อมแซมหรือแก้ไขด้วยตัวเอง การมีเงื่อนไขการรับประกันที่ดีและระยะเวลาที่ยาวนานจะช่วยให้เราใช้งานได้อย่างสบายใจมากขึ้น รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในกรณีที่การชำรุดอยู่ในเงื่อนไขของการรับประกัน นอกจากนี้ควรเลือกซื้อจากร้านที่วางใจได้ด้วย

10 รุ่นเด็ด ลำโพงพกพา

ทราบเคล็ดลับในการเลือกซื้อ ลำโพงพกพา กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันเลยกับ 10 รุ่นเด็ด ลำโพงพกพา ที่เสียงดี การออกแบบสวย ทนทาน ฟังก์ชั่นหลากหลาย จากยี่ห้อชั้นนำที่นักฟังเพลงไว้วางใจ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นและราคาที่แตกต่างกันออกไป ลองดูว่ารุ่นไหนที่น่าจะโดนใจคุณมากที่สุดครับ

1. JBL GO 3

(รูปภาพจาก: th.jbl.com)

ลำโพงพกพา รุ่นแรกที่ไม่ควรพลาดก็คือ JBL GO 3 ที่โดดเด่นด้วยสีสันสะดุดตา วางตรงไหนก็ดูดี โดยมากับสีดำ, สีส้ม และสีเหลือง ตัวลำโพงหุ้มด้วยผ้าชั้นดี มีแผ่นซิลิโคนที่ด้านล่างเพื่อให้ตั้งวางได้อย่างมั่นคงในทุกพื้นที่ พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ช่วยให้คุณอุ่นใจยามใช้งานภายนอกทั้งสระน้ำหรือชายทะเล มาพร้อมคุณภาพเสียง JBL Pro จากแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำของวงการ แม้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก แต่ก็ให้เสียงเบสที่หนักแน่น ออกแบบมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก สตรีทแฟชั่น มาพร้อมกำลังขับ 4.2W RMS รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.1 แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้สูงสุด 5 ชั่วโมง การชาร์จหนึ่งครั้งใช้เวลา 2.5 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีสายคล้องที่ด้านข้างเพิ่มความสะดวกในการพกพาไปยังที่ต่างๆ อีกด้วย

2. Marshall Emberton

(รูปภาพจาก: marshallheadphones.com)

ต่อกันเลยกับ ลำโพงพกพา ในรุ่น Marshall Emberton จากแบรนด์ชั้นนำที่คนในวงการเครื่องเสียงไว้วางใจมากว่า 5 ทศวรรษ ก่อตั้งโดย Jim Marshall ชาวอังกฤษในปี 1962 ความน่าสนใจคือเขาเป็นคนที่รักและคลุกคลีอยู่ในวงการดนตรีและเสียงเพลงมายาวนาน นั่นทำให้สินค้าของ Marshall เข้าถึงและเข้าใจผู้ใช้ในวงกว้าง ทั้งกับผู้ใช้ทั่วไป นักดนตรีมืออาชีพ หรือการจัดแสดงในงานขนาดใหญ่ ส่วน Marshall Emberton นั้นโดดเด่นด้วยระบบเสียง True Stereophonic แบบ 360 องศา ชัดเจนทุกมิติ ตัวลำโพงออกแบบมาให้แข็งแรงทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX7 ให้คุณพกพาไปได้ทุกที่อย่างอุ่นใจมากขึ้น มาพร้อมปุ่มควบคุมแบบหลายทิศทางสีทองดูหรูหรา มีไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเพียง 0.7 กิโลกรัม รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 5.0 ระยะการเชื่อมต่อ 10 เมตร แบตเตอรี่สามารถใช้เล่นเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 20 ชั่วโมง มีระบบชาร์จเร็วที่การชาร์จเพียง 20 นาที สามารถใช้งานได้ถึง 5 ชั่วโมง ถ้าคุณกำลังมองหา ลำโพงพกพา คุณภาพระดับแถวหน้ารุ่นนี้คือคำตอบ

3. JBL Boombox 2

(รูปภาพจาก: jp.jbl.com)

ลำโพงพกพา อีกรุ่นที่น่าสนใจมากก็คือ JBL Boombox 2 ที่ออกมาสานต่อความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง Boombox 1 โดยเป็นลำโพงสำหรับสายปาร์ตี้ทั้งในและนอกสถานที่ มาพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดแต่เสียงทรงพลังมากขึ้นอีกเยอะ ให้เสียงเบสที่หนักแน่นจนใจสั่นได้หากอยู่ในที่ไม่กว้างมาก ง่ายต่อการพกพาด้วยหูหิ้วด้านบน รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth 5.1 ที่มีความเสถียรของสัญญาณมากขึ้น เชื่อมต่อได้รวดเร็วและประหยัดพังงาน ซึ่งผู้ใช้หลายคนค่อนข้างพอใจกับการเชื่อมต่อไร้สายของลำโพงพกพารุ่นนี้เรียกว่าลื่นไหลไม่สะดุดให้อารมณ์เสีย แถมความทนทานก็สูงด้วยมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX7 ขนาดที่ว่าเทน้ำใส่ลงไปบนตัวลำโพงก็ไม่สะทกสะท้าน ยิ่งกับงานปาร์ตี้ด้วยแล้วเผลอทำน้ำหกใส่ก็ไม่ระคายผิว ส่วนแบตเตอรี่ของเจ้า JBL Boombox 2 ก็ใช้งานได้สูงสุดถึง 24 ชั่วโมง พ่วงมาด้วยความสามารถในการเป็นแบตเตอรี่สำรองให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Party Boost ที่ช่วยให้สามารถจับคู่กับลำโพง JBL ที่มีระบบเดียวกันเพื่อเล่นเพลงพร้อมกันเพิ่มพลังเสียงให้กระหึ่มมากยิ่งขึ้น ใครชอบลำโพงเสียงดังหน่อยรุ่นนี้แหละใช่เลย

4. Sony SRS-XB12

(รูปภาพจาก: sony.co.th)

Sony SRS-XB12 ลำโพงพกพา จากยี่ห้อที่มากับมาตรฐานสูงและได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ทั่วโลก รุ่นนี้มากับขนาดที่เล็กกะทัดรัด พกพาสะดวกด้วยสายคล้องแบบถอดได้สามารถแขวนไว้และเล่นเพลงต่อไปได้ในขณะเดินทาง ด้านพลังเสียงนั้นใหญ่เกินตัวเรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋วด้วยเทคโนโลยี EXTRA BASS ให้เสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น ด้วย Passive Radiator ทำงานร่วมกับลำโพงโมโนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโทนเสียงต่ำ ส่งผลให้เสียงเบสมีพลังมากขึ้นแม้ขนาดจะเล็กกะทัดรัด สามารถเชื่อมต่อเพื่อเล่นเพลงในระบบสเตอริโอกับลำโพงตัวอื่นได้ แบตเตอรี่ของ Sony SRS-XB12 สามารถใช้งานได้นานถึง 16 ชั่วโมง กันน้ำระดับ IP67 จะแค่น้ำหกใส่หรือเผลอทำตกน้ำก็หายห่วง และยังกันฝุ่นระดับ IP73 ใช้ได้ทั้งชายหาด ป่า ทะเลทราย มีสีสันให้เลือกมากมายตามความต้องการ

5. Bose SoundLink Mini II SE

(รูปภาพจาก: bose.co.uk)

ต่อกันเลยกับ Bose SoundLink Mini II SE ลำโพงพกพา จากผู้ผลิตสัญชาติอเมริกันที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมากมากกว่า 50 ปี มีผลงานมากมายออกมาให้เลือกใช้กัน โดยรุ่นนี้มากับการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทนทานด้วยวัสดุอลูมีเนียม ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเพียง 0.68 กิโลกรัมพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ตั้งวางได้อย่างมั่นคง แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ให้คุณเพลิดเพลินกับเพลงโปรดได้อย่างต่อเนื่อง ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C มาพร้อมเสียงที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ พลังเบสนุ่มลึกเกินตัว มีไมโครโฟนสำหรับรับสาย เชื่อมต่อด้วย Bluetooth ระยะ 9 เมตร รองรับการใช้งานร่วมกับ Siri และ Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงได้ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ถึง 8 อย่าง มีให้เลือกในสีเงิน Luxe Silver และสีดำ Triple Black

6. Anker SoundCore Boost

(รูปภาพจาก: anker.com)

Anker SoundCore Boost ลำโพงพกพา ที่มากับความเรียบง่ายแต่ให้เสียงที่น่าประทับใจ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth 4.2 ระยะ 20 เมตร รองรับการเชื่อมต่อ NFC กับอุปกรณ์ในระบบปฏิบัติการ Android แบตเตอรี่ความจุ 5,200 mAh สามารถใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง สามารถใช้ในการคุยโทรศัพท์ได้ ด้านบนมีปุ่มควบคุมเอาไว้ให้ใช้งานสะดวกพร้อมรีโมทคอนโทรลสั่งงานระยะไกล รวมถึงมีปุ่มสำหรับเพิ่มเสียงเบสโดยเฉพาะใส่มาให้ด้วย ทรงพลังด้วยกำลังขับ 20W ผ่านไดรเวอร์คู่ประสิทธิภาพสูงและซับวูฟเฟอร์แบบพาสซีฟคู่ ทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX5 อุ่นใจมากขึ้นในการใช้งานด้วยการรับประกันสินค้ายาวนานถึง 18 เดือนเลยทีเดียว

7. JBL PartyBox On-The-Go

(รูปภาพจาก: eu.jbl.com)

ไปให้สุด สนุกให้สุดเหวี่ยงกับ ลำโพงพกพาในรุ่น JBL PartyBox On-The-Go ที่มากับขนาดที่ใหญ่ขึ้นให้พลังขับที่สูงกว่า พ่วงเสียงที่หนักแน่นและตัวเครื่องที่แข็งแรงทนทาน มาพร้อมระบบเสียง JBL Pro Sound กำลังขับ 100W ทรงพลังทั้งกลางแจ้งและในอาคาร ให้เสียงสูงที่คมชัด เสียงกลางและเบสที่หนักแน่น พร้อม Bass Boost ที่จะมาทำให้หัวใจเต้นแรงมากยิ่งขึ้น เร้าใจกับไฟแสงสีที่ปรับได้เพิ่มสีสันให้ทุกปาร์ตี้ มาพร้อมกับไมโครโฟนไร้สาย JBL ที่มีระยะไกลถึง 10 เมตร รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, USB, AUX และ TWS (True Wireless Stereo) กันน้ำได้ระดับ IPX5 ให้คุณไม่ต้องคอยกังวลว่าจะชำรุดเพราะน้ำหกใส่ระหว่างการสังสรรค์กันอย่างสุดเหวี่ยง มีสายคล้องไหล่ที่ช่วยให้พกพาได้สะดวกขึ้น

8. AIWA MI-X150 Retro Plus

(รูปภาพจาก: int-aiwa.com)

AIWA MI-X150 Retro Plus ลำโพงพกพา ดีไซน์คลาสสิกสมกับชื่อรุ่น ชวนให้คิดถึงวันวาน แต่มากับเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยด้านบนมากับปุ่มควบคุมแบบมือหมุนเข้ากับรูปทรงและสีสัน มีหูหิ้วช่วยให้สะดวกต่อการพกพา รองรับการเล่นเพลงผ่าน USB หรือเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย Bluetooth 5.0 สามารถปรับระดับของเสียงเบสและเสียงแหลมได้บนตัวลำโพง กำลังขับให้มาที่ 60W พร้อมเทคโนโลยี BASS++ เพิ่มมิติของเสียงให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ภายในมีแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh สามารถใช้งานได้ยาวนาน ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปให้คุณพร้อมสำหรับเพลงโปรดได้ทุกที่ทุกเวลา และยังมาพร้อมกับการรับประกันสินค้าอีก 1 ปีด้วย

9. Marshall Stockwell II

(รูปภาพจาก: marshallheadphones.com)

Marshall Stockwell II ลำโพงพกพา อีกรุ่นจากทาง Marshall ที่มาในแนวคลาสสิกด้วยปุ่มควบคุมด้านบนแบบหมุนได้ มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ที่ชัดเจน รูปทรงกะทัดรัด พกพาได้ง่ายขึ้นด้วยหูหิ้วแบบหนังที่นุ่มสบายมือ น้ำหนักอยู่ที่ 1.38 กิโลกรัม ตัวลำโพงผลิตจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน สามารถเคลื่อนย้ายไปด้วยได้ทุกที่ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 20 ชั่วโมง สนุกกันตลอดงานแบบไม่ต้องกลัวแบตหมดง่ายและยังมีระบบชาร์จเร็วที่การชาร์จ 20 นาที สามารถใช้ต่อได้ถึง 6 ชั่วโมง มาพร้อมระบบเสียงแบบรอบทิศทางทำให้ได้ยินชัดเจนทุกจุด รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ระยะ 9 เมตร ใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย สลับการเชื่อมต่อได้ง่ายดาย และยังทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX4 ป้องกันน้ำกระเซ็นใส่ได้ มาพร้อมการรับประกัน 1 ปี

10. B&O Beosound A1 2nd Gen

(รูปภาพจาก: bang-olufsen.com)

ส่งท้ายรายชื่อ ลำโพงพกพา น่าใช้กันด้วย B&O Beosound A1 2nd Gen ลำโพงรูปทรงกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีสายคล้องช่วยให้พกพาง่าย พร้อมคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเกินตัวด้วยระบบเสียง Punchy, True360 รอบทิศทาง ได้ยินชัดเจนมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหน พ่วงระบบ Multipoint ช่วยให้อุปกรณ์สองเครื่องเชื่อมต่อและควบคุมเพลงได้ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 18 ชั่วโมง ฟังเพลงกันยาวๆ แบบไม่ต้องกลัวอารมณ์สะดุด รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.1 ให้สัญญาณที่เสถียร ประหยัดพลังงานมากขึ้น ภายในมีไมโครโฟน 3 ตัว ช่วยให้ใช้พูดคุยสนทนาได้ รองรับคำสั่งเสียง Alexa Voice Assistant ทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 พกพาไปไหนมาไหนด้วยอย่างอุ่นใจมากขึ้น

ผ่านไปแล้วกับ 10 รุ่นเด็ด ลำโพงพกพา ที่เรานำมาแนะนำให้คุณได้เลือกใช้งานกัน จากผู้ผลิตหลายยี่ห้อและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ทั้งขนาด ดีไซน์ ระบบเสียง และราคา ลองเทียบในรายละเอียดกันดูอีกครั้งว่า ลำโพงพกพา รุ่นไหน ยี่ห้อใด ที่น่าจะลงตัวกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุดครับ