Facebook Messenger เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ทำให้คุณสามารถยกเลิกข้อความที่ส่งออกไปแล้วได้

ประกาศล่าสุดจาก Facebook Messenger ได้เพิ่มฟังค์ชั่นการยกเลิกข้อความที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจส่งถึงบุคคลที่กำลังแชทด้วยได้ภายใน 10 นาที

เมื่อปีก่อนเคยมีข่าวฉาวเกี่ยวกับการใช้งาน Facebook Messenger ของผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Facebook อย่างคุณ Mark Zuckerberg และอีกหลายคนที่เคยส่งข้อความถึงผู้ใช้งาน พบว่าในกล่องข้อความที่มีการสนทนาระหว่างกันนั้นข้อความที่ส่งมาจากผู้บริหารระดับสูงของ Facebook ในช่วงปี 2010 นั้นอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่ข้อความตอบกลับจากตัวผู้ใช้เองนั้นยังอยู่ครบถ้วน ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจและขาดความเชื่อมั่นในแอพพลิเคชั่น Facebook Messenger ที่ตัวผู้ใช้งานเองไม่สามารถลบข้อความได้แต่เจ้าของแอพพลิเคชั่นกลับลบได้ตามใจชอบ!?! ซึ่งหลังจากกรณีดังกล่าวทางบริษัทก็ได้ออกมาแถลงว่าทางบริษัทกำลังพัฒนาฟีเจอร์การลบข้อความที่ส่งไปแล้วให้กับผู้ใช้ทุกคนได้ใช้กัน จนถึงวันนี้ก็เกือบครบปีแต่ก็ไม่สายเกินไป

เมื่อปลายปี 2017 ทางด้านผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นส่งข้อความที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยอย่าง LINE ก็ได้เปิดตัวฟังค์ชั่นการยกเลิกข้อความ ล่าสุดวันนี้ทางฟาก Facebook Messenger ก็ได้เปิดตัวฟังค์ชั่นเดียวกันนี้บางแล้วแต่จะมีกำหนดระยะเวลาหลังจากส่งข้อความนั้นออกไป 10 นาทีเท่านั้น ขณะที่แอพพลิเคชั่น LINE ให้เวลาคิดทบทวน 24 ชั่วโมง แต่ทั้งสองแอพสามารถลบข้อความได้ทั้งการแชทแบบ 1 ต่อ 1 หรือการแชทแบบกรุ๊ป โดยเมื่อลบข้อความออกไปก็จะถูกแทนที่ด้วยข้อความที่บอกว่าข้อความนั้นถูกลบออกไป

วิธีการใช้ฟังค์ชั่นการลบข้อความบน Facebook Messenger นั้นามารถทำได้ง่ายโดยกดค้างที่คำพูดที่คุณอยากลบ (แน่นอนว่าคุณจะลบได้เฉพาะข้อความที่คุณเป็นผู้ส่งเท่านั้น !) จากนั้นกดเลือกคำว่า Remove จากนั้นระบบจะฟ้องกล่องข้อความมาให้เลือก 2 แบบ คือ Remove from Everyone คือลบออกจากทุกคนในกรุ๊ป ฟังค์ชั่นนี้จะใช้ได้ในระยะเวลา 10 นาทีหลังจากข้อความนั้นถูกส่งเท่านั้นหรือ Remove from You คือการลบข้อความออกเฉพาะฝั่งของคุณคนเดียวเท่านั้น โดนฟังค์ชั่นนี้สามารถใช้ได้ตลอดเวลา เมื่อกดยืนยันข้อความก็จะถูกลบออกไปแล้วมีคำว่า "You removed a message" ขึ้นมาแทนในตำแหน่งเดียวกัน ง่ายมากๆใช่ไหมละ

อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่สำหรับใครที่มักจะใช้แอพ Facebook Messenger นี้เป็นประจำกับเพื่อนต่างชาติที่นิยมใช้แอพนี้ในการพูดคุยก็อาจจะดีใจที่ในที่สุดก็เปิดตัวออกมาเสียที หลังจากที่ทาง LINE ออกฟีเจอร์นี้นำหน้าไปก่อนแล้ว