Atmoph Window มิติใหม่ของหน้าต่างแห่งอนาคต หน้าต่างอัจฉริยะที่จะพาคุณดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพภายใต้ความคมชัดระดับ 4K

นี่มันคือหน้าต่างแห่งอนาคต! Atmoph Window หน้าต่างอัจฉริยะกับความละเอียด 4K ที่จะทำให้คุณสำผัสกับความสมจริงทั่วโลกได้ในห้องนอนของคุณ แล้วคุณจะไม่ลองได้อย่างไร?

หน้าต่างอัจฉริยะ Atmoph นี้ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำในยุคของโลกไซเบอร์ คาดว่ามันจะมาแรงพอๆกับ สมาร์ทโฟนเลยทีเดียว เนื่องจากมันสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและมีฟังชั่นน่าทึ่งอีกหลายๆอย่าง โดยทุนสร้างของมันมาจากการระดมทุนถึง 20,000,000 เยน(ประมาณ 6 ล้านบาท) จากเว็บไซต์ Kickstarter ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้นักประดิษฐ์เสนอไอเดียสิ่งประดิษฐ์ลงไป ถ้ามีผู้ที่สนใจในสิ่งประดิษฐ์นั้นๆพวกเขาก็จะบริจาคเงินสำหรับสิ่งประดิษฐ์นั้น เมื่อเงินครบตามที่กำหนดสิ่งปะะดิษฐ์นั้นก็จะสามารถทำออกมาได้จริงในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีการระดมทุนในเว็บไซต์ Makuake ของประเทศญี่ปุ่นถึง 6,800,000 เยน(ประมาณ 2 ล้านบาท) อีกด้วย หน้าต่างอัจฉริยะนี้ สามารถแสดงภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามต่างๆรอบโลกได้ในระดับความชัดถึง 4K ทำให้คุณสามารถสัมผัสกับบรรยากาศห้องที่ไม่เหมือนใครได้ คุณสามารถเป็นเจ้าของของหน้าต่างอัจฉริยะนี้ได้ในราคา 69,800 เยน (21,545 บาท) ไม่รวมภาษี โดยแถมฉากทัศน์เคลื่อนไหวฟรี 10 ฉากติดตั้งเสร็จสรรพไว้ในเครื่อง ถ้าเท่านั้นยังไม่พอล่ะก็ ยังมีทิวทัศน์อีกมากมายถึง 500 ฉากที่คุณสามารถซื้อได้ผ่าน View Store เรียกได้ว่าเป็นหน้าต่างแห่งอนาคตจริงๆ

การใช้งานหน้าต่างอัจธริยะร่วมกับสมาร์ทโฟน

คุณสามารถที่จะแขวนหรือพิงหน้าต่าง Atmoph ไว้ที่กำแพงให้เสมือนว่ามันเป็นหน้าต่างบ้านคุณจริงๆ เพราะด้วยรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งนี้ไม่เหมาะที่จะวางแทนโทรทัศน์ที่บ้านคุณแน่ๆ หน้าจอแสดงผลของ Atmoph สามารถแสดงภาพระดับ Full HD (1080 x 1920 พิกเซล ) ถึงแม้ว่าภาพฉากต่างๆนั้นจะถูกย่อขนาดลงไปก็ตาม ในการติดตั้งและใช้งานหน้าต่างอัจฉริยะนี้คุณต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงในอุปกรณ์สมาร์ทโฟนของคุณ และต้องมีอินเตอร์เน็ตเพื่อที่จะเชื่อมต่อ ในตอนแรกหน้าต่าง Atmoph สามารถรองรับคลื่นความถี่ WIFI ได้เพียง 2.4GHz แต่ตอนนี้มันปรับให้สามารถรองรับความถี่ได้ถึง 5GHz (IEEE 802.11ac/n/a/g/b) ซึ่งลดโอกาสที่จะถูกรบกวนโดยคลื่นสัญญาณโทรศัพท์หรือคลื่นไมโครเวฟได้มากทีเดียว

ขนาดหน้าจอของหน้าต่าง Atmoph มีความกว้าง 27 นิ้ว(จอแบบด้าน anti-glare) คุณสามารถนำมันไว้ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะแขวนติดผนัง พิงกำแพง วางบนโต๊ะหรือพื้น

หน้าต่าง Atmoph มีสัดส่วนตัวเครื่อง 640 x 380 x 55 (มม.) และหนักประมาณ 4.9 กิโลกรัม และด้วยน้ำหนักที่หนักถึง 4 กิโลกรัมจึงไม่แนะนำให้ถือไว้กับมือเพราะมันอาจจะตกลงมาได้ ทางที่ดีหาที่วางที่เหมาะสมจะดีกว่า ส่วนจอแสดงผลของ Atmoph ถูกทำออกมาเสมือนกระจกจริงๆซึ่งแตกต่างออกไปจากจอโทรทัศน์หรือจอมอนิเตอร์ธรรมดาอย่างชัดเจน

สำหรับในส่วนของลำโพงนั้นจะติดตั้งอยู่ทั้งด้านบนและด้านล่างของตัวหน้าต่างทำให้คุณสัมผัสได้ถึงเสียงธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละฉาก เป็นความสุนทรีย์แห่งอนาคตอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ด้านบนของตัวหน้าต่างจะมีเซนเซอร์ติดอยู่ แค่นำมือไปผ่านตัวเซ็นเซอร์หน้าต่างก็จะเปิดปิดเองอัตโนมัติ

ในส่วนของตำแหน่งชาร์จแบตเตอรี่จะอยู่ข้างล่างด้านหลังของตัวหน้าต่าง เพื่อเสียบเข้ากับสายชาร์จแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังมีสายพ่วงที่หุ้มด้วยผ้าเพื่อให้เข้ากันกับบรรยากาศภายในห้องอีกด้วย ส่วนตัวหน้าต่างไม่มีปุ่มเปิด-ปิดและปุ่มปรับเสียง

มาดูด้านหลังกันบ้าง ด้านหลังของหน้าต่างจะมีร่องสี่เหลี่ยมเพื่อให้สายชาร์จสามารถลอดผ่านไปได้ เวลานำไปติดหรือพิงกำแพงสายชาร์จจะได้ไม่ถูกกดทับ มีผลิตภัณฑ์หลายต่อหลายชิ้น ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีแต่มองข้ามลายละเอียดเล็กๆน้อย แต่ไม่ใช่กับ "หน้าต่าง Atmoph" ที่ถูกออกแบบมาอย่าประณีตและใส่ใจทุกรายละเอียดปลีกย่อย

ถ้าคุณต้องการจะติดหน้าต่าง Atmoph ไว้กับฝาผนังคุณสามารถใช้แผ่นใสนี้ช่วยในการกะระยะให้สะดวกขึ้น โดยทาบเจ้าแผ่นใสนี้ไว้บนบริเวณผนังที่ต้องการจะติดหน้าต่าง Atmoph และใช้สว่านเจาะที่ตำแหน่งบนแผ่นใส เท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะเจาะรูเบี้ยวจนต้องเจาะรูซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในส่วนของการติดตั้งและการทำงานของ "หน้าต่างอัจฉริยะ Atmoph" คุณสามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่นได้โดยตรง จากแอพพลิเคชั่น Atmoph Window ที่สามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ iOS 9 ขึ้นไป และในระบบปฏิบัติการ Android 4.4 ขึ้นไป ทั้งนี้ทางผู้พัฒนาหน้าต่างยังมีแผนที่จะปล่อยตัวแอพพลิเคชั่นบน Apple Watch อีกด้วย ส่วนวิธีการใช้หรือการตั้งค่าต่างๆนั้นสามารถอ่านได้ในแอพพลิเคชั่นได้เลย

มาลองใช้กันดูเถอะ!

เมื่อคุณซื้อหน้าต่าง Atmoph จะมีฉากทิวทัศน์เคลื่อนไหวติดตั้งแถมมาให้ฟรี 10 ฉากและคุณยังสามารถซื้อฉากทิวทัศน์เพิ่มได้ผ่าน View Store ซึ่งมีฉากทิวทัศน์มากกว่า 200 ฉาก(ราคาฉากละ 590 เยน หรือประมาณ 180 บาท) ภาพทิวทัศน์จะเคลื่อนไหวซ้ำไปมาและจะมีเสียงประกอบที่แตกต่างกันไปตามฉากต่างๆเพื่อให้เกิดความสุนทรียภาพกับความรู้สึกของคุณ เช่น เสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงนกร้อง คุณสามารถเปลี่ยนฉากเองผ่านสมาร์ทโฟน หรือจะตั้งค่าให้ฉากเปลี่ยนไปตามลำดับอัตโนมัติและหน้าต่างจะถูกปิดด้วยตัวเองเมื่อคุณเข้านอน น่าทึ่งมากแค่มีหน้าต่างอัจฉริยะนี้อยู่ในห้องก็ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปขนาดนี้ ราวกับว่าเราได้ไปอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ

รูปร่างที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งทำให้เหมือนว่ามันเป็นหน้าต่างจริงๆ และฉากและเสียงที่เข้ากันราวกับว่าหน้าต่างมีชีวิต

ไม่ว่าบรรยากาศในสถานที่ทำงานของคุณจะน่าเบื่อแค่ไหน เพียงแค่มองไปที่หน้าต่าง Atmoph คุณก็จะรู้สึกผ่อนคลายต่างไปจากเดิมทันที ลองวางไว้ในสถานที่ปิดเช่นออฟฟิศคุณดูสิแล้วบรรยากาศทั่วออฟฟิศจะไม่เหมือนเดิม

ดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มสุดอร่อยและวิวเทศกาลดอกไม้ไฟสุดงดงาม (ภาพวิวเทศกาลดอกไม้ไฟเกาะอะวาจิชิมะ)

ใช้เวลาส่วนตัวอ่านหนังสือเงียบๆหน้าเตาผิงแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน

ไม่ต้องรอให้ถึงฤดูร้อนก็สามารถอิ่มเอมกับบรรยากาศชายหาดราวกับอยู่ในรีสอร์ท (ภาพวิวหาดลานิไก)

มีฉากทิวทัศน์ทั้งในและนอกญี่ปุ่นให้เลือกมากกว่า 500 ฉากใน View Store และจะออกมาใหม่ 5-10 ฉากทุกสัปดาห์ แถมในอนาคตจะมีฉากที่ถ่ายสดๆแบบเรียลไทม์ออกมาอีกด้วย

สามารถบอกเวลา วันที่ และสภาพอากาศได้ ในการอัพเดทภายหลังจะมีการเพิ่มฟังค์ชั่นซิงค์ปฏิทินจาก Google

ใช้สมาร์ทโฟนในการเปลี่ยนฉากทิวทัศน์ ปรับระดับเสียง และปรับความสว่างหน้าจอได้ โดยรวมแล้วแอพพลิเคชั่นใช้ได้ลื่นไหลเลยทีเดียว แต่ว่ามีบางทีที่เด้งออกหรือค้างบ้าง หวังว่าทางผู้พัฒนาจะรีบเข้ามาแก้ไขปัญหานี้

ความพึงพอใจของคุณ จะแตกต่างจากการดูทีวีแน่นอน เมื่อคุณได้สัมผัสกับเจ้า Atmoph Window นี้

หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันก็ไม่เห็นจะต่างกับการดูโทรทัศน์ตรงไหนเลย แต่พอได้มาใช้ดูแล้วอยากจะบอกเลยว่ามันต่างกันมากทีเดียว เพราะว่าหน้าจอที่เป็นแนวตั้งทำให้เราคิดไปว่ามันเป็นหน้าต่างจริงๆ อาจจะมีคนบอกว่าก็ตั้งค่าภาพในจอทีวีให้เป็นแนวตั้งสิ ถึงแม้มันจะทำได้เหมือนกันแต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ดูทีวีแนวนอนเป็นเรื่องปกติอยู่ดี ดังนั้นมันแทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเหมารวม "หน้าต่าง Atmoph" เป็นทีวีหรือมอนิเตอร์

ไม่ว่าจะเอาไปไว้ที่ บ้าน ออฟฟิศ หรือร้านขายของของคุณก็เปลี่ยนบรรยากาศได้

หน้าต่าง Atmoph อาจยังมีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขอยู่บ้างนั่นก็คือความไม่เสถียรของแอพพลิเคชั่น อย่างไรก็ตามทีมงานพัฒนาหน้าต่าง Atmoph ยังมีแผนที่จะเพิ่มฟังค์ชั่นอีกมากมาย เช่น ถ่ายทอดวิดีโอสด ซิงค์กับปฏิทินบน Google และหน้าจอแบบ multi display ต้องบอกว่าดูเป็นอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว ทำไมไม่ลองประสบการณ์ใหม่นี้ดูล่ะ?