รีวิว Dell New XPS 13 โน๊ตบุ๊คบางเฉียบ เนี้ยบทุกมุมมอง

Dell XPS13 เป็นแล็ปท็อบที่มากับความบางเป็นพิเศษ วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Dell New XPS 13 ตัวนี้กัน

Dell XPS 13 เป็นแล็ปท็อปที่มีขนาดกะทัดรัดและรูปร่างเพรียว บาง เช่นขอบจอที่บางเฉียบ ซึ่งก็มีข้อดีคือทำให้เกิดรอยน้อยลง ดีไซน์ทันสมัยและทำงานอยู่หน้าจอได้ได้นานขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้หลายๆ บริษัทฯ กำลังเกาะกระแสของโมเดลนี้อยู่ โดย New Dell XPS 13 ออกวางจำหน่ายในเดือน มกราคา 2018 เรามาดูรายละเอียดกันชัดๆ กันเลย

ด้วยความที่เป็นแล็ปท็อปที่มีหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว จึงทำให้ New Dell XPS 13 เป็นแล็ปท็อปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก

พลาดไม่ได้กับสองสีใหม่ล่าสุดคือ Rose Gold และ Alpine White ที่มีความละเอียดหน้าจอสูงระดับ 4K

XPS 13 เป็นนวัตกรรมที่ทำให้เกิดกระแสของแล็ปท็อปแบบจอบางที่เรียกว่า Infinity Edge Display ในปี 2015 หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้งแต่ยังคงรุ่นเบสิกเอาไว้ โดย XPS 13 นั้นถือเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยหน้าจอที่บางเพียง 4 มิลลิเมตรเท่านั้น

ข้อดีของการมีหน้าจอที่บางนั้นช่วยทำให้ขนาดของตัวเครื่องเล็กลงและมีน้ำหนักเบา และแน่นอนคือดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ XPS 13 วางจำหน่าย หลายๆ ค่ายก็เริ่มจะผลิตโมเดลรุ่นบางคล้าย ๆ กันตามมา จนตอนนี้กลายเป็นเทรนด์ของแล็ปท็อปสายบางกันไปแล้ว หลังจากนี้หากคุณลองเปรียบเทียบโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่าที่หนาและมีน้ำหนัก กับ XPS 13 คุณจะรู้สึกว่ารุ่นเดิมๆ นั้นดูเก่าและดูเชยไปเลย

ขอบจอมีขนาดบางมากเพียง 4 มิลลิเมตรเท่านั้น

ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ สีใหม่ล่าสุดที่ออกมา นั่นคือ Rose Gold และ Alpine White ตัวเคสด้านบนและด้านล่างของสี Rose Gold นั้นใช้วัสดุ CNC อลูมิเนียมที่มีเนื้อสัมผัสที่ละเอียด ถึงแม้ว่าจะเป็นสีทองก็ยังให้ความรู้สึกเรียบหรูอยู่ในที สำหรับด้านในของตัวเครื่องใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาว เมื่อเราวางมือลงจะรู้สึกถึงสัมผัสที่แตกต่างและสะอาดตา เมื่อเทียบกับสีดำแล้วให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายกว่า และคาดว่าจะได้รับความนิยมจากสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว

สีใหม่ Rose Gold และ Alpine White มีที่พักมือสีขาว คีย์บอร์ดและขอบตัวเครื่องก็เป็นสีขาวเช่นกัน ซึ่งทำให้ดูสะอาดสะอ้านสบายตาน่าใช้

ใสส่วนของดีไซน์ที่พักมือ ใช้นวัตกรรมใหม่ในการถักทอไฟเบอร์กลาสออกมาให้เป็นลวดลาย จึงไม่ทำให้ดูเรียบเกินไป แต่ดูดีเลยทีเดียว

ด้านหน้าของสี Rose Gold ไม่เพียงแค่หรูหรายังดึงดูดสายตาให้ชวนมองอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ชายด้วยเช่นกัน

ฟีเจอร์เด่นๆ อีกอย่างของ New XPS 13 คือมีความคมชัดของหน้าจอในระดับ 4K ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล ซึ่งสูงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ที่เป็น 3200 x 1800 (QHD+) จอแสดงผล sRGM 100% ด้วยอัตราส่วน 1500 : 1 ทำให้มีสีสันสวยสมจริง และรองรับ HDR สตรีมมิ่งได้ด้วย หน้าจอแสดงผลมีขนาด 13.3 ซึ่ง ผมคิดว่า Full HD ก็เพียงพอแล้วและเมื่อเรานำมาใช้งานจริงคุณจะสัมผัสได้ถึงความละเอียดในระดับ 4K และถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะบางและมีน้ำหนักเบาแต่คุณจะสัมผัสได้ถึงพลังของคุณภาพเสียง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชอบดูหนังออนไลน์ผ่าน Netflix ด้วยความละเอียดหน้าจอสูงๆ ล่ะก็ ผมคิดว่าคุณไม่ควรจะพลาดแล็ปท็อปรุ่นนี้

หน้าจอ 4K ไม่ทำให้เปลืองแบตเตอรี่ในการใช้งาน

ณ วันที่ 7 มีนาคม 2018 New XPS 13 ออกมาด้วยกันทั้งหมด 12 รุ่น รุ่นล่าสุดเลือกใช้ชิประมวลผล Core i5-8250U / Core i7-8550U CPU Intel(8th generation) หน่วยความจำ 8 GB/16 GB พร้อม SSD 256 GB/512 GB สูงสุดถึง 1 TB และมีตัวเลือกสำหรับดิสเพลย์ว่าจะเลือกแบบ Full HD หรือ ความละเอียด 4K ซึ่งคุณไม่สามารถกำหนดได้เอง ดังนั้นคุณจะต้องเลือกจากโมเดลที่คุณชอบที่สุดและแน่นอนว่าต้องเลือกระบบปฏิบัติการด้วยว่าจะใช้ Microsoft หรือไม่

นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างระหว่างรุ่น 4K และ Full HD คือระบบ 4K จะมาพร้อมฟังก์ชั่น Touch screen ในขณะที่รุ่น Full HD ไม่มี รวมถึงความแตกต่างในการใช้งานของแบตเตอรี่อีกด้วย ซึ่งในแคตตาล็อกได้แจ้งไว้ว่า แบตเตอรี่ในรุ่น 4K สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 19 ชั่วโมง ในขณะที่รุ่น Full HD ใช้งานได้สูงสุดถึง 19 ชั่วโมง 46 นาที ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเลือกใช้โมเดลไหน

ผมได้ลองใช้ รุ่น Platinum High-end ความละเอียดหน้าจอ 4K touchscreen, Core i7-8550U, Memory 16 GB และ SSD 512 GB พบว่ามีคะแนนความประทับใจสูงเลยทีเดียว New XPS 13 นั้นจะมาพร้อมกับพัดลมระบายอากาศ จำนวน 2 ตัว และท่อระบายความร้อน อีก 2 ตัว จึงทำให้แล็ปท็อปรุ่นนี้ระบายความร้อนได้ดีและไม่มีเสียงรบกวน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังนำเอานวัตกรรม สร้างด้วยฉนวนกันความร้อน GORE Thermal Insulation มาใช้ จึงทำให้เครื่องไม่ร้อนแม้จะทำงานหนัก ในขณะที่ผมกำลังรันโปรแกรม Benchmark ผมก็ได้ยินเสียงพัดลมของเครื่องทำงานแต่ที่พักข้อมือกลับไม่ร้อนแต่อย่างใด ผมพูดได้เลยว่านี่เป็นแล็ปท็อปที่มีระบบทำความเย็นที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลของทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องโดยใช้ PCMark 8 Professional Edition (Home accelerated) คะแนนที่ออกมานั้นได้ 3395 ซึ่งถือว่าสูงเลยทีเดียว

ผลจากการเช็คระบบประมวลผลโดยใช้ CrystalDiskMark 6.0.0 x 64 (โดย hiyohiyo) เพื่อเช็คความเร็วในการถ่ายข้อมูลพบว่ารวดเร็วมาก

การเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหน้านี้

พูดถึงในแง่ของการใช้งาน อินเตอร์เฟซภายนอกนั้นได้เปลี่ยนไป ถ้าจะยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับ New XPS 13 2-in-1 ซึ่งเป็นโมเดลในซีรีย์เดียวกัน และถ้าจะให้จำเพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นแล้วล่ะก็รุ่นนี้จะไม่มี USB 3.0 Type-A และช่องใส่ SD card ถูกเปลี่ยนไซส์ให้เหมาะกับการใช้งาน microSD ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองส่วนนี้มีการใช้งานบ่อยมากดังนั้นผมหวังว่าพวกเขาจะเก็บมันไว้ ผมคิดว่าการที่พวกเขาเอาสองส่วนนี้ออกคงเพราะต้องการทำให้บอดี้ของเครื่องบางลงนั่นเอง

คีย์บอร์ดนั้นก็เหมือนกับรุ่น New XPS 13 2-in-1 และเมื่อเปรียบเทียบกับ XPS 13 รุ่นก่อนหน้านี้มีปุ่ม Enter ที่ใหญ่กว่าและใช้งานได้ง่าย

ข้อเสียของการมีบอดี้ที่บางเฉียบนั้นคือตำแหน่งของกล้องนั่นเอง เพราะเมื่อขอบบางลงตำแหน่งของกล้องก็ถูกย้ายไปอยู่ด้านล่างซึ่งรูปที่จะได้นั้นจะเป็นมุมเสย ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะเข้าท่าเท่าไหร่

น้ำหนักอยู่ที่ 1.2 kg ซึ่งเป็นแล็ปท็อปที่มีน้ำหนักเบาที่สุดซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างอะไรเพราะมันมีขนาดกะทัดรัด แต่อย่างไรก็ตามเมื่อถือมือเดียวมันก็หนักอยู่ดี สำหรับ AC adaptor ที่มากับสี Rose Gold และ Alpine White จะเป็นสีขาวซึ่งเข้ากันได้ดีกับบอดี้นั่นเอง

ในส่วนของ Interface ภายนอกนั้นก็ละม้ายคล้ายคลึงกับ New XPS 13 2-in-1 (สำหรับ Thunderbolt 3 New XPS 13 มี Port 2 ช่องแทนที่จะเป็น 1) และมี microSD slot, USB 3.1 Type-C (DC-In/PowerShare compatible/DisplayPort) และช่องเสียบหูฟัง ด้านซ้ายของเครื่องมี Thunderbolt 3 (มี ช่อง USB 3.1 Type-C/DC-In/PowerShare รองรับ DisplayPort) และมีไอคอนแสดงสถานะว่าแบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่ ซึ่งผมคิดว่ามันมีประโยชน์มาก

AC adaptor ของ สี Rose Gold และ Alpine White จะเป็นสีขาวเพื่อให้เข้ากับบอดี้ของเครื่อง และมาพร้อมกับ USB Type-A

ภาพรวม

เรียกได้ว่า New XPS 13 เป็นแล็ปท็อปขนาดบางเบาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และมีคุณสมบัติเพียบพร้อม หลายๆ คนอาจคิดว่าแล็ปท็อปขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องใช่ความละเอียดสูงถึง 4K ก็ได้ แต่เมื่อคุณได้ลองใช้งาน คุณจะพบว่ามันสุดยอดจริงๆ

ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานแบบ Full HD และหน่วยประมวลผล Core i5-8250U มันเพียงพอเป็นอย่างมากสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้แล้วยังประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ ดังนั้นคุณจึงสามารถพกพาไปข้างนอกได้อย่างไม่ต้องกังวล