บริษัท Honda เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ Super Cub C125 จากซีรีส์แนวเรโทรในตำนาน

Honda อัพเกรดตำนานอย่าง Super Cub ให้มีความแรงมากขึ้น แต่ยังคงความคลาสสิกน่าหลงใหลไว้เช่นเดิม กับ Super Cub C125 ที่สายคลาสสิกอาจใจสั่นได้ง่ายๆ

รถจักรยานยนต์ Super Cub ซีรีส์นี้ของทาง Honda มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ ปีค.ศ. 1958 จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งเจ้า Honda Super Cub นี้ได้ผ่านการจำหน่ายไปแล้วทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านคัน และทาง Honda เองก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Super Cub นี้เอาไว้ได้เป็นอย่างดี มีเพียงการปรับแต่งรายละเอียดปลีกย่อยเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้นเท่านั้น ล่าสุด Honda ได้ทำการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล Super Cub ออกมาเรียกความสนใจจากบรรดาแฟนคลับกันอีกครั้ง นั่นก็คือ Honda Super Cub C125 โดยรุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็น Honda Super Cub ที่มีกำลังแรงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมากันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเอกลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดสำหรับรถจักรยานยนต์ในตระกูล Super Cub คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของโครงสร้างแบบ S Shape Design เพราะเจตนารมณ์ในการสร้างรถจักรยานยนต์ในรุ่นนี้คือให้สามารถใช้งานง่าย เหมาะกับทุกคน ทุกเพศทุกวัย และทุกอาชีพ โดยการออกแบบของ Honda Super Cub C125 แทบจะถอดแบบมาจาก Super Cub C100 ในปี ค.ศ. 1958 กันเลยทีเดียว ทั้งในส่วนของไฟหน้าแบบกลมสุดคลาสสิก ไฟเลี้ยวแบบแยกส่วน และไฟท้าย แต่มีการเพิ่มความทันสมัยเข้าไปโดยเปลี่ยนหลอดไฟเป็นแบบ LED เพื่อความชัดเจนในการขับขี่มากยิ่งขึ้น กระจกมองข้างเป็นโครเมียมแบบทรงกลม สำหรับแผงหน้าปัดก็มาแบบทรงกลมผสานระหว่างแบบเข็มและดิจิตอลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เบาะนั่งเป็นแบบเบาะเดี่ยวสุดคูล ล้อแม็ก 17 นิ้วปัดเงาหน้า-หลัง ท่อไอเสียแบบตรงครอบโครมเมี่ยม

ขุมกำลังแรงสุดในซีรีส์ที่มาพร้อมกับความประหยัด เครื่องยนต์ที่ใช้กับ Honda Super Cub C125 เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ Single overhead camshaft (SOHC) 125 ซีซี หัวฉีด PGM-FI (Programmed Fuel Injection) ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบเกียร์ 4 สปีด ระบบกันสั่นสะเทือนหน้าเป็นแบบโช๊คเทเลสโคปิค ด้านหลังเลือกใช้สวิงอาร์ม ที่สำคัญสามารถวิ่งได้ไกลถึง 246 กิโลเมตรโดยใช้น้ำมันเพียง 4 ลิตรเท่านั้น เรียกว่าพาไปขับกินลมได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องกลัวสิ้นเปลืองจนเกินไป

สำหรับสีสันของ Super Cub C125 นั้นทาง Honda จัดมาให้เลือกกันจุใจถึง 4 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน, เทา-ขาว, แดง-ขาว และดำ-ขาว ส่วนเรื่องราคาค่าตัวเรียกได้ว่าสูงเอาการอยู่เหมือนกัน โดยราคาถูกวางไว้ที่ 89,000 บาท แต่ถ้าคุณเป็นคนที่รักในความคลาสสิกระดับตำนานรุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่าและน่ามีไว้ในโรงจอดรถที่บ้านเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะครับ