ประกาศยุติการให้บริการ

Priceprice.com จะยุติการให้บริการในวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2021 (ตามกำหนดการ)
ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอด

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

ราคาเคทีเอ็ม Enduro มอเตอร์ไซค์มือสองและใหม่ (KTM Enduro) Thailand June 2021

อันดับเข้าชมมากสุด

อุปกรณ์เสริมแนะนำ

390
KTM Enduro 250
มือสอง : - (ราคา 0 รายการ)

3.6(1)

  • KTM Enduro
  • รถวิบาก,รถสปอร์ต,รถออฟโรด
480
KTM 690 Enduro R

KTM 690 Enduro R

  • รถมอเตอร์ไซค์มือสอง : 6
มือสอง : 355,000 บาท - (ราคา 6 รายการ)

  • KTM Enduro
  • รถวิบาก,รถสปอร์ต,รถออฟโรด
530
KTM Enduro 125
มือสอง : - (ราคา 0 รายการ)

3.6(1)

  • KTM Enduro
  • รถวิบาก,รถสปอร์ต,รถออฟโรด
อัพเดทเมื่อ 23/6/2021 10:53

แสดงสินค้าทั้งหมด

Page 1 of 1

  • 1

วอเชอร์และคูปอง มอเตอร์ไซค์ใหม่และมือสอง ล่าสุด

รีวิวล่าสุดใน KTM Enduro

ตัว KTM Enduro ผมว่ามันไม่เหมาะขี่ในเมืองนะ นอกจากจะไม่มีไฟเลี้ยวกับไม่ค่อยเกาะแล้ว ความเร็วก็ไม่ได้ด้วย จะออกไปทางรถวิบาก Hi-end ที่มีดีตรงช่วงล่างนิ่มกว่า ช่วงยุบและขนาดโช๊คเหมาะกับการลุยป่า ราคาก็ส ...อ่านรีวิวเพิ่มเติม

  • เรตติ้ง : 3.6
  • รีวิวโดย krispy_k41
  • วันที่ : 31/3/2016

ผมชอบแบรนด์ KTM ตรงออกแบบมอเตอร์ไซค์ได้เท่น่าขี่มากๆ สเปคเครื่องแรง เบิ้ลมัน แต่ราคาก็แพงสุดๆ ตามไปด้วย ตัวรุ่น Enduro 125 จะออกเป็นมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สไตล์ลุยทางวิบากครับ ใช้ขี่ลุยป่าเขา หรือทางลาดชั ...อ่านรีวิวเพิ่มเติม

  • เรตติ้ง : 3.6
  • รีวิวโดย Kana-Kuku-Everdeen
  • วันที่ : 29/9/2015

เกี่ยวกับKTM มอเตอร์ไซค์ใหม่และมือสอง

KTM รถจักรยานยนต์สายลุยและรถสปอร์ตที่บุกเบิกเส้นทางวิบากและสนามแข่งขันมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ

หากให้เอ่ยถึงค่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สัญชาติออสเตรียที่เพิ่งได้มีการบุกเบิกตลาดรถจักรยานยนต์ในบ้านเราและมีความโดดเด่นในเรื่องของรถจักรยานยนต์แบบวิบากและรถสปอร์ตอย่าง KTM เชื่อได้เลยว่าในวงการไบค์เกอร์รวมถึงผู้ที่มีความสนใจในเรื่องของรถจักรยานยนต์ก็น่าจะรู้จักรถจักรยานยนต์จากค่ายนี้กันอยู่บ้างพอสมควร ซึ่งถึงแม้ว่าจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้ไม่นานแต่ก็ต้องบอกว่า KTM นั้นมีรากฐานยาวนานมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 1934 กันเลยทีเดียว

สำหรับ KTM ก็เป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ของบริษัท KTM AG หรือชื่อเดิมก็คือ KTM AG Sportmotorcycle ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์และรถสปอร์ตของผู้ผลิตชาวออสเตรียอย่าง Pierer Mobility AG และผู้ผลิตอินเดียก็คือ Bajaj Auto โดยก่อตั้งขึ้นในปี 1992 แต่มีรากฐานมาจากช่วงต้นปี 1934 โดยในปัจจุบัน KTM AG ก็เป็นบริษัทแม่ของ KTM Group ซึ่งประกอบด้วยแบรนด์รถจักรยานยนต์หลายยี่ห้อ โดย KTM ก็เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะรถจักรยานยนต์แบบออฟโรด (enduro, motocross และ supermoto) จากนั้นในช่วงปลายปี 1990 ก็ได้มีการขยายไลน์การผลิตมาเป็นรถจักรยานยนต์ในกลุ่ม Street รวมไปถึงรถสปอร์ตที่ใช้ชื่อรุ่นว่า X-Bow ซึ่งภายในปี 2015 ก็สามารถทำยอดขายได้เกือบเท่ารถจักรยานยนต์แบบออฟโรดกันเลยทีเดียว

ต้นกำเนิดของ KTM ก็เกิดขึ้นในปี 1934 โดย Johann (Hans) Trunkenpolz วิศวกรชาวออสเตรียได้ทำการเปิดร้านซ่อมรถยนต์ในเมือง Mattighofen และในปี 1937 ก็ได้เริ่มทำการขายรถจักรยานยนต์ในแบรนด์ DKW ตามมาด้วยการขายรถยนต์ Opel ในปีถัดมา ซึ่งร้านของ Johann ก็เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ Kraftfahrzeug Trunkenpolz Mattighofen แต่ก็ยังไม่ได้มีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ประสบความสำเร็จในด้านการทำธุรกิจเกี่ยวกับการซ่อมเครื่องยนต์ดีเซลด้วยการบริหารงานของภรรยา

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ปรากฏว่าความต้องการในเรื่องของการซ่อมเครื่องยนต์นั้นลดลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ Johann ตัดสินใจที่จะเริ่มต้นการผลิตรถจักรยานยนต์เป็นของตัวเองโดยรถจักรยานยนต์รุ่นต้นแบบ R100 ก็ถูกผลิตขึ้นมาได้สำเร็จในปี 1953 ด้วยพนักงานเพียง 20 คน และในปีเดียวกันนี้เองก็ได้มีการจดทะเบียนบริษัทและเปลี่ยนชื่อเป็น Kronreif & Trunkenpolz Mattighofen โดยมี Ernst Kronreif เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จากนั้นในปี 1954 ก็ได้มีการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นแรกภายใต้ชื่อ R125 Tourist ตามมาด้วย Grand Tourist และ scooter Mirabell ที่ได้รับการเปิดตัวมาในปี 1955

KTM ได้สร้างมอเตอร์ไซค์สปอร์ตรุ่นแรก Trophy 125 cc. และ Mecky ในปี 1957 จากนั้นก็ได้มีการเปิดตัวรุ่น Ponny I ในปี 1960 ตามมาด้วย Ponny II ในปี 1962 และ Comet ในปี 1963 และยังได้เริ่มธุรกิจการผลิตรถจักรยานขึ้นมาในเมือง Mattighofen เมื่อปี 1960 อีกด้วย ซึ่งในปี 1960 นี้ Ernst Kronreif ก็ได้เสียชีวิตลงและอีก 2 ปีต่อมา Hans Trunkenpolz ก็เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย โดยมีลูกชายก็คือ Erich Trunkenpolz เข้ามารับช่วงในการบริหารบริษัทต่อ ซึ่งธุรกิจของบริษัทก็ได้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยมีพนักงานรวมกว่าถึง 400 คนในปี 1971

ในระยะเวลา 40 ปีหลังจากก่อตั้ง KTM ขึ้นมา ก็ได้มีการเปิดตัวรถยนต์ถึง 42 รุ่นที่แตกต่างกันนอกจากนี้ก็ยังสามารถผลิตรถจักรยานยนต์สำหรับการแข่งขัน รวมไปถึงการพัฒนาและผลิตเครื่องมือให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรป โดยในปี 1978 ก็ได้มีการก่อตั้งบริษัท KTM North America Inc ขึ้นในสหรัฐอเมริกา จากนั้นในปี 1980 ก็ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น KTM Motor-Fahrzeugbau KG โดยในปี 1981 ATM ก็มีพนักงานรวมถึงกว่า 700 คน และสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล

หลังจากการเสียชีวิตของ Erich Trunkenpolz ในปี 1989 บริษัทก็ถูกเข้าถือหุ้นโดยกองทุนของออสเตรีย GIT Trust Holding ซึ่งควบคุมโดย Josef Taus นักการเมืองชาวออสเตรีย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและเป็นหนี้รอบด้าน จนกระทั่ง KTM ได้ถูกโอนไปยังกลุ่มธนาคารเจ้าหนี้ โดยในปี 1992 บริษัทก็ได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 หน่วยงานใหม่ได้แก่ KTM Sportmotorcycle GmbH (แผนกรถจักรยานยนต์), KTM Fahrrad GmbH (แผนกจักรยาน), KTM Kühler GmbH (แผนกหม้อน้ำ) และ KTM Werkzeugbau GmbH (แผนกเครื่องมือ) ซึ่งก็ได้มีการผลิตและเปิดตัวรถรุ่นใหม่รวมไปถึงการเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆจนกระทั่งในปี 1994 ทาง KTM ก็ได้เริ่มผลิตรถจักรยานยนต์แนววิบากในตระกูล Duke และในปี 1996 รถจักรยานยนต์แบบวิบากของ KTM ก็ได้รับการตกแต่งด้วยการใช้สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ KTM และในปี 1997 ก็ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ SupermotoและAdventureแบบสองสูบที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว

ในปี 2007 บริษัท KTM Power Sports AG ก็ได้ถูกซื้อหุ้นจำนวน 14.5% โดยผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติอินเดียอย่าง Bajaj Auto ต่อมาในปี 2013 Bajaj Auto ก็ได้ถือหุ้นถึงกว่า 47.97% ในบริษัท ซึ่งในระหว่างนี้ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทกันอยู่หลายครั้งจนกระทั่ง KTM Motorradholding GmbH ได้กลายเป็น KTM AG ในปี 2012 โดยในปี 2015 ก็มี ก็มีมูลค่าการซื้อขายถึงกว่า 1 พันล้านยูโร และมีพนักงานกว่า 2515 คน และจากการแยกตัวออกเป็น 4 บริษัทในช่วงปี 1992 ก็มี 3 บริษัทที่ได้กลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ KTM Group อีกครั้ง ได้แก่ KTM Sportmotorcycle GmbH , KTM Werkzeugbau GmbH และ KTM Kühler GmbH (ปัจจุบันคือ WP Radiators ) ในขณะที่ KTM Fahrrad GmbH (KTM Bike Industries) ก็ยังคงเป็นบริษัทอิสระและเป็นเจ้าของโดยนักลงทุนชาวจีน ซึ่งรถที่จำหน่ายภายใต้ KTM-Group ก็จะประกอบไปด้วยแปลน KTM และ Husqvarna Motorcycles

ในปัจจุบันบริษัท KTM AG ก็ถือได้ว่าเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ของโลกโดยและประเทศต่างๆซึ่งมีสำนักงานในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยมี Pierer Mobility AG และ Bajaj Auto Limited International Holdings BV เป็นเจ้าของ ซึ่ง Pierer Mobility AG ก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ KTM AG และสำหรับในประเทศไทยก็ได้มีการก่อตั้งบริษัท วรูม จำกัด (Vroom Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์แบรนด์ KTM, HUSQVARNAR และ BAJAJ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยความร่วมมือของ บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) และ กลุ่มบริษัท โซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ด้วยงบลงทุนกว่า 400 ล้านบาท โดยปัจจุบัน บริษัท วรูม จำกัด ก็ตั้งอยู่ที่ 2418-2420 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โดยมี มร. ฮิเดกิ ยานากิซาวะ อดีตประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย คุณ วรท กลมโชติรส ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วรูม จำกัด และพร้อมโชว์ตัวรถจักรยานยนต์รุ่นต่าง ๆ ของทั้ง KTM, Bajaj และ Husqvarna ภายในงาน Motor Expo 2020

3 โมเดลรถจักรยานยนต์ของ KTM ที่ได้รับความนิยม

1. KTM 390 Duke รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ในแนว NAKED BIKE ที่มาพร้อมกับเฟรมถักสีส้มอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยไฟหน้าคู่ LED แบบแยกส่วน ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา และไฟท้ายแบบ LED มาพร้อมโครงสร้างแบบโครงเหล็กถักที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบาให้ความคล่องตัวสูง ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น มอบการใช้งานที่เหนือระดับกับเรือนไมล์แบบดิจิตอลที่มีหน้าจอแสดงผลแบบ TFT Display ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ มาตรวัดความเร็ว มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรวัดระยะทาง มาตรวัดความร้อน แสดงตำแหน่งของเกียร์ แสดงเวลาและวันที่ พร้อมโหมดการใช้งานต่าง ๆ นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมระบบ KTM MY RIDE สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Bluetooth ให้คุณไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อในทุกช่วงเวลาสำคัญ มาพร้อมระบบป้องกันการสะเทือนด้านหน้าแบบ UpSideDown โช้คหน้าแบบหัวกลับ ขนาด 43 มม. ระยะยุบ 142 มิลลิเมตร ขนาดยางล้อหน้า 110/70-R17 ระบบกันสะเทือนด้านหลัง Monoshock จาก WP ระยะยุบ 150 มิลลิเมตร สามารถปรับระดับได้ ขนาดยางล้อหลัง 150/60 R17 โดยมีความสูงเบาะนั่งอยู่ที่ 830 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 11 ลิตร และมีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 139 กิโลกรัม

KTM 390 Duke มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสูบเดียว 4 จังหวะ ปริมาตรกระบอกสูบ 375 cc. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 89.0 x 60.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนการอัด 12.6:1 ให้กำลังสูงสุด 43 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 35 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบต่อนาที พร้อมคันเร่งอิเล็กทรอนิกส์ Ride by Wire พร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจุดระเบิด Bosch EFI ระบบคลัทช์เป็น Slipper clutch ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 มิลลิเมตร ปั๊มเบรก 2 ลูกสูบ พร้อม ABS และระบบเบรกด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มิลลิเมตร ปั๊มเบรก 1 ลูกสูบ พร้อม ABS

2. KTM 450 SX-F รถจักรยานยนต์แบบวิบากที่เรียกได้ว่ามีน้ำหนักเบาที่สุดในคลาส 450 cc. เลยก็ว่าได้ ซึ่งในรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับดีไซน์ตามแบบฉบับของรถจักรยานยนต์วิบากอย่างเต็มรูปแบบ การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศจากหลากหลายสนาม โดดเด่นด้วยสมรรถนะและการควบคุมที่ ง่ายดายเหนือกว่ารถวิบากโดยทั่วไป โครงรถได้รับการผลิตขึ้นมาจากท่อเหล็กกล้าโครเมียมโมลิบดีนัมที่ขึ้นรูปด้วยน้ำและเชื่อมด้วยหุ่นยนต์เพื่อให้แน่ใจได้ถึงระดับคุณภาพที่มีความสม่ำเสมอในระดับสูงสุดเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ในตระกูล KTM SX ทุกรุ่น พร้อมการเคลือบผิวด้วยผงเคลือบความทนทานสูง ซับเฟรมทำมาจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา เบาะที่นั่งรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสมพร้อมที่ครอบเบาะนั่งด้วยแถบซิลิโคนให้การยึดเกาะกับตัวผู้ขับขี่ได้ดีขึ้น มาพร้อมที่พักเท้าแบบไร้ดินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้มีดินสะสมอยู่บนที่พักเท้าแม้จะวิ่งผ่านในเส้นทางที่วิบากมาแค่ไหนก็ตาม มอบความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยกราฟฟิกลายใหม่ที่ดูดุดัน เพื่อให้คุณสามารถบุกตะลุยไปได้ในทุกเส้นทาง

KTM 450 SX-F มาพร้อมสุดยอดขุมพลังของรุ่นโมโตครอสด้วยเครื่องยนต์ที่ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1 กระบอกสูบ 4 จังหวะ SOHC ขนาด 449.9 cc. ระบายความร้อนด้วยน้ำ เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ 95 mm ระยะชัก 63.4 mm ให้กำลังสูงสุด 50.79 แรงม้า ที่ 9,320 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 44.13 นิวตัน-เมตร ที่ 6,800 รอบต่อนาทีส่งกำลังด้วยเกียร์ 4 ระดับ พร้อมระบบสตาร์ทไฟฟ้าระบบคลัทช์ DSS มัลติดิสก์แบบเปียก Brembo ไฮดรอลิก ระบบการจัดการเครื่องยนต์ KEIHIN สุดล้ำที่ทำงานร่วมกับหัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิกส์ มาพร้อมกับสวิตช์เลือก Map บนมือจับทางด้านซ้ายแบบ multi function ที่สามารถเลือกการขับขี่ให้เหมาะสมกับความต้องการ มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรกทั้งล้อหน้าและล้อหลัง พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้า WP XACT-USD, Ø 48 มม. และระบบกันสะเทือนด้านหลัง WP XACT โมโนช็อค พร้อมตัวเชื่อมประสาน

3. KTM 500 EXC-F รถจักรยานยนต์สำหรับแข่งออฟโรดที่ทรงพลังมากที่สุด ซึ่งยังคงมาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องของความสะดวกในการขับขี่อยู่เช่นเคยด้วย จึงทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่เหลือเชื่อพร้อมมอบประสบการณ์ไดนามิกสูงสุดแบบ Enduro ได้อย่างเต็มพิกัด มาพร้อมโครงรถเหล็กกล้าโครเมียมโมลิบดีนัมน้ำหนักเบาสุดไฮเทคซึ่งได้รวมส่วนประกอบที่ขึ้นรูปด้วยน้ำและผลิตด้วยระบบการเชื่อมด้วยหุ่นยนต์สุดล้ำยุค พร้อมเฟรมที่มีรูปทรงซึ่งได้รับการพิสูจน์และบนสนามแข่งว่ามีความคงรูปและเหมาะสมมากที่สุดจึงให้การตอบสนองที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ขับขี่และมอบการควบคุมที่สนุกมากยิ่งขึ้นพร้อมความมีเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดียิ่งกว่า ในขณะที่ซับเฟรมก็ทำจากโครงอลูมิเนียมน้ำหนักเบาพิเศษที่มีเสถียรภาพสูงจึงทำให้ตัวรถมีน้ำหนักน้อยลง 900 กรัม ให้เสถียรภาพของบังโคลนด้านหลังที่ดีเยี่ยม พร้อมติดตั้งครรภ์บังคับทรงสอบอลูมิเนียมความแข็งแรงสูงของ NEKEN จองที่พักเท้าแบบไร้ดินนวัตกรรมล้ำหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้มีดินติดสะสมบนที่พักเท้าแม้ว่าจะวิ่งผ่านร่องถนนลึก

KTM 500 EXC-F มาพร้อมเครื่องยนต์ 1 กระบอกสูบ 4 จังหวะ SOHC ขนาด 510.9 cc แบบหัวฉีดเชื้อเพลิง ระบายความร้อนด้วยน้ำ เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ 95 mm ระยะชัก 72 mm ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 ระดับ อัตราส่วนการอัด 12.75:1 ให้สมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น ระบบจัดการเครื่องยนต์ Keihin พร้อมหัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัทช์ DDS แบบเปียกหลายแผ่นพร้อมด้วยระบบไฮดรอลิกของ Brembo ระบบกันสะเทือนด้านหน้า WP XPLOR USD ขนาด 48 mm ระบบกันสะเทือนด้านหลัง WP XPLOR Shock พร้อม PDS ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรก 260 mm. และด้านหลังดิสก์เบรก 220 mm

Dealer คุณภาพของ KTM ที่พร้อมให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจหรืออยากเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์จาก KTM

สำหรับตัวแทนและศูนย์บริการในส่วนของรถจักรยานยนต์ KTM ในประเทศไทยนั้นก็มีอยู่หลายที่ด้วยกัน โดยครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ นครปฐม ในเขตพื้นที่ภาคกลางได้แก่ชลบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ ขอนแก่น บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร อุดรธานี อุบลราชธานี พื้นที่ภาคเหนือได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก เชียงใหม่ นครสวรรค์ และพื้นที่ภาคใต้ได้แก่ สงขลา สำหรับสำนักงานใหญ่ Flagship showroom (บริษัท วรูม จำกัด) ก็ตั้งอยู่เลขที่ 2418 – 2420 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://vroomthailand.com/

แสดงผลบน: คอมพิวเตอร์ | โทรศัพท์มือถือ

จำกัดการค้นหาของคุณ