23/4/2018 (อัพเดทล่าสุด : 26/4/2019)

รวมมาให้แล้ว 10 มือถือจอ 6 นิ้วจอใหญ่น่าใช้ ทำงานก็สบาย ดูหนังฟังเพลงก็แจ่ม

รวมมือถือจอใหญ่ๆ ขนาด 6 นิ้ว พร้อมข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่น่าสนใจ

ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนในบ้านเราส่วนใหญ่ก็มักจะเน้นหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของผู้ใช้งานสูงวัยที่สายตาไม่ค่อยจะดีนัก การใช้มือถือหน้าจอใหญ่ก็ช่วยให้สามารถมองเห็นและใช้งานได้ง่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน และในวันนี้เราก็ได้ทำการรวบรวมมือถือหน้าจอ 6 นิ้ว รุ่นใหม่ ๆ ทั้ง 10 รุ่น ที่น่าใช้งานเอามาฝากกัน รุ่นไหนดีรุ่นไหนโดนก็ลองไปดูกันได้เลย

1. Samsung Galaxy A80

Samsung Galaxy A80

Samsung Galaxy A80

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 19,990 บาท

ข้อดี

  • หน้าจอแบบไร้ขอบไร้รอยบากขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
  • มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
  • รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
  • มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • กล้องถ่ายภาพสามารถหมุนมายังด้านหน้าเพื่อใช้สำหรับเซลฟี่ได้

ข้อเสีย

  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot

เรียกได้ว่าเป็นมือถือหน้าจอ 6 นิ้วที่เปิดตัวมาใหม่ล่าสุดกันเลยทีเดียว มาพร้อมกับดีไซน์สุดล้ำด้วยตัวเครื่องแบบสไลด์ที่ซ่อนกล้องถ่ายรูปเอาไว้โดยสามารถพลิกกลับมาเพื่อกลายเป็นกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ได้อย่างรวดเร็ว หน้าจอแสดงผลมากับดีไซน์แบบใหม่ที่เรียกว่า New Infinity Display ที่ไม่มีรอยบาก ใด ๆ มารบกวนสายตา จึงทำให้การรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างเต็มตาเต็มอารมณ์มากกว่าที่เคย หน้าจอเป็นแบบ Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080 x 2400 พิกเซล)ที่แสดงสีสันได้คมชัดสดใส มาพร้อมบอดี้กระจกมันวาวออกแบบให้ด้านข้างมีความโค้งเพื่อให้หยิบได้ถนัดมือมากยิ่งขึ้น มีให้เลือก 3 สีด้วยกันได้แก่ สีดำ Phantom Black, สีทอง Angel Gold และสีขาว Ghost White ใช้งานได้อย่างลื่นไหลด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 730 จับคู่กับ RAM 8 GB ความจุ 128 GB ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย One UI มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ มาพร้อมชุดกล้องจำนวน 3 ตัวที่สามารถใช้งานเป็นได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ประกอบไปด้วย กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ Ultra wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 และกล้อง 3D Depth camera สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้นได้อย่างแม่นยำ พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,700 มิลลิแอมป์ รองรับ Super Fast Charge 25W

2. Xiaomi Mi 9

Xiaomi Mi 9

Xiaomi Mi 9

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 10,139 บาท

ข้อดี

  • ใช้งานได้ลื่นไหลด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 855
  • ตัวเครื่องดีไซน์กระจกหรูหราสวยงามแบบไล่เฉดสี
  • ได้กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล
  • มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C

ข้อเสีย

  • ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำจากภายนอกได้
  • แบตเตอรี่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • กรอบของกล้องถ่ายรูปนูนออกมาค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ใส่เคสเพิ่มเติม

มือถือหน้าจอ 6 นิ้วเรือธงตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Xiaomi ที่มาพร้อมดีไซน์กระจกสวยหรูเงางาม มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Ocean Blue และสี Piano Black ตัวเครื่องมีดีไซน์แบบ Curved surface ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปนิกชื่อดังอย่าง Antoni Gaudi และได้รับการรับรองจากสถาบัน The Gaudi Academia of Knowledge อีกด้วย โดยมากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ มีรอยบากเป็นติ่งหยดน้ำเล็ก ๆ อยู่ด้านบน ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขอบหน้าจอมีความบางจึงทำให้ตัวเครื่องมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 octa-core 2.84 GHz หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 640 จับคู่กับ RAM 6 GB ความจุภายในตัวเครื่อง 128 GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ที่ครอบทับมาด้วย MIUI 10 รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและรองรับระบบสแกนใบหน้า พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,300 มิลลิแอมป์ รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวและการชาร์จแบบไร้สาย มีกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 ตัวประกอบไปด้วย กล้องหลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.75 มี Laser Autofocus และ PDAF กล้อง Ultra wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 มุมกว้าง 117 องศา และกล้อง Tele 2X ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 สามารถถ่าย Macro ได้ใกล้สุด 4 ซม. ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมโหมด Portrait ถ่ายละลายฉากหลังได้อย่างสวยงาม

3. OPPO F11 Pro

OPPO F11 Pro

OPPO F11 Pro

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 8,500 บาท

ข้อดี

  • หน้าจอขนาดใหญ่มีพื้นที่ถึง 90.9% ของพื้นที่ตัวเครื่องด้านหน้าทั้งหมด
  • กล้องหลังคู่ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล กล้องถ่ายรูปด้านหน้าแบบ Pop-up
  • มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0

ข้อเสีย

  • พอร์ตเชื่อมต่อยังเป็น Micro USB ไม่ใช่ USB Type-C
  • ช่องใส่ซิมการ์ดยังเป็นแบบ Hybrid
  • ไม่มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น

อีกหนึ่งมือถือหน้าจอ 6 นิ้วจากค่าย OPPO ที่มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องเงางามและสีสันแบบไล่เฉดดูสวยแปลกตา โดยมีให้เลือก 2 สีก็คือ Aurora Green และสีใหม่ Thunder Black เป็นการเล่นสี 3 สีในเครื่องเดียวคือ แดง น้ำเงินและดำ มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบไร้รอยบากขนาด 6.5 นิ้ว แบบ LTPS LCD ความละเอียด Full HD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ใช้งานได้ลื่นไหลด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P70 octa-core จับคู่กับ RAM 6 GB หน่วยความจำภายใน 64 GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256 GB ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย ColorOS 6.0 รองรับการสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ แบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 มาพร้อมกล้องหลังแบบคู่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซลขนาดรูรับแสง f/1.79 และความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.4 กล้องหน้าแบบ Rising Camera ที่ใช้การ Pop-up ขึ้นมา โดยมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายรูปได้อย่างสวยงามและทำได้ดีในการถ่ายรูปตอนกลางคืน

4. Samsung Galaxy S10+

Samsung Galaxy S10+

Samsung Galaxy S10+

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 22,900 บาท

ข้อดี

  • หน้าจอแสดงผลสวยงามมาพร้อมดีไซน์ Infinity-O
  • รองรับการแสดงผลภาพด้วย HDR10+
  • รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
  • มีระบบสแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • รองรับชาร์จเร็วในการชาร์จแบบไร้สาย

ข้อเสีย

  • ถาดใส่ซิมการ์ดยังเป็นแบบ Hybrid
  • การถ่ายวีดีโอแบบ Super slow motion ในที่มีแสงน้อยยังทำได้ไม่ค่อยดี
  • ขอบจอโค้งทำให้ติดฟิล์มได้ยาก

มือถือหน้าจอ 6 นิ้ว เรือธงรุ่นใหม่จากค่าย Samsung โดยเป็นรุ่นที่ 10 แล้วตั้งแต่เปิดตัวมาของ Series Samsung Galaxy S การออกแบบตัวเครื่องก็มีความสวยงามตามสไตล์ของ Samsung กรอบเครื่องเป็นอะลูมิเนียมพร้อมกระจก Gorilla Glass 6 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขอบจอทั้ง 4 มีความโค้งมนเช่นเคย รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 มาพร้อมหน้าจอ Dynamic AMOLED หน้าจอแบบ Infinity-O ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 3040 พิกเซล อัตราส่วน 19:9 ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีการใช้หน้าจอ AMOLED แบบเจาะรูแทนที่จะเป็นติ่งหยดน้ำหรือรอยบากแบบรุ่นอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับการแสดงผลด้วย HDR10+ ให้สีสันสมจริงเหมือนตาเห็น พร้อมระบบ AI ที่ช่วยปรับลดแสงสีฟ้าถนอมสายตา มีระบบสแกนนิ้วใต้หน้าจอ Ultrasonic fingerprint sensor ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสแกน 3 มิติ ใช้งานได้ทุกความต้องการด้วยหน่วยประมวลผล Exynos 9820 ที่จับคู่กับ RAM 8 GB ความจุ 128 GB, RAM 8 GB ความจุ 512 GB และ RAM 12 GB ความจุ 1 TB สำหรับรุ่น Ceramic ใช้ ระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) ครอบทับด้วย One UI มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C พร้อมช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แบตเตอรี่ความจุ 4,100 มิลลิแอมป์ รองรับการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย ถ่ายรูปได้สวยตามสไตล์ Samsung ด้วยกล้องหลัง 3 เลนส์ที่ประกอบไปด้วยเล่นหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.5 มีกันสั่น OIS กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 มุมกว้าง 123 องศา กล้องตัวที่ 3 เป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.4 มีกันสั่น OIS ซูม 2x กล้องหน้ามาพร้อมเลนส์คู่ที่มีความละเอียด 10 ล้านพิกเซล พร้อม Dual Pixel AF ขนาดรูรับแสง f/1.9 และความละเอียด 8 ล้านพิกเซล RGB Depth Camera ขนาดรูรับแสง f/2.2 ที่มาพร้อมฟีเจอร์การถ่ายภาพให้ออกมาสวยงามเหมือนมืออาชีพ

5. Xiaomi Mi MIX 3

Xiaomi Mi MIX 3

Xiaomi Mi MIX 3

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 13,980 บาท

ข้อดี

  • หน้าจอ Full Screen แบบไร้ติ่งและรอยบาก
  • ได้กล้องเลนส์คู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • รองรับชาร์จเร็วและการชาร์จไร้สาย
  • มีพอร์ต USB Type-C

ข้อเสีย

  • ไม่รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น
  • ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำจากภายนอกได้
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

มือถือหน้าจอ 6 นิ้ว ระดับเรือธงของค่ายอีกหนึ่งรุ่นจาก Xiaomi มากับดีไซน์ตัวเครื่องแบบสไลด์ที่ซ่อนกล้องหน้าเอาไว้ทำให้ได้หน้าจอแบบเต็มพื้นที่ไม่มีติ่งหรือรอยบากมาปิดบังที่หน้าจอ งานประกอบแน่นหนา หรูหรา แข็งแรง สวยงาม มีสีให้เลือกได้แก่ สีดำ (Onyx Black) สีเขียว (Jade Green) และสีน้ำเงิน (Sapphire Blue) มีหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบขนาด 6.39 นิ้ว Super AMOLED ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 ไม่รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น มากับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 octa-core หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630 จับคู่กับ RAM 6 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9 (Pie) ครอบทับด้วย MIUI 10 มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 3,200 มิลลิแอมป์ รองรับการสแกนใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ สำหรับกล้องถ่ายรูปด้านหลังเป็นแบบเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเท่ากัน กล้องตัวแรกมีขนาดรูรับแสง f/1.8 พร้อมกันสั่น OIS 4 แกน มี Dual Pixel ระบบโฟกัสแบบ PDAF และ LED flash กล้องตัวที่ 2 ขนาดรูรับแสง f/2.4 สามารถซูมออปติคอลได้ 2 เท่า ส่วนกล้องหน้าก็เป็นเลนส์คู่โดยมีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และ 2 ล้านพิกเซล มาพร้อม LED flash และมีเทคโนโลยี AI ช่วยในการปรับแต่งภาพให้ออกมาได้อย่างสวยงาม

6. Xiaomi Redmi Note 7

Xiaomi Redmi Note 7

Xiaomi Redmi Note 7

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 4,790 บาท

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยงามแบบไล่เฉดสีตามสมัยนิยม
  • รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
  • กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล
  • สเปคการใช้งานดีในราคาไม่แพง
  • มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ข้อเสีย

  • ถาดใส่ซิมยังเป็นแบบ Hybrid
  • ไม่รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น
  • กล้องถ่ายรูปยังทำไม่ค่อยดีในสภาพที่มีแสงน้อย

บอกได้เลยว่ารุ่นนี้เป็นมือถือหน้าจอ 6 นิ้วที่มาพร้อมประสิทธิภาพการใช้งานเกินตัวในราคาน่าคบมากที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ดีไซน์ตัวเครื่องออกแบบให้เป็นกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังโดยใช้กระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 5 พร้อมสีสันแบบไล่เฉดที่กำลังนิยมอยู่ในปัจจุบัน มากับหน้าจอไร้ขอบแบบติ่งหยดน้ำ IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ มีให้เลือกด้วยกันถึง 3 สีได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน และสีแดง โดยมาพร้อมประสิทธิภาพการใช้งานแบบคุ้มค่าเกินราคาด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512 จับคู่กับ RAM 3 GB / 4 GB / 6 GB ความจุภายในตัวเครื่อง 32 GB และ 64 GB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256 GB ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย MIUI 10 พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว สำหรับกล้องถ่ายรูปก็มาพร้อมกล้องด้านหลังแบบเลนส์คู่ AI dual camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล และ 5 ล้านพิกเซล มีไฟแฟลช Dual LED ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยี AI ช่วยในการปรับแต่งภาพด้วยเช่นกัน

7. HUAWEI P30 Pro

HUAWEI P30 Pro

HUAWEI P30 Pro

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 10,500 บาท

ข้อดี

  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังมาพร้อมเลนส์ Leica ถึง 4 ตัว ซูมได้ 50 เท่า ถ่ายกลางคืนได้ดี
  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • ระบบ SuperCharge 40W ชาร์จได้เร็วทันใจ

ข้อเสีย

  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • กล้องหน้าเป็น Fixed focus ไม่มี Autofocus
  • หน่วยความจำเป็นแบบ NM Card ไม่ใช่ microSD
  • หน้าจอยังมีติ่งและขอบจอโค้ง ติดฟิล์มยาก

มือถือหน้าจอ 6 นิ้วที่มากับพลังแห่งกล้องถ่ายรูปอันโดดเด่นที่สามารถซูมได้ไกลถึงดวงจันทร์ตามที่ทางค่ายได้เคลมเอาไว้ กับ HUAWEI P30 Pro ที่มาพร้อมดีไซน์หน้าจอติ่งหยดน้ำที่มีจอแสดงผล OLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็นมือถือกันน้ำกันฝุ่นได้แน่นอนเพราะตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 สามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลานานสูงสุด 30 นาที มากับหน่วยประมวลผล HiSilicon Kirin 980 octa-core ความเร็ว 2.6 GHz พร้อม RAM 8 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB สามารถเพิ่ม NM card ได้สูงสุด 256 GB ใช้ปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1 กล้องหลังมาพร้อมเลนส์ Leica ถึง 4 ตัว ประกอบไปด้วยเลนส์ Ultra wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล กล้องตัวหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล กล้องตัวที่สามคือเลนส์ Telephoto ซูม 5x แบบ Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวสุดท้ายเป็นกล้อง ToF 3D พร้อมไฟแฟลช LED อัดแน่นฟีเจอร์การใช้งานมาอย่างครบครัน เช่น กันสั่น OIS และ EIS เทคโนโลยี AI โดยเฉพาะการซูมสูงสุดที่ 50x (Digital zoom) ที่บอกว่าซูมจนถึงดวงจันทร์ได้นั่นเอง สำหรับกล้องหน้าก็มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล และมีเทคโนโลยี AI ช่วยในการปรับแต่งภาพ พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,200 มิลลิแอมป์ ที่ใช้งานได้อย่างยาวนานและรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วอีกด้วย

8. Nokia X71

Nokia X71

Nokia X71

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 13,211 บาท

ข้อดี

  • มีกล้องหลัง 3 ตัว ใช้เลนส์ที่พัฒนาร่วมกันกับ ZEISS ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล
  • หน้าจอขนาดใหญ่ไร้ขอบแบบเจาะรูตรงมุมซ้ายบนสำหรับวางกล้องหน้า
  • มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และพอร์ต USB Type-C
  • รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ Android One

ข้อเสีย

  • มีจำหน่ายในประเทศจีนเท่านั้นยังไม่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
  • ไม่รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น

มือถือหน้าจอ 6 นิ้วรุ่นใหม่ล่าสุดจาก HMD Global เจ้าของแบรนด์ Nokia โดยในครั้งนี้ก็มากับดีไซน์แบบใหม่ด้วยหน้าจอแสดงผล PureDisplay IPS LCD ขนาด 6.39 นิ้ว ที่มีการเจาะรูบนหน้าจอแสดงผลสำหรับติดตั้งกล้องหน้าเซลฟี่ ทำให้มีพื้นที่ในการแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่องสูงถึง 93% เลยทีเดียวเลยทีเดียว โดยมีความละเอียดระดับ Full HD+ (1080 x 2316 พิกเซล) มีให้เลือกสีเดียวก็คือสีดำ มาพร้อมไฟแจ้งเตือนที่อยู่ตรงปุ่ม Power ด้านหลังของตัวเครื่องเลือกใช้กระจกขอบโค้ง 2.5D ที่โอบรับกับอุ้งมือผู้ใช้งาน สามารถหยิบจับได้อย่างถนัดมือ กรอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงทนทาน ใช้งานได้ครบทุกความต้องการด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE octa-core หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512 จับคู่กับ RAM 6 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256 GB โดยในรุ่นนี้จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android One บนพื้นฐานของ Android 9.0 (Pie) และแบตเตอรี่ความจุ 3,500 มิลลิแอมป์ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องถ่ายรูปด้านหลังที่ใช้เลนส์จาก ZEISS ถึง 3 ตัวด้วยกัน ประกอบไปด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.8 โฟกัส PDAF กล้อง Depth sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-wide angle มีองศาในการรับภาพกว้าง 120 องศา พร้อมเทคโนโลยี AI สำหรับช่วยถ่ายภาพ สำหรับกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยในการถ่ายภาพได้อย่างสวยงามและครบครัน

9. OnePlus 6T

OnePlus 6T

OnePlus 6T

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 15,861 บาท

ข้อดี

  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ
  • ดีไซน์ตัวเครื่องสวยหรูเงางาม ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 6
  • รองรับ DCI-P3
  • มีพอร์ต USB Type-C
  • รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว

ข้อเสีย

  • ตัวเครื่องสีดำเงามีความมันวาวจึงเลอะคราบต่าง ๆ ได้ง่าย
  • ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำจากภายนอกได้
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • ไม่มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น

มือถือหน้าจอ 6 นิ้วที่มาพร้อมสเปคการใช้งานครบรอบด้านอีกหนึ่งรุ่น โดยในรุ่นนี้ก็จะมีการออกแบบด้วยดีไซน์กระจกที่ใช้ Corning Gorilla Glass 6 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กรอบเครื่องเป็นอลูมิเนียมมีความแข็งแรงทนทาน มาพร้อมกับสีสันได้แก่ สีดำด้าน Midnight Black สีดำเงา Mirror Black และสีม่วงแบบทูโทน Thunder Purple ซึ่งรุ่นนี้จะมีเวอร์ชั่นพิเศษที่เป็น 6T McLaren Edition ที่เป็นสีดำตัดขอบด้วยสีส้ม อีกด้วย โดย One Plus 6T ก็มาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบ Optic AMOLED display ขนาด 6.41 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 octa-core หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630 จับคู่กับ RAM 6 GB และ 8 GB ความจุภายในตัวเครื่อง 128 GB และ 256 GB ไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้ ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย OxygenOS 9.0.5 พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,000 รองรับ Fast battery charging 5V/4A 20W สำหรับกล้องถ่ายรูปก็จะมากลับกล้องหลังแบบเลนส์คู่ ตัวแรกมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.7 มีกันสั่น OIS และโฟกัส PDAF กล้องตัวที่สองความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.7 โฟกัส PDAF พร้อมไฟ LED flash และกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

10. Apple iPhone XS Max

Apple iPhone XS Max

Apple iPhone XS Max

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 33,700 บาท

ข้อดี

  • หน้าจอแสดงผล OLED Super Retina HD ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว
  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง และชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charging
  • ระบบสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ (3D Face Unlock)

ข้อเสีย

  • ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ความละเอียดของกล้องค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ถือว่าเป็น iPhone ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ และยังเป็นมือถือหน้าจอ 6 นิ้วอีกด้วย มาพร้อมคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐานที่ระดับ IP68 ซึ่งทาง Apple ได้เคลมไว้ว่าไม่เพียงแค่ป้องกันน้ำสะอาดเท่านั้น แต่ยังสามารถกันน้ำชาและเบียร์ได้เช่นกัน มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ iPhone เคยมีมาก็คือ 6.5 นิ้ว โดยเป็นหน้าจอแบบ OLED Super Retina HD ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล (458 ppi) รองรับการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ แบบ Dolby Vision และ HDR10 พร้อมหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Apple A12 Bionic แบบ 6 แกนประมวลผล (Hexa-core) ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตรเป็นรุ่นแรก ๆ ของโลก และรองรับ GPU แบบ 4 แกนประมวลผล (Quad-core GPU) ที่สามารถประมวลผลด้านกราฟิกได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 50% ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 12 ที่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้ นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงและชาร์จแบบไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging มีระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Face ID เวอร์ชันใหม่แบบ 3 มิติ (3D Face Unlock) ที่สามารถตรวจสอบใบหน้าผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำโดยใช้กล้องหน้าแบบ TrueDepth ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มีกล้องตัวหลักที่ด้านหลังแบบคู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบ่งออกเป็นเลนส์ Wide-angle ขนาดรูรับแสง f/1.8 และเลนส์ Telephoto ขนาดรูรับแสง f/2.4 รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual-OIS พร้อมระบบเสียงแบบ Stereo

และทั้งหมดนี้คือมือถือหน้าจอ 6 นิ้ว ที่เราได้ทำการคัดเลือกนำมาฝากกันในวันนี้ สังเกตได้ว่าจะเป็นมือถือในรุ่นเรือธงกันเป็นส่วนมาก แต่ก็ยังมีรุ่นระดับกลางและรุ่นราคาประหยัดมาเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้อีกด้วย หากใครกำลังมองหามือถือที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6 นิ้วขึ้นไป และมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีก็ลองพิจารณามือถือหน้าจอ 6 นิ้วทั้ง 10 รุ่นที่เราได้นำมาฝากกันดู

10 มือถือจอ 6 นิ้วจอใหญ่น่าใช้ ทำงานก็สบาย ดูหนังฟังเพลงก็แจ่ม

  • Samsung Galaxy A80
  • Xiaomi Mi 9
  • OPPO F11 Pro
  • Samsung Galaxy S10+
  • Xiaomi Mi MIX 3
  • Xiaomi Redmi Note 7
  • HUAWEI P30 Pro
  • Nokia X71
  • OnePlus 6T
  • Apple iPhone XS Max