มือถือหาย ทำไงดี ?! แนะนำวิธีต่างๆ ในการตามหามือถือเมื่อเกิดสูญหาย

ยุคที่ "โทรศัพท์มือถือ" เปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์อย่างแนบแน่น และเมื่อมันหายไปคงจะวุ่นวายอย่างแน่ๆ แต่ถ้าหายไปจะมีวิธีตามหาอย่างไรมาดูกันค่ะ รวมวิธีหามือถือทั้ง iPhone และ Android

การตามหามือถือที่หายไปไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรือยากอย่างที่คิด แต่เราก็มีวิธีที่จะช่วยตามหามือถือของเราที่หายไปหรือโดนขโมยไปไม่ว่าจะเป็นมือถือไอโฟน หรือแอนดรอยด์ ซึ่งจะทำได้อย่างไรบ้าง เพียงคุณติดตั้งแอปพลิเคชันตัวช่วยดีๆ เท่านี้ก็เป็นการช่วยเซฟให้คุณได้เบื้องต้นแล้ว ซึ่งเราก็มีวิธีสำหรับการติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อช่วยติดตามมือถือมาแชร์กัน เป็นขั้นตอนง่ายๆ ทั้งมือถือระบบ iOS และระบบแอนดรอยด์มาฝากค่ะ

สำหรับเจ้าของสมาร์ทโฟนนั้น ต้องขอบคุณสำหรับความฉลาดของเครื่อง ด้วยสมาร์ทโฟนทั้งระบบ iOS (Apple) และ Android (Google) ได้รวมเอาเทคโนโลยีที่ช่วยติดตามเครื่องเอาไว้ในตัวเครื่องเลย ซึ่งแอปพลิเคชั่นที่ว่านี้ก็ทำงาน่วมกับชื่อบัญชีที่คุณลงทะเบียนไว้กับตัวเครื่องมือถือ สำหรับมือถือระบบแอนดรอยด์ คือ บัญชี Google account ส่วนมือถือ iPhones ก็คือ บัญชี iCloud โดยการทำงานของแอปพลิเคชั่นทั้งสองนี้จะช่วยให้คุณสามารถล๊อคและลบข้อมูลเครื่องมือถือของคุณจากระยะไกลได้ รวมทั้งการตั้งค่าข้อความเฉพาะที่จะส่งไปหาใครที่เก็บเครื่องของคุณไว้

อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟนทั้งสองระบบก็สามารถใช้งานได้เมื่อแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือของคุณยังทำงานอยู่เท่านั้น ดังนั้น หากแบตเตอรี่มือถือของคุณหมดไป การติดตามเครื่องก็ยากพอๆ กับที่คุณทำกระเป๋าสตางค์หายไปนั่นล่ะ

สำหรับเจ้าของโทรศัพท์มือถือ iPhone

สำหรับสมาร์ทโฟนอย่างไอโฟน หากมันหายไปวิธีที่เชื่อว่าดีที่สุดและน่าจะเห็นวิธีเดียวที่จะใช้ตามหามันก็คือการใช้แอปพลิเคชันพื้นฐานของ Apple คือ Find My iPhone ซึ่งมีติดตั้งในซอฟท์แวร์ iOS ของอุปกรณ์ในค่ายนี้ทุกเครื่อง ซึ่งจะช่วยในการตามหาอุปกรณ์ Smart device ของคุณ การทำงานก็คือคุณต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เป็นระบบ iOS อีกหนึ่งเครื่องที่มีแอป Find My iPhone เพื่อติดตามเครื่องที่หายไป แต่แอปนี้ก็มีข้อจำกัดที่ว่ามันสามารถใช้งานได้เมื่อเครื่องโทรศัพท์ที่หายไปของคุณยังเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

การติดตั้งแอปพลิเคชัน Find My iPhone สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดไปที่ "การตั้งค่า" (Settings)
  2. แตะที่ชื่อของคุณที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผล
  3. แตะ "iCloud"
  4. เลื่อนไปที่ "Find My iPhone"
  5. ไปที่ตัวเลือกให้เปิดใช้งานสำหรับ "Find My iPhone"
  6. และให้เปิดการใช้งานแจ้งตำแหน่งล่าสุด "Send Last Location" ด้วย ซึ่งมันจะช่วยส่งพิกัดของเครื่องมาได้จนกว่าเครื่องจะแบตเตอรี่หมด

สำหรับเจ้าของเครื่อง iPhone กรณีที่ iPhone ของคุณหาย สามารถติดตามได้โดย

  1. ใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเครื่องอื่น และเข้าไปที่ iCloud.com และ Log-in ด้วย Apple account ของคุณ
  2. เปิด "Find My iPhone"
  3. ค้นหา iPhone ของคุณบนแผนที่

วิธีนี้จะแสดงตำแหน่งของเครื่อง iPhone ของคุณ ณ ตำแหน่งสุดท้ายก่อนที่แบตเตอรี่จะหมด ระบบยังช่วยให้คุณสั่งเปิดเสียงเครื่องซึ่งหากมันตกหล่นอยู่ใกล้ๆ คุณก็สามารถหามันเจอได้ นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกให้ล๊อคเครื่องและส่งข้อความไปที่เครื่องเพื่อให้คนที่เก็บได้ติดต่อกลับเพื่อมอบคืน หรือลบข้อมูลในเครื่องไปเลยเพื่อให้เป็นการยากในการขายต่อหรือนำไปใช้หากเครื่องของคุณถูกขโมยไป

แอป Find My iPhone ยังสามารถช่วยบอกตำแหน่งเครื่อง Mac, iPod, และ iPad ได้อีกด้วย ว่าง่ายๆ ก็ที่กล่าวมาข้างต้นคือทุกอุปกรณ์ที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ระบบ iOS ก็เข้าข่ายการทำงานของแอปพลิเคชันนี้นั่นเอง

นอกจาก Find My iPhone แล้ว Apple ยังใช้ระบบความปลอดภัยอีกตัว คือ Activation Lock เพื่อช่วยให้เครื่อง iPhone ของคุณปลอดภัยจากโจรขโมย โดย Activation Lock จะร้องขอให้คุณกรอก Apple ID และ รหัสผ่านก่อนที่คุณจะไม่สามารถใช้แอป Find My iPhone จากนั้นก็กวาดหน้าจอเครื่อง หรือทำให้เครื่องแอคทีฟอีกครั้ง

สำหรับเจ้าของโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์

สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามเครื่อง โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดไปที่แอป Google Play Store
  2. ค้นหาและดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน "Find My Device"
  3. เปิดแอป Find My Device
  4. Log in ด้วย Google account ของคุณ

และกรณีที่เครื่องมือถือของคุณหายไป ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ใช้คอมพิวเตอร์ หรือมือถือเครื่องอื่น และเข้าไปที่ https://myaccount.google.com/find-your-phone จากเว็บบราวเซอร์
  2. Log in ด้วย Google account ของคุณ
  3. เลือกอุปกรณ์ที่หายไปจากรายการโทรศัพท์มือถือของคุณ
  4. คลิ๊ก "Locate" เพื่อค้นหามือถือของคุณบนแผนที่

แอปนี้คุณยังสามารถเลือกเพื่อเช็คการลงชื่อเข้าใช้ที่ต้องสงสัย ล๊อคเครื่องโทรศัพท์ โทรเข้าเครื่องของคุณ ลงชื่อออกจาก Google account ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณ หรือทำการลบข้อมูลในเครื่องของคุณได้อีกด้วย

นอกจากนี้ สำหรับสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ยังมีบริการจากผู้ให้บริการอื่น ที่คุณสามารถติดตั้งเพื่อช่วยในการติดตามหาเครื่องมือถือของคุณด้วย เช่น Cerberus Anti-theft ซึ่งก็เป็นแอปพลิเคชันดีๆ แอปหนึ่งที่เราแนะนำในด้านการเข้าถึงและควบคุมเครื่องมือถือของคุณจากระยะไกล โดยแอปพลิเคชันนี้จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลพิกัดของเครื่อง และตัวเลือกอื่นๆ ที่ช่วยให้คุณจัดการกับเครื่องที่คุณติดตาม การจับภาพหน้าจอเครื่องมือถือของคุณ ภาพจากกล้องในเครื่องมือถือที่อาจหาบุคคลที่ต้องสงสัยว่าขโมยเครื่องของคุณ และอื่นๆ ที่แอปพลิเคชัน Find My Device ไม่มีให้ รวมถึงการป้องกันเครื่องของคุณจากการที่คนอื่นจะรีเซ็ตเครื่องใหม่หรือปิดเครื่องหนีไปก่อนที่คุณจะติดตามเครื่องได้ทัน

Find My Mobile จาก Samsung

อีกทางเลือกสำหรับเจ้าของสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังอย่างซัมซุง ที่นำเสนอตัวช่วยมาให้ผู้ใช้อย่างบริการ Find My Mobile โดยบริการนี้สามารถระบุพิกัดมือถือของคุณ ล๊อคเครื่อง หรือลบข้อมูลในเครื่อง ซึ่งการใช้งานนั้นคุณต้องใช้บัญชี Samsung account และเปิดการใช้งานจากระยะไกลที่เปิดไว้ที่เครื่องมือถือของคุณเสียก่อน สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าสมาร์ทโฟนซัมซุงของคุณสามารถใช้บริการนี้ได้หรือไม่ คุณสามรถตรวจสอบได้โดย

  1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
  2. ไปที่ Lock screen & Security หากคุณพบตัวเลือก Find My Mobile ในเมนู แสดงว่าคุณสามารถใช้บริการนี้ได้ และคุณสามารถตั้งการควบคุมระยะไกลได้โดย
  3. ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
  4. ไปที่ Security และเลือก Find My Mobile และเลือก Remote controls

การค้นหาโทรศัพท์มืออื่นๆ ที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน

สำหรับใครที่มือถือของคุณไม่ใช่ iPhone หรือเข้าขั้นสมาร์ทโฟน เรามีวิธีที่ช่วยตามหามือถือของคุณเช่นกัน โดยสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. โทรเข้ามือถือของคุณเอง ให้ลองฟังเสียงหรือแรงสั่นเครื่องของคุณ เพื่อลองดูก่อนว่ามันอาจจะอยู่ที่ไหนสักที่ใกล้ๆ ตัวคุณ แต่หากมือถือของคุณเกิดหายไปจริงๆ และมีใครเก็บไว้ได้หากเขาตั้งใจจะคืนให้คุณเขาก็น่าจะรับสายนะ (อันนี้ต้องพึ่งโชคด้วย)
  2. ทำขั้นตอนแรกซ้ำอีกที พร้อมๆ กับมองหาให้ถ้วนถี่อีกครั้ง หากคุณไม่ได้ยินเสียงมือถือหรือเสียงสั่นจากมือถือของคุณ อย่าพึ่งคิดว่ามันหายไปไหนไกล เพราะมือถือของคุณอาจแบตเตอรี่หมดก็ได้
  3. ส่งข้อความไปที่มือถือของคุณ กรณีที่คุณคิดว่ามีใครขโมยมือถือของคุณไป หรือมีคนเก็บเครื่องไว้ได้ คุณก็อาจเลือกวิธีส่งข้อความไปที่มือถือของคุณ (มีบริการส่งข้อความออนไลน์แบบไม่เสียค่าบริการมากมาย) พร้อมบอกรายละเอียดการติดต่อเพื่อรับเครื่องคืน และรางวัลตอบแทนให้ (ถ้าหากคุณอยากจะให้เป็นสินน้ำใจ)
  4. แจ้งผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือของคุณ ถ้าคุณคิดว่ามือถือของคุณหายแล้วจริงๆ โดยโทรติดต่อไปที่ผู้ให้บริการเครือข่ายที่คุณใช้ ให้เขาช่วยเปิดบริการ และตามหาพิกัดเครื่องให้คุณ และอาจรวมทั้งการขอให้เขาตรวจสอบการใช้บริการเครื่องของคุณที่อยู่นอกเหนือจากที่คุณใช้หลังจากมือถือคุณหายไป และสอบถามทางผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณด้วยถึงนโยบายหรือบริการที่จะช่วยคุณในเรื่องนี้
  5. ลงทะเบียนเครื่องโทรศัพท์มือถือหาย โดยหากคุณทราบหมายเลข IMEI ของเครื่องหรือมีจดเก็บเอาไว้
  6. เตรียมตัวเผื่อไว้ในอนาคต อันนี้กรณีที่คุณเข้าข่ายเป็นคนที่ทำมือถือหายบ่อยๆ คุณอาจต้องมองหาบริการที่ช่วยติดตามหามือถือที่หายไป เช่น AccuTracking

นอกจากวิธีการติดตามเครื่องมือถือที่หายไปที่เราแนะนำในข้างต้นนี้แล้ว อีกสิ่งที่เราขอแนะนำคุณไว้ด้วยก็คือ คุณควรมีความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารกับใครก็ตามที่พบเครื่องโทรศัพท์ของคุณ คุณควรมีความละเอียดรอบคอบก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณหรือข้อมูลการติดต่อกับคนๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทศัพท์ที่บ้าน ที่อยู่ สถานที่ทำงาน ฯลฯ จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าบุคคลนั้นจะนำเครื่องมาคืนให้คุณอย่างไม่มีเหตุผลใดๆ แอบแฝง

มาถึงตรงนี้หากมือถือของคุณถูกขโมยไปหรือพบจากพิกัดในแอปติดตามเครื่องที่น่าสงสัย คุณสามารถใช้ข้อมูลที่ได้นี้ไปประกอบการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เราแนะนำว่ากรณีที่คุณเห็นว่ามันอาจสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย คุณไม่ควรไม่ตามเครื่องของคุณเอง เพราะสิ่งที่คุณจะเสียอาจไม่ใช่แค่มือถือเครื่องเดียว ยังไงรอบคอบและปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่านะ

กันไว้ก่อนไม่เสียหาย วิธีการป้องกันการสูญหายให้โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนของคุณ

นอกเหนือจากบรรดาเทคโนโลยีและวิธีการติดตามเครื่องโทรศัพท์มือถือที่คุณทำหายหรือโดนขโมยไปแล้ว การป้องกันเครื่องหายไว้แต่เริ่มแรกด้วยตัวคุณเองก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ซึ่งเราก็มีคำแนะนำมาให้คุณเอาไปใช้กันด้วย

เปิด GPS หรือ Location Service ของโทรศัพท์มือถือของคุณ

การห่วงว่าการเปิด GPS หรือ Location Service มือถือของคุณไว้จะทำให้เปลืองแบตเตอรี่มือถือของคุณนั้น เราขอบอกตรงนี้เลยว่าเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก ในปัจจุบันค่ายผู้พัฒนามือถือต่างอัพเดทให้มือถือสามารถประหยัดพลังงานและเลือกตัดการทำงานของ GPS หรือ Location Service ได้เมื่อคุณไม่ได้ใช้งานแอปพลิเคชันนั้นๆ โดยการเปิด Location Service ไว้นั้นจะเป็นการช่วยให้คุณได้ทราบตำแหน่งของเครื่องมือถือที่คุณตามหา หรืออย่างน้อยที่สุดก็พิกัดล่าสุดของเครื่องก่อนที่เครื่องจะถูกปิดหรือแบตเตอรี่หมดลง

ใส่รหัสล็อกเครื่อง

หลายๆ คนเอาเรื่องความสะดวกเข้าว่า หรืออีกนัยก็ขี้เกียจนั่นล่ะ ที่เลือกจะไม่ตั้งรหัสการเข้าใช้เครื่องใดๆ เลย ซึ่งตรงนี้เราไม่แนะนำเลย เพราะจริงๆ การตั้งรหัสปลดล็อกเครื่องอย่างน้อยที่สุดก็ถือเป็นปราการด่านแรกที่ป้องกันไม่ให้คนที่ไม่ใช่คุณเข้าใช้เครื่องมือถือได้ และยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนมีการพัฒนาการตั้งรหัสล็อกส่วนตัวมากมายที่ไม่เฉพาะเป็นรหัสตัวเลข ทั้งสแกนลายนิ้วมือ ใบหน้า หรือดวงตา

การลงทะเบียนความเป็นเจ้าของเครื่อง

ยอมรับมาเสียดีๆ ว่ามีหลายคนที่ละเลยสิ่งนี้ไป สำหรับเครื่องสมาร์ทโฟนเมื่อคุณซื้อมาและเริ่มใช้เครื่อง จะมีการร้องขอให้คุณกรอกข้อมูลต่างๆ เพื่อการตั้งค่า รวมทั้งการลงทะเบียนเพื่อตั้งบัญชีชื่อและรหัสผ่าน ที่หลายๆ คนข้ามขั้นตอนเหล่านี้ไป แต่เราบอกไวตรงนี้เลยว่า ขั้นตอนนี้ล่ะที่สำคัญมากในการช่วยติดตามและแสดงความเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่หายไปของคุณ

เก็บโทรศัพท์มือถือของคุณให้มิดชิด

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้คนจำนวนไม่น้อยก็นับเอาว่าสมาร์ทโฟนเป็นดั่ง accessory หรือเฟอร์นิเจอร์ประจำกายไว้อวดความอินเทรนด์หรือแสดงตัวตนในสังคม พูดง่ายๆ ใครมีสมาร์ทโฟนเจ๋งๆ ก็อยากหยิบขึ้นมาอวดชาวโลก แต่ที่เรากำลังจะบอกคุณก็คือสมาร์ทโฟนยิ่งดียิ่งแพงก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับมีค่ามีราคา มันก็ยิ่งล่อตาล่อใจใครที่ไม่ประสงค์ดีอยากโฉบมันไปจากคุณ จริงมั้ย ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถป้องกันได้ด้วยตัวเองคือคุณควรเก็บมือถือของคุณให้เรียบร้อยมิดชิด และคอยสอดส่องระมัดระวังตลอดเวลา โดยเฉพาะคุณที่ชอบเอามือถือใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง หรือชอบเอามาวางไว้บนโต๊ะให้เห็นได้ชัดเจน ใครจะไปรู้ว่าอาจมีพวกมิจฉาชีพเข้ามาฉวยเอาเครื่องจากคุณไปเมื่อใดก็ได้ ดังนั้นระวังตัวเองไว้ก่อนดีที่สุด!

การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ

การใช้เครื่องโทรศัพท์มือถือของคุณ หากไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด คุณควรเปิดการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณออกไปข้างนอก หรือระหว่างการเดินทาง (เว้นเวลาอยู่บนเครื่องบินที่คุณต้องปิดสัญญาณ) เพราะเมื่อเครื่องมือถือเชื่อมสัญญาณไว้ การใช้แอปพลิเคชันหรือบริการติดตามเครื่องต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยสะดวก และเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะติดตามเครื่องโทรศัพท์ของคุณได้รวดเร็วทันการขึ้นด้วย

มาถึงตรงนี้ เราหวังว่าข้อมูลที่เรานำมาแชร์ถึงวิธีการติดตามหาเครื่องโทรศัพท์มือถือที่หายไป และคำแนะนำให้การป้องกันมือถือหายจะเป็นประโยชน์กับคุณได้เป็นอย่างดี เท่านี้คุณก็สามารถพาสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือไปกับคุณได้ทุกที่ด้วยความสบายอกสบายใจยิ่งขึ้น และยังเป็นการลดการสูญหายและเสียทรัพย์สินที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกด้วย