TSMC เริ่มต้นกระบวนการผลิตชิปเซ็ตระดับ 7 nm+ สำหรับชิปเซ็ต Kirin 985 และ Apple A13

บริษัท TSMC เริ่มเดินหน้าผลิตชิปเซ็ต Kirin 985 และ Apple A13 ด้วยกระบวนการผลิตในระดับ 7 nm+ ที่มีทรานซิสเตอร์มากขึ้นกว่าเดิม มีความร้อนลดลง บริโภคพลังงานน้อยลง รวมถึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีระดับ 5 nm เพื่อรองรับการผลิตชิปเซ็ตในปีหน้าด้วย

ด้วยความต้องการของระบบต่างๆในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ตอนนี้ ทำให้กระบวนการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ นั้นต้องพัฒนาตามให้ทันหรือล้ำหน้าไปเล็กน้อยเพื่อพร้อมสำหรับการผลิตและนำมาใช้งานได้จริง ซึ่งในส่วนของชิปเซ็ตนั้นก็ถือว่าเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการทำงาน และมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงเพื่อผลลัพธ์สุดท้ายก็คือประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุดของตัวเครื่องในทุกๆ ด้าน โดยฝั่งของบริษัท TSMC จากไต้หวันนั้นล่าสุดมีการเคลื่อนไหวยืนถึงความพร้อมในการผลิตชิปเซ็ตด้วยกระบวนการผลิตระดับ 7 nm+ ให้กับพี่ใหญ่ของวงการถึง 2 รายด้วยการ

ทางบริษัท TSMC มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าได้มีการเริ่มต้นกระบวนการผลิตระดับ 7 nm+ รุ่นที่สอง โดยในครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการใช้ EUV ที่ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำมากขึ้น ตัวชิปเซ็ตมีทรานซิสเตอร์มากขึ้น รวมถึงช่วยในการลดความร้อน และประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าตัว 7 nm เดิม แน่นอนว่าเป็นการแข่งขันที่สมน้ำสมเนื้อมากขึ้นกับฝั่งของคู่แข่งอย่าง Intel และ Samsung ซึ่งชิปเซ็ตที่ทางบริษัท TSMC กำลังเร่งเครื่องผลิตในตอนนี้ก็คือ HUAWEI Kirin 985 ที่จะมีการนำมาใช้ในเรือธงตัวตัวไปคือ HUAWEI Mate 30 รวมถึงชิปเซ็ตรุ่น Apple A13 ที่จะนำไปใช้ใน iPhone 2019 อีกด้วย

สำหรับกรณีร้อนแรงของวงการในช่วงนี้คือการที่ทางสหรัฐอเมริกาสั่งแบน HUAWEI นั้น ทาง TSMC มีการยืนยันว่าปัญหา Trade war ระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกานั้นทางบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้แต่อย่างใดและไม่ได้มีที่ตั้งอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยปัจจุบันนอกจากการเริ่มต้นกระบวนการผลิตระดับ 7 nm+ แล้ว ยังมีการพัฒนากระบวนการผลิตระดับ 5 nm ที่จะเริ่มต้นได้ในไตรมาสแรกของปี 2020 และพร้อมลงสู่สมาร์ทโฟนในช่วงครึ่งปีหลัง แต่อาจมีการคั่นด้วยตัว 6 nm ก่อน ไม่เพียงเท่านี้ TSMC ยังขยายโรงงานในอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางตอนใต้ของไต้หวันเพื่อรองรับการเติบโตรวมถึงดำเนินการวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตระดับ 3 nm ในอนาคตอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวของบริษัท TSMC ในครั้งนี้ต้องบอกว่าทำให้เรามองเห็นภาพของสมาร์ทโฟนในอนาคตอันใกล้นี้ว่าจะทรงพลังมากยิ่งขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานในวิถีชีวิตยุคนี้ได้เป็นอย่างดี และด้วยการแข่งขันที่มากขึ้นผลประโยชน์ย่อมตกอยู่กับผู้ใช้อย่างเรานั่นเองครับ

  • รูปภาพจาก  tsmc.com