HUAWEI และ Samsung หันมายุติข้อขัดแย้งทางกฎหมาย เพื่อนำทรัพยากรไปใช้ในการพัฒนาบริษัท

การที่ทั้ง HUAWEI และ Samsung ตกลงกันได้ในการยุติเรื่องบาดหมางทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิบัตร จะช่วยให้สามารถนำงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้ในการพัฒนาบริษัท แบบนี้เรียกว่าจับมือกันผ่านช่วงชะลอตัวของตลาดสมาร์ทโฟนดีกว่าจะมัวแต่ทะเลาะกัน

แม้การแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนโลกนับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในบางครั้งผู้ผลิตแต่ละรายก็มีความเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่าการที่ Apple ต้องใช้บริการหน้าจอของทาง Samsung เป็นต้น นั่นทำให้เวลาที่ยอดขาย iPhone ตกลง กำไรของ Samsung จากการขายหน้าจอก็ได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างกรณีนี้การที่ภาพรวมของตลาดสมาร์ทโฟนเกิดหดตัวลงผู้ผลิตแต่ละรายก็จำต้องหาวิธีร่วมกันในการที่จะลดค่าใช้จ่ายของตัวเองลง ทำให้บริษัท HUAWEI และ Samsung มีการเจรจาต่อกันเพื่อยุติข้อขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน

มีรายงานที่น่าสนใจระบุว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแถวหน้าของโลก 2 บริษัทคือ Samsung Electronics และ HUAWEI Technologies มีการตกลงกันในการที่จะยุติข้อพิพาทที่ยืดเยื้อต่อกันมาเป็นเวลาสามปีเกี่ยวกับสิทธิบัตรในสมาร์ทโฟน โดยเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งก็เพื่อนำทรัพยากรทั้งทางการเงินและบุคลากรไปใช้ในการทำกิจกรรมของบริษัทในด้านอื่นเพราะตลาดสมาร์ทโฟนในตอนนี้มีการหดตัวลง การลดค่าใช้จ่ายบางส่วนออกไปจึงเป็นทางเลือกที่ถูกนำขึ้นมาใช้

ตามรายงานระบุว่าการยุติข้อพิพาทในครั้งนี้ทำการตกลงกันที่ศาลประชาชนชั้นสูงมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของประเทศจีน แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงนี้ออกมาสู่สาธารณะ ทั้งนี้คาดว่าเกี่ยวกับสิทธิบัตรเทคโนโลยีพื้นฐานในสมาร์ทโฟนตามที่เคยฟ้องร้องกันเอาไว้ตั้งแต่ปี 2016 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นการรวบรัดตัดความยุติข้อพิพาทระหว่างกัน เพราะก่อนหน้านี้ Samsung ก็เพิ่งจบเรื่องกับ Apple ที่ยืดเยื้อกันมาราว 7 ปี ส่วน Apple ก็ยุติคดีความกับ Qualcomm เพื่อแลกกับการได้ใช้งานเทคโนโลยี 5G ก่อนจะล้าหลังผู้ผลิตรายอื่น เรียกว่าจบด้วยดีต่อไปก็เริ่มต้นแข่งขันกันในเรื่องอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้จากตัวเลขล่าสุดบริษัท Samsung นั้นคือผู้เล่นเบอร์ 1 ในตลาดตอนนี้ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 20.8% ตามมาด้วย Apple ที่ 14.9% และ HUAWEI ได้ไป 14.7% แต่รายหลังนี้มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงมากทำให้ตำแหน่งนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และด้วยตัวเลขการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนที่ลดลง 4.1% คิดเป็น 1.4 พันล้านเครื่อง ทำให้เราเห็นการจับมือกันของผู้ผลิตเพื่อผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปร่วมกัน ส่วนข้อพิพาทต่างๆ ก็ถือว่าหยวนๆ กันไปก่อนก็แล้วกัน