2/4/2018 (อัพเดทล่าสุด : 29/11/2018)

อัปเดตมือถือแรม 6 GB กันหน่อยว่าช่วงนี้มีรุ่นไหนมาแรง พร้อมราคาที่โดนใจ

มือถือแรม 6 GB ถือว่ามีสเปคที่ค่อนข้างสูงและฟีเจอร์การทำงานที่ครบถ้วน โดยช่วงนี้มีออกมาให้เลือกกันหลายรุ่น แต่นี่คือ 10 รุ่นที่ดีที่สุดในเวลานี้

กระแสมือถือสเปคแรงๆ ได้รับความสนใจกันอย่างมาก เพราะเดี๋ยวนี้มือถือไม่ได้มีไว้แค่โทรเข้า รับสายกันอย่างเดียวแล้ว หากแต่สามารถทำอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องงาน ดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม ซึ่งคงต้องเน้นความแรง ลื่นไหลเป็นธรรมดา ว่าแล้วเรามาดู มือถือแรม 6 GB ที่น่าสนใจกันดีกว่าว่าตัวไหนน่าเล่นบ้าง

10.Honor Note10

Honor Note10

Honor Note10

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 13,992 บาท

มาเริ่มกันที่มือถือแรม 6 GB กันด้วยสมาร์ทโฟนรุ่น Honor Note10 โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอใหญ่ที่เรียกว่าเกือบจะเท่าแท็บเล็ตเลยก็ว่าได้ ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.95 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 2220 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18.5:9 ครอบด้วยกระจกโค้ง 2.5D โดย Honor Note10 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังคือชิปเซ็ต Kirin 970 จับคู่กับ แรม ขนาด 6 GB และ 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64 GB และ 128 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.2 มีกล้องหลังคู่ความละเอียด 16 MP + 24 MP ค่ารูรับแสง f/1.8 กล้องหน้าความละเอียด 13 MP ค่ารูรับแสง f/2.0 พร้อมระบบ AIS (AI Image Stabilization), AI scene recognition, AI bokeh และยังเพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนให้สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ Honor Note10 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่สุดอึดที่มีความจุถึง 5,000 mAh มาให้ได้ใช้งานกันยาวๆ พร้อมระบบชาร์จเร็ว 5V 4.5A ที่สามารถชาร์จเต็มได้ในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และ Honor Note10 ยังสามารถใช้เป็นเครื่องฉายความละเอียด 1080 p ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สายได้อีกด้วย

ข้อดี
  • หน้าจอขนาดใหญ่แบบ AMOLED ความละเอียดระดับ Full HD+ ให้ภาพสวยงามคมชัดเต็มตา
  • ลำโพงคู่เสียงดังสะใจมาก ตอบโจทย์ความบันเทิงได้ดี
  • แบตเตอรี่อึดแถมยังรองรับชาร์จไว
  • สเปกดี ใช้งานคล่อง เล่นเกมลื่น
  • จัดการเรื่องความร้อนได้ดี มีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว
  • ใช้เป็นเครื่องฉายความละเอียด 1080 p ได้
ข้อเสีย
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 mm
  • ดีไซน์ตัวเครื่องเป็นกระจกทำให้เลอะรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ไม่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ดังนั้นการบริการหลังการขายอาจลำบากสักหน่อย
  • กล้องถ่ายรูปถ่ายภาพตอนกลางคืนหรือในสภาวะแสงน้อยยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

9.Xiaomi Redmi Note 6 Pro

Xiaomi Redmi Note 6 Pro

Xiaomi Redmi Note 6 Pro

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 5,650 บาท

ถือว่าเป็นมือถือแรม 6 GB ที่คุ้มค่าสุดๆ อีกหนึ่งรุ่นสำหรับ Xiaomi Redmi Note 6 Pro ด้วยหน้าจอแสดงผลขนาด 6.26 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 19:9 โดยมาพร้อมขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 636 octa-core 1.8 GHz 64bit, GPU Adreno 509 ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Oreo) ครอบทับด้วย Miui 9 โดยแบ่งเป็นรุ่น แรม 3 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 32 GB รุ่น แรม 4 GB ความจุ 64 GB และรุ่น แรม 6 GB ความจุ 64 GB พร้อมกล้องถ่ายรูปถึง 4 ตัว แบ่งเป็นกล้องหลังคู่และกล้องหน้าคู่ ที่เสริมพลังด้วยเทคโนโลยี AI โดยกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP (f/1.9) + 5 MP สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้แบบสบายๆ ส่วนกล้องหน้าก็เป็นกล้องคู่ ความละเอียด 20 MP (f/2.0) และกล้องช่วยเบลอความละเอียด 2 MP ที่ผสานกับ Beautify 4.0 พร้อมระบบ AI แบบ Realtime พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh รองรับการใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน

ข้อดี
  • รองรับการสแกนใบหน้า (AI Face Unlock)
  • ได้กล้องถ่ายรูปเลนส์คู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ได้ภาพออกมาสวยงามมากยิ่งขึ้น
  • สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่น Mi Remote เพื่อเปลี่ยน Redmi Note 6 Pro ให้กลายเป็นรีโมตคอนโทรลสำหรับควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้
  • มีฟีเจอร์ Split Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชันได้พร้อมกันในหน้าจอเดียว
ข้อเสีย
  • ถาดใส่ซิมการ์ดยังเป็นแบบ Hybrid slot จึงทำให้ไม่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 2 กับ microSD card พร้อมกันได้
  • ไม่รองรับเทคโนโลยี NFC
  • ไม่มีหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 mm แถมมาให้ในกล่อง
  • ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติด้านการกันน้ำและกันฝุ่น จึงต้องระมัดระวังในการใช้งานอยู่บ้าง

8.OnePlus 6T

OnePlus 6T

OnePlus 6T

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 18,999 บาท

พลาดไม่ได้สำหรับค่ายนักฆ่าเรือธงอย่าง OnePlus โดยในรุ่น OnePlus 6T ก็เป็นมือถือแรม 6 GB ที่มาพร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องกำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ด้วยหน้าจอแบบ Waterdrop ที่เป็นติ่งหยดน้ำ มีจอแสดงผลแบบ Optic AMOLED คุณภาพสูงขนาด 6.4 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 พร้อมกระจก Gorilla Glass 6 ที่ทนทานที่สุดในตอนนี้ มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอที่ทางผู้ผลิตระบุว่าสามารถปลดล็อคได้เร็วที่สุดในโลกด้วยเวลาเพียง 0.34 วินาที เท่านั้น รวมถึงมีฟีเจอร์ปลดล็อคด้วยใบหน้ามาให้ใช้งานกันด้วย แต่จะไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm ที่ถูกตัดออกไปแล้ว

OnePlus 6T มาพร้อมขุมพลัง Snapdragon 845 ความเร็ว 2.8 GHz จับคู่กับ แรม ขนาด 6 GB และ 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่องแบบ UFS 2.1 ขนาด 128 GB และ 256 GB ไม่รองรับการ์ด microSD รุ่นนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย OxygenOS ที่ปรับให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นจากเดิม OnePlus 6T เพิ่มความจุแบตเตอรี่มาให้เป็น 3,700 mAh รองรับการชาร์จเร็วแต่ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย ด้านการเชื่อมต่อมาครบทั้ง 4G VoLTE, 2x2 MIMO, Wi-Fi 802.11ac, Bluetooth 5.0, NFC, GPS และ USB Type-C นอกจากนี้ยังมากับฟีเจอร์อย่าง Smart Boost ที่ช่วยให้เล่นเกมได้เร็วขึ้น 20% อีกด้วย

ในส่วนของกล้องถ่ายรูปนั้น OnePlus 6T มากับกล้องหน้าความละเอียด 16 MP ขนาดรูรับแสง f/2.0 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX371 มีระบบกันสั่น EIS รองรับการบันทึกวีดีโอ FHD ที่ 30 เฟรมต่อวินาที สามารถถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าขัดหลังเบลอได้ ส่วนกล้องหลังนั้นเป็นกล้องคู่ที่กล้องตัวหลักมีความละเอียด 16 MP ค่ารูรับแสง f/1.7 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX519 มีระบบกันสั่น OIS, EIS ระบบ PDAF กล้องหลังอีกตัวมีความละเอียด 20 MP ค่ารูรับแสง f/1.7 มี Portrait Studio Lighting Mode ที่ถ่ายภาพบุคคลแบบจัดแสงได้อย่างสวยงาม สามารถถ่าย Bokeh หรือหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างมืออาชีพ และยังมีโหมด NightScape HDR ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI จึงทำให้การถ่ายภาพในตอนกลางคืนหรือที่มีแสงน้อยนั้นได้ภาพที่ชัดเจนและสว่างขึ้น

ข้อดี
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือใต้จอและรองรับการสแกนใบหน้า Face Unlock
  • ดีไซน์สวยงามระดับ Top-end
  • ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 6 ที่มีความแข็งแรงทนทานมากที่สุดในตอนนี้
  • กล้องถ่ายรูปสวยขั้นเทพ
ข้อเสีย
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 mm
  • ไม่รองรับการชาร์จไร้สายแบบ Wireless charging
  • หน้าจอแสดงผลยังไม่ใช่ความละเอียดระดับ QHD
  • ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายในเครื่องได้

7.Samsung Galaxy S9+

Samsung Galaxy S9+

Samsung Galaxy S9+

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 16,950 บาท

มือถือแรม 6 GB ในรุ่นเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S9+ มีหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED แบบไร้ขอบขนาด 6.1 นิ้ว คมชัดระดับ QHD+ ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18.5:9 หรือที่เรียกกันว่าหน้าจอแบบ Infinity display ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 รองรับ HDR10 มีฟีเจอร์ Always-on display และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845 และชิปเซ็ต Exynos 9810 จับคู่กับ แรม 6 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และ 256 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย Grace UX รุ่นล่าสุด แบตเตอรี่มีความจุ 3,500 mAh รองรับระบบการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมขึ้นอย่างเทคโนโลยี Intelligent Scan ที่รวมเอาการสแกนม่านตาและสแกนใบหน้าเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงระบบสแกนลายนิ้วมือก็ยังมีให้ใช้เหมือนเดิม

Samsung Galaxy S9+ มากับกล้องหลังคู่ที่มีคุณสมบัติในการปรับค่ารูรับแสงได้ เพื่อให้ทุกช็อตของการถ่ายภาพออกมาน่าประทับใจในทุกสภาพแสง รุ่นนี้มากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP + 12 MP กล้องตัวหลักนั้นมีคุณสมบัติในการปรับค่ารูรับแสงได้ กล้องอีกตัวเป็นกล้องเลนส์เทเลโฟโต้ ค่ารูรับแสง f/2.4 รองรับการถ่ายวีดีโอความคมชัดในระดับ 4K ที่ 60fps รวมถึง รองรับการถ่ายวีดีโอแบบซุปเปอร์สโลโมชั่น ความละเอียด HD 720p ที่ 960 เฟรมต่อวินาที กล้องหน้าความละเอียด 8 MP มีค่ารูรับแสง f/1.7 ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ เช่น Live Focus และการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอก็ยังคงมีมาให้ใช้งานด้วย

ข้อดี
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียดระดับ QHD+ คมชัดจัดเต็มมาก
  • กล้องหลังสามารถปรับค่ารูรับแสงได้ จึงทำให้สามารถถ่ายรูปได้ดีในทุกสภาพแสง
  • รองรับระบบการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย
  • มอบพลังเสียงที่คมชัด ปรับแต่งโดย AKG และระบบเสียงรอบทิศทางจาก Dolby Atmos
  • กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
ข้อเสีย
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเป็นพื้นกระจก จึงเลอะเป็นรอยไขมันได้ง่าย ส่งผลต่อการอ่านลายนิ้วมือ ต้องคอยเช็ดอยู่บ่อยๆ
  • Intelligent Scan ไม่ได้แตกต่างไปจากการสแกนใบหน้าหรือม่านตาเพียงอย่างเดียวเท่าไหร่นัก
  • หน้าตาไม่แตกต่างจากรุ่น S8 ดังนั้นเวลาหยิบถือมาใช้งานก็ไม่มีใครรู้ว่าเราใช้ S9+

6.OPPO F9

OPPO F9

OPPO F9

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 2,490 บาท

เมื่อพูดถึงมือถือแรม 6 GB จะพลาด OPPO F9 ไปได้อย่างไร สำหรับ OPPO F9 นั้นมากับดีไซน์หน้าจอแบบใหม่ที่เรียกว่า Waterdrop ลักษณะเป็นติ่งเล็กๆ คล้ายหยดน้ำบนหน้าจอตามชื่อ มีอัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 และสัดส่วนพื้นที่แสดงผลสูงถึง 90.8% มาพร้อมหน้าจอ LTPS IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 6 เป็นรุ่นแรกๆ ตัวเครื่องมีขนาดกำลังดีที่ 156.7 x 74 x 8mm น้ำหนักเพียง 169 g มีคุณสมบัติในการการน้ำมาตรฐาน IP67 สามารถกันน้ำลึก 1 เมตร ได้นาน 30 นาที รุ่นนี้มีให้เลือก 3 สี คือ สีแดง Sunrise Red, สีน้ำเงิน Twilight Blue และสีม่วง Starry Purple ที่มาในแนวไล่เฉดสีที่สวยจริงอะไรจริง

OPPO F9 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio P60 จับคู่กับ แรม ขนาด 4 GB หรือ 6 GB มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64 GB สามารถขยายได้ด้วยการ์ด microSD สูงสุดถึง 256 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย ColorOS 5.2 แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh ที่มีระบบชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge ที่ชาร์จเพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถคุยได้นาน 2 ชั่วโมง และมีหัวชาร์จสำหรับรถยนต์ทำให้หมดห่วงเรื่องแบตเตอรี่แม้ต้องเดินทางไกล

OPPO F9 มากับกล้องหน้าความละเอียด 25 MP ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.0 ส่วนกล้องหลังมากับกล้องคู่ความละเอียด 16 MP + 2 MP ค่ารูรับแสง f/1.85 ซึ่งกล้องหน้าของ OPPO F9 มาพร้อม Sensor HDR และซอฟต์แวร์ การถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยกล้อง AI จึงช่วยให้ภาพที่ได้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีเอฟเฟกต์ Bokeh ช่วยให้การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ข้อดี
  • OPPO F9 ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว VOOC ที่ใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถสนทนาต่อเนื่องไปได้ถึง 2 ชั่วโมง
  • ดีไซน์หน้าจอแบบหยดน้ำที่มีทั้งความสวยงามและช่วยทำให้การใช้งานหน้าจอมีพื้นที่มากขึ้น
  • กล้องหน้าให้ความละเอียดมาถึง 25 MP พร้อม AI ช่วยให้เซลฟี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีคุณสมบัติในการการน้ำมาตรฐาน IP67 สามารถกันน้ำลึก 1 เมตร ได้นาน 30 นาที
ข้อเสีย
  • ผู้ใช้บางรายเจอปัญหาการไม่แจ้งเตือนแอพพลิเคชั่น หรือเสียงขาดๆ หายๆ เป็นบางช่วงระหว่างเล่นเกม
  • ไมค์ที่ให้มากับเครื่องอาจยังไม่สมบูรณ์มากพอ ถ้าต้องการใช้ไลฟ์สดควรซื้อไมค์เสริมมาใช้
  • การบันทึกวีดีโอยังมีจุดด้อยอยู่ ถ้าต้องการเน้นใช้บันทึกวีดีโอรุ่นนี้อาจจะไม่เหมาะมากนัก
  • หูฟังที่แถมมายังเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข เสียงจะออกแหลมๆ ไม่มีมิติ

5.Sony Xperia XZ3

Sony Xperia XZ3

Sony Xperia XZ3

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 11,990 บาท

มือถือแรม 6 GB จากค่าย Sony ก็มากับเขาด้วย Sony Xperia XZ3 มากับหน้าจอแสดงผลแบบ OLED HDR ขอบโค้งเป็นครั้งแรกของค่ายนี้ โดยมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6นิ้ว คมชัดระดับ QHD+ อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ไม่มีรอยบากตามกระแส และที่ขาดไม่ได้ก็คือเทคโนโลยีที่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการแสดงผลอย่าง TRILUMINOS และ X-Reality เรียกว่าคมชัด สมจริง นอกจากนี้ยังมากับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ P65 / 68 และกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนขอบเครื่องนั้นใช้วัสดุเป็นอลูมีเนียม ตัวเครื่องมีสัดส่วนกำลังดีที่ 158 x 73 x 9.9 mm น้ำหนัก 193 g

Sony Xperia XZ3 มากับขุมพลังตัวแรงของตอนนี้คือชิปเซ็ต Snapdragon 845 จับคู่กับ แรม ขนาด 4 GB มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64 GB และมีรุ่น แรม ขนาด 6 GB วางจำหน่ายที่ไต้หวันแล้ว สามารถเพิ่มได้หน่วยความจำได้ด้วยการ์ด microSD และยังเป็นรุ่นแรกที่มากับระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie มีฟีเจอร์ Side Sense ที่ใช้งานสั่งงานด้วยการวาดนิ้ว (Gesture) เพื่อการเข้าถึงเมนู และแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึงสามารถปรับแต่งหรือตั้งค่าแอพพลิเคชั่นที่ใช้บ่อยๆ ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตรงนี้ได้พลังของ AI มาช่วยในการประมวลผลด้วย Xperia XZ3 รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ac, NFC, Bluetooth 5.0 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง แบตเตอรี่มีความจุ 3,300 mAh รองรับการชาร์จเร็ว เสริมด้วยเทคโนโลยี Qnovo ของ Sony ที่มาช่วยจัดการด้านพลังงาน

ในส่วนของกล้องถ่ายรูปนั้นค่ายนี้ยังคงมั่นใจได้ โดย Xperia XZ3 มากับกล้องหลัง Motion Eye ความละเอียด 19 MP ค่ารูรับแสง f/2.0 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.3 นิ้ว ขนาดพิกเซล 1.22 µm พร้อม PDAF, laser AF บันทึกวีดีโอ Slow-motion 960 fps ความละเอียด 1080 p บันทึกวีดีโอ 4K HDR ได้ รองรับระบบประมวลผลภาพ แบบ BIONZ ส่วนกล้องหน้ามากับความละเอียด 13 MP ค่ารูรับแสง f/1.9 มีระบบออโต้โฟกัส ภาพรวมนั้นถือว่ายังคงความเป็น Sony เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ข้อดี
  • แบตเตอรี่ถึงจะดูไม่เยอะ แต่ด้วยเทคโนโลยี Qnovo ที่เข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานจึงทำให้ใช้งานได้นานมาก
  • กันน้ำได้ตามมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ P65 / 68
  • สเปกการใช้งานลื่นไหลดีมาก
  • กล้องหลังทำออกมาได้ดีมาก ถ่ายภาพสวยงามคมชัด
ข้อเสีย
  • เนื่องจากใช้กระจกเป็นวัสดุส่วนใหญ่ จึงทำให้สะสมความร้อนได้ง่ายเมื่อใช้งานไปนานๆ
  • การถ่ายรูปหรือวิดีโอต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตัวเครื่องจะค่อนข้างร้อนและโปรแกรมอาจหยุดทำงานได้
  • ตัวเครื่องอาจหนาและหนักกว่าคู่แข่งอยู่พอสมควร
  • กล้องหน้ายังทำออกมาไม่ค่อยดีนัก อาจไม่ถูกใจคนชอบเซลฟี่
  • การถ่ายรูปในที่มืดหรือมีแสงน้อยยังทำออกมาได้ไม่ค่อยดี

4.Samsung Galaxy A9 (2018)

Samsung Galaxy A9 (2018)

Samsung Galaxy A9 (2018)

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 14,500 บาท

ถึงคิวของ Samsung Galaxy A9 (2018) กันบ้างมือถือแรม 6 GB ในรุ่นนี้มีหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2220 x 1080 พิกเซล โดย Galaxy A9 (2018) ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm SDM660 Snapdragon 660 (14 nm) octa-core (4x 2.2 GHz + 4x 1.8 GHz) มี แรม ขนาด 6 GB และ 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 128 GB และยังสามารถเพิ่มได้ด้วยการ์ด microSD สูงสุดถึง 512 GB ด้านระบบปฏิบัติการก็มาพร้อม Android 8.0 Oreo แบตเตอรี่มีความจุ 3,800 mAh รองรับ Samsung Pay, Samsung Health และ Bixby สามารถแบ่งหน้าจอการใช้งานแบบ Multitasking ได้ มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่องแบบ 3D Curved Glass ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว

จุดเด่นของ Samsung Galaxy A9 (2018) นอกจากจะเป็นเรื่องสเปกแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกล้อง โดยจัดกล้องหลังมาให้เยอะถึง 4 ตัวเป็นรุ่นแรกของโลก โดยกล้องหลักนั้นมากับความละเอียดถึง 24 MP ค่ารูรับแสง f/1.7 ใช้สำหรับการถ่ายภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนหรือในที่แสงน้อย, กล้องหลังตัวที่ 2 เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ความละเอียด 10 MP ค่ารูรับแสง f/2.4 มาพร้อมคุณสมบัติ 2x optical zoom สำหรับกล้องตัวที่ 3 มีความละเอียด 8 MP ค่ารูรับแสง f/2.4 เป็นเลนส์มุมกว้าง 120 องศา มี Intelligent Scene Optimizer ที่ระบบ AI จะทำการปรับตั้งค่าให้อัตโนมัติตามฉากหลัง และกล้องหลังตัวสุดท้ายมากับความละเอียด 5 MP ค่ารูรับแสง f/2.2 ใช้สำหรับวัดระยะความชัดลึกและถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ และมีการติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 24 MP ค่ารูรับแสง f/2.0 มาให้ใช้กัน รวมแล้วทำให้รุ่นนี้มากับกล้องถ่ายรูปถึง 5 ตัวเลยทีเดียว

ข้อดี
  • ได้กล้องถ่ายรูปรวมแล้วถึง 5 ตัว ซึ่งเป็นกล้องด้านหลังถึง 4 ตัว
  • การใช้งานลื่นไหลดีมาก
  • ดีไซน์สวยงาม มีการไล่เฉดสีที่ดูพรีเมี่ยมขั้นสุด
  • มีทั้งช่อง USB Type-C และยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm อยู่
  • ระบบเสียง Dolby Atmos ให้เสียงที่ดี เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลงสบาย
ข้อเสีย
  • ตัวชิป Snapdragon 660 ซึ่งเป็นรุ่นกลาง อาจทำให้เวลาเปิดใช้งานหลานแอปพลิเคชัน หรือเล่นเกมหนักๆ อาจเกิดอาการหน่วงๆ ได้
  • ถึงจะมีระบบเสียง Dolby แต่มีลำโพงตัวเดียว แถมยังวางตำแหน่งไว้ด้านล่าง เวลาใช้งานอาจเอามือไปบังลำโพงได้ โดยเฉพาะเวลาเล่นเกม
  • แม้จะให้กล้องมาเยอะ แต่คุณภาพของไฟล์ก็ยังทำออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก

3.BLACK SHARK Helo

BLACK SHARK Helo

BLACK SHARK Helo

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 17,413 บาท

สำหรับใน BLACK SHARK Helo มือถือแรม 6 GB รุ่นนี้จะเป็นเกมมิ่งโฟนที่ได้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.01 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 คมชัดระดับ FHD+ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล พร้อมปรับโฉมใหม่ด้วยการติดตั้งไฟ RGB LED เพิ่มเป็น 3 จุด คือที่โลโก้ และที่ด้านข้างของตัวเครื่องซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 16.8 ล้านสี ตามการใช้งานและเกมที่เล่น ตัวเครื่องก็บ่งบอกความเป็นเกมมิ่งโฟนด้วยลวดลายที่เน้นสีเขียวเป็นหลัก

อย่างที่บอกว่าเป็นเกมมิ่งโฟน ดังนั้นเรื่องสเปกนั้นหายห่วงได้เลย เพราะ BLACK SHARK Helo ใช้ขุมพลังจากชิปเซ็ต Snapdragon 845 จับคู่กับ แรม ขนาด 6 GB และ 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 128 GB ส่วนรุ่นแรงสุดนั้นอัด แรม มาให้ที 10 GB เป็นรุ่นแรกของโลก โดยมากับความจุ 256 GB ไม่รองรับการ์ด microSD ด้านระบบปฏิบัติการยังไม่มีการระบุชัดเจนแต่คาดว่าเป็น Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 10 รุ่นนี้มากับแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh battery รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 มีกล้องหลังความละเอียด 12 MP + 20 MP กล้องหน้าความละเอียด 20 MP และตอบโจทย์การเล่นเกมมากขึ้นด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่เพิ่มท่อระบายความร้อนมาเป็นแบบท่อคู่ สามารถลดอุณหภูมิของซีพียูได้ถึง 12 องศา พร้อมลำโพงคู่เสตอริโอที่ทรงพลังมากขึ้นติดตั้งเอาไว้ที่ด้านบนและด้านล่าง ยังไม่หมดแค่นี้เพราะ BLACK SHARK Helo ยังมากับอุปกรณ์เสริมที่มาช่วยเพิ่มความสนุกในการเล่นประกอบด้วย Gamepad จอยเกมสำหรับควบคุมการเล่นเกม และยังมีเคสพร้อมพัดลมระบายความร้อนและเคสกันกระแทกมาช่วยปกป้องตัวเครื่องด้วย เรียกว่าเรื่องเกมรุ่นนี้เอาอยู่แน่นอน

ข้อดี
  • สเปกแรงและใช้งานได้ลื่นไหลดีมาก
  • การจัดการความร้อนทำได้ดี แถมยังมีอุปกรณ์เสริมมาช่วยอีกต่างหาก
  • จอแสดงผลดีมาก ให้ภาพคมชัดสีสันสวยงาม
  • ถึงจะเป็นเกมมิ่งโฟนแต่เรื่องกล้องถ่ายรูปก็เรียกได้ว่าจัดมาให้ดีมาก
  • แบตเตอรี่ให้มาค่อนข้างเยอะ และรองรับ Quick Charge 3.0
ข้อเสีย
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm แต่จะมีตัวแปลงมาให้
  • ไม่สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำได้

2.Xiaomi Mi Max 3

Xiaomi Mi Max 3

Xiaomi Mi Max 3

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 1,900 บาท

จุดเด่นของมือถือแรม 6 GB อย่าง Xiaomi Mi Max 3 ที่เห็นมาก่อนแต่ไกลเลยก็คือหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.9 นิ้ว ความคมชัดระดับ FHD+ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 มีพื้นที่หน้าจอมากถึง 85.19 % ทำให้แม้ว่าขนาดหน้าจอจะใหญ่ขึ้นแต่ก็ไม่ดูเทอะทะ โดยมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 176.2 x 87.4 x 8 mm เท่านั้น มากับตัวเครื่องในสีดำ Black Stone, สีน้ำเงิน Deep Sea Blue และ สีทอง Dream Gold ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็ยังคงมีมาให้ใช้เหมือนเดิมที่ด้านหลังของตัวเครื่อง และจุดขายอีกอย่างของ Xiaomi Mi Max 3 ก็คือแบตเตอรี่สุดอึดที่มีความจุสูงถึง 5,500 mAh และมีโหมดการดึงพลังงานเพื่อใช้ในการเล่นเกมที่กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของสมาร์ทโฟนในยุคนี้มาให้ได้ลองใช้งานกันด้วย ในส่วนของกล้องถ่ายรูปนั้น Xiaomi Mi Max 3 มากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP + 5 MP มีระบบ PDAF พร้อม AI dual camera ที่มีคุณสมบัติในการแยกฉากได้ถึง 206 ฉาก สามารถถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น กล้องหน้ามากับความละเอียด 8 MP มีแฟลชแบบ Soft-light LED และเทคโนโลยี AI สามารถถ่ายภาพด้วย Bokeh effect ได้ และยังรองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้าได้ด้วย

Xiaomi Mi Max 3 มาพร้อมกับขุมพลังอย่างชิปเซ็ต Snapdragon 636 จับคู่กับ แรม 4 GB และ 6 GB มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และ 128 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI ตัวล่าสุด มาพร้อมผู้ช่วยเสียงในชื่อ Xiao AI มีลำโพงสเตอรีโอคู่มาเติมเต็มอรรถรสในการรับชมคอนเท้นต์หรือเล่นเกม รองรับการเชื่อมต่อ 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11ac, Bluetooth 5.0, GPS, USB Type-C และยังคงมีช่องหูฟัง 3.5 mm มาเหมือนเดิม

ข้อดี
  • หน้าจอมีขนาดใหญ่เต็มตา มีความคมชัดระดับ FHD+ ให้ภาพคมชัดสวยงามมาก
  • การแบ่งหน้าจอหรือ Split Screen นั้นทำออกมาได้ดีมาก ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่จึงแบ่งจอออกมาก็ใช้งานได้พอดี และยังสามารถโคลน App ได้อีกด้วย
  • แบตเตอรี่อย่างอึด แถมยังรองรับฟีเจอร์ Quick Charge 3.0
  • รองรับการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า
  • จัดการเรื่องความร้อนได้ดี ถึงแม้จะเล่นเกมนานๆ เครื่องก็ไม่ร้อนมาก
ข้อเสีย
  • ชิป Snapdragon 636 เวลาเล่นเกม หรือเปิดใช้งานหลายแอปพลิชัน อาจมีอาการหน่วงๆ ให้เห็น
  • การถือใช้งานมือเดียวค่อนข้างลำบาก

1.HUAWEI Mate 20 Pro

HUAWEI Mate 20 Pro

HUAWEI Mate 20 Pro

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 18,690 บาท

มาเริ่มกันที่มือถือแรม 6 GB รุ่นยอดฮิตระดับไฮเอนด์อย่าง HUAWEI Mate 20 Pro ที่หลายๆ คนก็คงให้ความสนใจและอยากได้มาไว้ในครอบครองกันอยู่ไม่น้อย รุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์สวยงามหายห่วงตามแบบฉบับสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีความโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ OLED ขนาด 6.39 นิ้ว คมชัดระดับ 2K+ ความละเอียด 3120 x 1440 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ มีกล้องหลัง 3 ตัว ที่มาพร้อมแฟลช LED โดยกล้องหลังตัวแรก มีความละเอียด 40 MP ค่ารูรับแสง f/1.8 กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 20 MP เป็นเลนส์ Ultra-wide ค่ารูรับแสง f/2.2 และกล้องหลังตัวสุดท้ายเป็นความละเอียด 8 MP เป็นเลนส์ Telephoto ค่ารูรับแสง f/2.2 ส่วนกล้องหน้ามากับความละเอียด 24 MP ค่ารูรับแสง f/2.2 ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ที่ฉลาดมากกว่าเดิมเพื่อช่วยในการประมวลผลในการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามดุจมืออาชีพ

สำหรับประสิทธิภาพการทำงานของ HUAWEI Mate 20 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 980 จับคู่กับ แรม ขนาด 6 GB และ 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 128 GB และ 256 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9 แบตเตอรี่มีความจุ 4,200 mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 40 W ตัวใหม่คือ HUAWEI SuperCharge ชาร์จได้ 70 % ในเวลา 30 นาที และยังรองรับระบบชาร์จไร้สาย 15 W ชาร์จจาก 0-30 % ได้ในเวลาครึ่งชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์ Wireless Reverse Charging ใช้ถ่ายโอนพลังงานไปยังสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้ด้วยการหันด้านหลังของตัวเครื่องชนกัน

ข้อดี
  • ดีไซน์สวยงาม หน้าจอใหญ่เกือบเต็มด้านหน้าของตัวเครื่อง
  • มีกล้องถ่ายรูปหลักด้านหลังถึง 3 ตัวด้วยกัน พร้อมเลนส์จาก Leica
  • ใช้ชิปเซ็ต Kirin 980 ระดับ 7 นาโนเมตร เป็นรายแรกของโลก
  • มีเทคโนโลยี SuperCharge ที่ทำให้ชาร์จได้เร็วขึ้น และเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย
  • มีเทคโนโลยี AR สามารถสแกนสิ่งของให้เห็นโมเดล 3 มิติ และกำหนดการเคลื่อนไหวได้
  • ร่วมกับ Google ในการปล่อยอัพเดต Android 9.0 Pie เป็นชุดแรกของโลก
ข้อเสีย
  • รอยบากด้านบนของหน้าจออาจจะสร้างความรำคาญเวลาเล่นเกมหรือใช้งานแอปพลิเคชันแบบ เต็มจอ เพราะอาจไปบังไอคอนบางตัวทำให้ใช้งานไม่สะดวก
  • บางคนอาจรู้สึกว่าหน้าจอของรุ่นนี้เล็กไปสักนิดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในซีนส์เดียวกัน

และนี่คือมือถือแรม 6 GB ที่เราคัดเน้นๆ มาให้พิจารณากัน ใครกำลังมองหามือถือดีๆ สเปกแรงๆ ใช้งานคล่องเล่นเกมลื่นก็ลองเลือกดูกันได้ ถ้าหากยังไม่ถูกใจก็สามารถเข้าไปเลือกดูที่หน้าเว็บไซต์ของเราได้เลย เชื่อเหลือเกินว่าจะต้องเจอรุ่นที่ถูกใจอย่างแน่นอน

รวม 10 มือถือ แรม 6 GB

  1. HUAWEI Mate 20 Pro
  2. Xiaomi Mi Max 3
  3. BLACK SHARK Helo
  4. Samsung Galaxy A9 (2018)
  5. Sony Xperia XZ3
  6. OPPO F9
  7. Samsung Galaxy S9+
  8. OnePlus 6T
  9. Xiaomi Redmi Note 6 Pro
  10. Honor Note10