จะไปต่อยังไง? ARM ประกาศยุติการทำธุรกิจกับ HUAWEI แล้ว

ปัญหามาไม่รู้จักจบสิ้น ล่าสุด ARM บริษัทออกแบบชิปเซ็ท ขานรับคำสั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ยุติการทำธุรกิจกับ HUAWEI แล้ว

ข่าว Google ยุติการทำธุรกิจกับ HUAWEI นี่ก็ว่าช็อกแล้ว เจอะข่าว ARM ยุติการทำธุรกิจกับ HUAWEI เข้าไปอีกยิ่งทำให้ช็อกหนักกว่าเดิม เพราะใช้ Android ไม่ได้ ยังสามารถสร้าง OS เองได้ แต่หากไม่มีชิ้นส่วนอุปกรณ์จาก ARM ก็เท่ากับว่า HUAWEI จะไม่สามารถพัฒนาชิปเซ็ต Kirin ได้ในอนาคต

ทั้งนี้พนักงานของ ARM ได้รับคำสั่งให้ยุติการเจรจาธุรกิจ กับทาง HUAWEI และบริษัทฯ ในเครือที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาที่ค้างไว้ งการติดต่อเรื่องงานเก่า หรืองานใหม่ให้ยุติไว้ทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องมาจากคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงสินค้าบางส่วนที่ผลิตจาก ARM ก็มาจากสหรัฐฯ นั่นเอง

ARM คือใคร?

ARM หรือ Advanced RISC Machine คือบริษัทออกแบบชิปเซ็ทสัญชาติอังกฤษที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1990 และถูกเทคโอเวอร์โดย Softbank ยักษ์ใหญ่ของบริษัทโทรคมนาคมสัญชาติญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายน 2016 แต่ยังคงมีสำนักงานใหญ่อยู่ในแคมบริจด์ ทั้งนี้ ARM ไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตเองแต่เป็นผู้ออกใบอนุญาต (Licenses) ให้กับบริษัทฯ อื่นๆ ที่ต้องการผลิตชิปเซ็ทของตัวเอง ซึ่งในบางกรณีผู้ผลิตอาจจะได้ใบอนุญาติให้ใช่สถาปัตกรรมของ ARM รวมถึงชุดคำสั่ง ซึ่งทำให้ผู้ผลิตชิปสามารถปรับแต่งชิปเซ็ทของตัวเองได้เต็มที่ ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ คือ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Samsung Exynos, Qualcomm Snapdragon, Apple A11 รวมถึง Kirin ของ HUAWEI ก็ต้องมีใบอนุญาตจาก ARM ซึ่งก็หมายความว่าถ้า ARM ยุติการทำธุรกิจกับ HUAWEI ทางค่ายก็ไม่สามารถผลิตชิปเองได้นั่นเอง และ ARM ทั้งนี้ในสหรัฐฯ ARM ก็มีสำนักงานอยู่หลายแห่งเช่น วอชิงตัน, อริโซน่าม เท็กซัส และแมสซาชูเซส โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมือง ซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ไม่มี ARM แย่กว่า ไม่มี Google จริงหรือ?

ตามที่กล่าวไปข้างต้น ถึงแม้ว่า Google จะระงับการใช้ Android license ซึ่งส่งผลให้อุปกรณ์ของ HUAWEI จะไม่ได้รับการอัพเดทระบบปฏิบัติการใหม่ในอนาคตรวมถึงการใช้งาน Google app และ Gmail แต่ทาง HUAWEI ก็มีแผนรองรับด้วยการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองขึ้นมาใหม่ซึ่งพร้อมเปิดตัวในเร็วๆ นี้ แต่การที่ไม่ได้ใบอนุญาตจาก ARM ส่งผลกระทบมากกว่านั้น เพราะจะทำให้ทางค่ายไม่สามารถพัฒนาชิปเซ็ต Kirin ต่อได้นั้นเอง หรือแม้จะลงมือทำชิปเซ็ตใหม่นั่นก็หมายถึงการลงทุนอย่างมหาศาล และเท่ากับว่าต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง