8/2/2018 (อัพเดทล่าสุด : 29/11/2018)

อัปเดตมือถือ แรม 4 GB ในช่วงนี้ว่ามีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง พร้อมเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ

วันนี้เราคัดมือถือ แรม 4 GB ที่ใช้งานดี เล่นเกมได้มาให้เลือกกันแบบเน้นๆ จะมีรุ่นไหนบ้างตามมาดูกันได้เลย

ใกล้จะสิ้นปีกันแล้วหลายๆ คนก็คงกำลังมองหามือถือใหม่ไว้ใช้ปีหน้า ซึ่งช่วงนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามีออกมาให้เลือกมากมายชนิดที่ว่ายืนงงในดงมือถือกันเลยทีเดียว และวันนี้ทางทีมงานก็ได้เรารวบรวมเอา มือถือ แรม 4 GB ที่น่าสนใจมาฝากกันถึง 10 รุ่น ไปดูข้อมูลกันก่อน ส่วนจะสอยหรือไม่นั้นค่อยว่ากันอีกที

10. HUAWEI P20

HUAWEI P20

HUAWEI P20

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 8,490 บาท

มาเริ่มกันที่ HUAWEI P20 ถ้าไม่พูดถึงเห็นทีจะไม่ได้ โดย HUAWEI P20 มาพร้อมหน้าจอแสดงผล LCD ขนาด 5.8 นิ้ว คมชัดในระดับ Full HD+ ความละเอียด 2240 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18.7:9 ที่ให้พื้นที่หน้าจอมากขึ้น ตัวเครื่องมีความบางเพียง 7.65 มิลลิเมตร ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานนั้น HUAWEI P20 ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของตัวเองคือชิปเซ็ต Kirin 970 octa-core ความเร็ว 2.36 GHz ตัวเดียวกับเรือธงอย่าง HUAWEI Mate 10 Pro และยังมากับหน่วยประมวลผล NPU (neural processing unit) ที่ช่วยให้ระบบ AI ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีความชาญฉลาดมากขึ้น โดยรุ่นนี้มากับ แรม 4 GB มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 128 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วยอินเทอร์เฟส EMUI 8.1 ของ HUAWEI ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 3,400 mAh รองรับเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge

HUAWEI P20 มากับกล้องหลังเลนส์คู่ที่กล้องตัวแรกเป็นเซ็นเซอร์สี RGB มีความละเอียด 12 MP ค่ารูรับแสง f/1.8 กล้องอีกตัวเป็นเซ็นเซอร์ขาวดำ ความละเอียด 20 MP ค่ารูรับแสง f/1.6 และยังคงได้พันธมิตรอย่าง Leica มาร่วมด้วยเช่นเดิม ส่วนกล้องหน้านั้นมากับความละเอียดสูงถึง 24 MP ค่ารูรับแสง f/2.0 สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นและยังตั้งค่าแสงที่จะตกกระทบใบหน้าได้อีกด้วย

ข้อดี
  • มีกล้องหลังเลนส์คู่ที่มาพร้อม Master AI ช่วยในการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงามมาก และกล้องหน้าความละเอียดสูงที่เซลฟี่ได้แจ่ม
  • ได้หน่วยประมวลผล Kirin 970 ที่ทำงานได้อย่างลื่นไหล เล่นเกมได้สบาย
  • มีเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วมากขึ้น
ข้อเสีย
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm
  • ไม่สามารถเพิ่มความจำด้วย microSD ได้
  • เลนส์กล้องหลังค่อนข้างนูนออกมาพอสมควร ทำให้วางราบกับพื้นได้ไม่สนิทและอาจเป็นรอยได้ง่าย

9. HUAWEI nova 3i

HUAWEI nova 3i

HUAWEI nova 3i

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 1,990 บาท

มาต่อกันที่มือถือ แรม 4 GB อย่าง HUAWEI nova 3i ที่มีหน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 มีรอยบากบนหน้าจอ ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ต Kirin 710 ตัวแรงในระดับกลาง มี RAM 4 GB และ 6 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64 GB เพิ่มได้ด้วยการ์ด microSD สูงสุดถึง 256 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.2 รองรับการทำงานแบบ 2 ซิมการ์ด แบตเตอรี่ความจุ 3,340 mAh สำหรับไฮไลท์ของรุ่นนี้คือมีกล้องมาให้ใช้ถึง 4 ตัว เป็นกล้องคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยกล้องหน้าคู่นั้นมากับความละเอียด 24 MP + 2 MP พร้อม AI ส่วนกล้องหลังคู่นั้นมากับความละเอียด 16 MP + 2 MP รองรับการบันทึกวีดีโอ Slow-motion ที่ 480 fps รุ่นนี้มีทั้งระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าและเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

ข้อดี
  • เป็นสมาร์ทโฟนที่ให้กล้องถ่ายรูปมาแบบจุใจ พร้อม AI และลูกเล่นต่างๆ ที่ครบครัน ในราคาสบายกระเป๋า
  • ดีไซน์ตัวเครื่องมีความหรูหราเกินราคา
  • หน้าจอแสดงผลได้อย่างคมชัดระดับ FHD+
  • การปลดล็อคตัวเครื่องทำได้รวดเร็วทั้งสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า
ข้อเสีย
  • กล้องถ่ายรูปที่ให้มาเกิดอาการหน่วงขึ้นได้บางขณะ และไม่มีระบบกันสั่นดังนั้นมือต้องนิ่งพอสมควร
  • ไม่รองรับ Wi-Fi แบบ ac และไม่รองรับความถี่ 5.0 GHz จึงใช้ Wi-Fi ได้สูงสุดที่ 100 Mbps
  • การใช้งานหนักๆ เช่นเล่นเกมกราฟิกสูงๆ หรือเล่นคลิปนานๆ อาจมีปัญหาความร้อนเกิดขึ้นได้

8. OPPO F9

OPPO F9

OPPO F9

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 2,990 บาท

เรียกว่ามากันทุกโพลเลยก็ว่าได้สำหรับ OPPO F9 มือถือ แรม 4 GB ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio P60 จับคู่กับ แรม 4 GB หรือ 6 GB มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64 GB สามารถขยายได้ด้วยการ์ด microSD สูงสุดถึง 256 GB รุ่นนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย ColorOS 5.2 แบตเตอรี่มีความจุ 3,500 mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จด่วน VOOC กล้องหน้ามีความละเอียด 25 MP ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.0 ส่วนกล้องหลังมากับกล้องคู่ความละเอียด 16 MP + 2 MP ค่ารูรับแสง f/1.85 มีคุณสมบัติในการการน้ำมาตรฐาน IP67 สามารถกันน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที

ข้อดี
  • มีเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว VOOC ที่ใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาทีก็สามารถสนทนาต่อเนื่องไปได้ ถึง 2 ชั่วโมง
  • ดีไซน์หน้าจอแบบหยดน้ำที่มีทั้งความสวยงามและช่วยทำให้การใช้งานหน้าจอมีพื้นที่มากขึ้น
  • กล้องหน้าให้ความละเอียดมาถึง 25 MP พร้อม AI ช่วยให้เซลฟี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีคุณสมบัติในการการน้ำมาตรฐาน IP67 สามารถกันน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที
ข้อเสีย
  • ผู้ใช้บางรายเจอปัญหาการไม่แจ้งเตือนแอพพลิเคชั่น หรือเสียงขาดๆ หายๆ เป็นบางช่วงระหว่าง เล่นเกม
  • ไมค์ที่ให้มากับเครื่องอาจยังไม่สมบูรณ์มากพอ ถ้าต้องการใช้ไลฟ์สดควรซื้อไมค์เสริมมาใช้
  • การบันทึกวีดีโอยังมีจุดด้อยอยู่ ถ้าต้องการเน้นใช้บันทึกวีดีโอรุ่นนี้อาจจะไม่เหมาะมากนัก
  • หูฟังที่แถมมายังเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข เสียงจะออกแหลมๆ ไม่มีมิติ

7. Honor Play

Honor Play

Honor Play

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 5,990 บาท

ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูแต่ก็เป็นมือถือ แรม 4 GB อีกรุ่นที่อยากแนะนำสำหรับ Honor Play รุ่นนี้ โดยมากับหน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล มีรอยบากที่หน้าจอ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือถูกติดตั้งเอาไว้ที่ด้านหลัง เส้นเสาอากาศเป็นรูปตัว U ที่ด้านบนและด้านล่าง สำหรับขุมพลังของรุ่นนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะมากับชิปเซ็ต Kirin 970 ใช้ GPU รุ่น Mali-G72 MP12 มี แรม 4 GB และ 6 GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 64 GB เพิ่มได้สูงสุดถึง 256 GB ด้วย microSD มีกล้องหลังคู่ความละเอียด 16 MP (f/2.2) + 2 MP (f/2.4) พร้อมระบบ AI ที่สามารถแยกฉากได้ถึง 500 ฉาก และยังรองรับ AR gestures อีกด้วย ส่วนกล้องหน้ามากับความละเอียด 16 MP (f/2.0) รุ่นนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.2 แบตเตอรี่มีความจุ 3,750 mAh

ข้อดี
  • ได้สเปกดี เล่นเกมได้ลื่นๆ ในราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท คุ้มมาก
  • บอดี้เป็นอลูมิเนียมทั้งเครื่อง มีความแข็งแรงทนทาน
  • หน้าจอแสดงผลคมชัดระดับ FHD+ ให้ภาพสวยและสู้แสงได้ดี
  • จัดการพลังงานได้ดี แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน
  • กล้องถ่ายรูปทำออกมาได้ดี ถ่ายภาพออกมาได้สวยเป็นที่น่าพอใจ
ข้อเสีย
  • เมื่อเล่นเกมไปนานๆ ตัวเครื่องจะค่อนข้างร้อนจนรู้สึกได้
  • ลำโพงเสียงค่อนข้างเบา

6. Xiaomi Mi 8 SE

Xiaomi Mi 8 SE

Xiaomi Mi 8 SE

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 9,196 บาท

มือถือ แรม 4 GB ในราคาที่เข้าถึงง่ายอย่าง Xiaomi Mi 8 SE ก็นำมาให้พิจารณาอีกรุ่นหนึ่งด้วยเช่นกัน และถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ Xiaomi Mi 8 SE ก็เป็นเบอร์แรกที่สามารถคว้าเอาชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 710 มาเป็นขุมพลังให้ตัวเอง พร้อม GPU ในรุ่น Adreno 616 รองรับการทำงานร่วมกับ AI โดยรุ่นนี้มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 5.88 นิ้ว ความละเอียด 2244 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18.7:9 มีรอยบากที่หน้าจอเช่นเดียวกับรุ่นใหญ่ รุ่นนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 10 มี แรม 4 GB และ 6 GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 64 GB มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง มาพร้อมกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP + 5 MP กล้องหน้าความละเอียด 20 MP แบตเตอรี่มีความจุ 3,120 mAh

ข้อดี
  • หน้าจอแสดงผลคมชัดสวยงาม ทำความสว่างสู้แสงได้ดี
  • ดีไซน์และงานประกอบทำออกมาได้ดี แน่นหนาสวยงามแข็งแรง
  • ได้ชิป Snapdragon 710 ใช้งานได้อย่างลื่นไหล เล่นเกมได้สบาย
  • ระบบสแกนนิ้วและสแกนใบหน้ามีความรวดเร็วและแม่นยำดี
ข้อเสีย
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm แต่มีสายแปลงมาให้
  • ติ่งหน้าจอใหญ่เกินความจำเป็น แถมดีไซน์ยังดูโหลๆ คล้ายกับแบรนด์อื่นๆ

5. Xiaomi Mi Max 3

Xiaomi Mi Max 3

Xiaomi Mi Max 3

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 1,900 บาท

Xiaomi Mi Max 3 เป็นมือถือ แรม 4 GB ที่มาพร้อมกับการพัฒนาถึง 7 องค์ประกอบด้วยกันคือ ดีไซน์ตัวเครื่อง หน้าจอแสดงผล แบตเตอรี่ กล้องหลัง กล้องหน้า และระบบไบโอเมตริกซ์ที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น รุ่นนี้มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.9 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 มีพื้นที่หน้าจอมากถึง 85.19 % ทั้งนี้แม้ขนาดหน้าจอจะใหญ่ขึ้นแต่ก็ไม่ดูเทอะทะเพราะมากับขนาดตัวเครื่อง 176.2 x 87.4 x 8 มิลลิเมตรเท่านั้น

Xiaomi Mi Max 3 มาพร้อมกับขุมพลังอย่างชิปเซ็ต Snapdragon 636 จับคู่กับ แรม 4 GB และ 6 GB มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และ 128 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI ตัวล่าสุด มาพร้อมผู้ช่วยเสียงในชื่อ Xiao AI มีลำโพงสเตอรีโอคู่มาเติมเต็มอรรถรสในการรับชมคอนเท้นต์หรือเล่นเกม รองรับการเชื่อมต่อ 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11ac, Bluetooth 5.0, GPS, USB Type-C และยังคงมีช่องหูฟัง 3.5 mm มาเหมือนเดิม และจุดขายอีกอย่างของ Xiaomi Mi Max 3 ก็คือแบตเตอรี่ที่มากับความจุสูงถึง 5,500 mAh สามารถใช้งานได้ 2 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและสแตนบายได้นาน 1 เดือน รองรับการชาร์จเร็วด้วย Quick Charge 3.0 ที่ชาร์จได้ 71 % ในเวลา 1 ชั่วโมง และยังสามารถใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นเช่น สมาร์ทโฟน, Smartwatch และ ชุดหูฟังบลูทูธ เป็นต้น

ข้อดี
  • หน้าจอมีขนาดใหญ่เต็มตา มีความคมชัดระดับ FHD+ ให้ภาพคมชัดสวยงามมาก
  • การแบ่งหน้าจอหรือ Split Screen นั้นทำออกมาได้ดีมาก ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่จึงแบ่งจอออกมาก็ใช้งานได้พอดี และยังสามารถโคลน App ได้อีกด้วย
  • แบตเตอรี่อย่างอึด แถมยังรองรับฟีเจอร์ Quick Charge 3.0
  • รองรับการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า
  • จัดการเรื่องความร้อนได้ดี ถึงแม้จะเล่นเกมนานๆ เครื่องก็ไม่ร้อนมาก
ข้อเสีย
  • ชิป Snapdragon 636 เวลาเล่นเกม หรือเปิดใช้งานหลายแอปพลิชัน อาจมีอาการหน่วงๆ ให้เห็น
  • การถือใช้งานมือเดียวค่อนข้างลำบาก

4. Google Pixel 3 XL

Google Pixel 3 XL

Google Pixel 3 XL

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 29,990 บาท

Google Pixel 3 XL ก็เป็นมือถือ แรม 4 GB อีกรุ่นที่เราคัดมาให้ได้พิจารณากัน รุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์กระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยยังคงดีไซน์ให้ออกแนวทูโทนเช่นเดิม มีหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล (532ppi) อัตราส่วนหน้าจอ 18.5:9 ขอบจอมีความบางลงจากรุ่นที่แล้ว รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845 ความเร็วสูงสุด 2.5 GHz มี แรม 4 GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 64 GB และ 128 GB ไม่สามารถเพิ่มได้ด้วยหน่วยความจำเสริม ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านหลัง มาพร้อมกับลำโพงคู่เสตอริโอที่เสียงกระหึ่มขึ้น 40 % ช่องหูฟัง 3.5 mm ถูกถอดออกเรียบร้อย หูฟัง Pixel Buds มีแถมมาให้ในกล่อง รวมทั้งตัวแปลง USB Type-C to 3.5 mm ความพิเศษของหูฟังใหม่ในรุ่นนี้ก็คือรองรับคำสั่งเสียงจาก Google Assistant สามารถอ่านและตอบข้อความรวมทั้งแปลภาษาได้แบบเรียลไทม์

สำหรับกล้องหลังของ Google Pixel 3 XL ยังคงมากับกล้องเดี่ยวเช่นเดิมถือเป็นสวนกระแสสมาร์ทโฟนกล้องเยอะในช่วงนี้ โดยมากับความละเอียด 12.2 MP ค่ารูรับแสง f/1.8 มาพร้อมฟีเจอร์ HDR+ ระบบกันสั่น OIS + EIS ส่วนกล้องหน้าเป็นกล้องคู่ความละเอียด 8 MPเท่ากัน กล้องตัวแรกเป็นเลนส์มุมกว้าง 97 องศา ค่ารูรับแสง f/2.2 กล้องอีกตัวเป็นเลนส์มุมกว้าง 75 องศา ค่ารูรับแสง f/1.8 มาพร้อมซอฟแวร์และเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้การถ่ายภาพออกมาอย่างสวยงามมากขึ้น มีแบตเตอรี่ความจุ 3,430 mAh รองรับการชาร์จไร้สายด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Pixel Stand กำลังไฟ 10 W โดยเจ้า Pixel Stand นี้นอกจกจะใช้เป็นอุปกรณ์ชาร์จไร้สายแล้วยังช่วยเปลี่ยน Google Pixel 3 และ Pixel 3 XL ให้ใช้งานเป็น Google Home ได้ด้วย ส่วนระบบชาร์จเร็วของรุ่นนี้มีกำลังไฟ 18 W ที่ทางผู้ผลิตระบุว่าการชาร์จเพียง 15 นาที สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ข้อดี
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) และชิปเซ็ตตัวแรงอย่าง Snapdragon 845
  • ลำโพงคู่สเตอริโอที่มีความดังกว่าเดิมถึง 40 % และได้ศิลปินที่ชนะรางวัล Grammy Awards มาช่วยในการปรับแต่งเสียง
  • งานกล้องดีงามมากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง แถมมีเทคโนโลยี AI มาช่วยในการประมวลผลภาพถ่าย
  • กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
ข้อเสีย
  • ให้แรม 4 GB ในขณะที่เรือธงค่ายอื่นๆ ไปกันที่ 6 GB กันหลายรุ่น
  • แบตเตอรี่ให้มาค่อนข้างน้อย แต่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
  • ไม่มีระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า
  • ไม่สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำ microSD ได้

3. Samsung Galaxy S9

Samsung Galaxy S9

Samsung Galaxy S9

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 16,900 บาท

มาต่อกันที่มือถือ แรม 4 GB เรือธงของค่ายเกาหลีอย่าง Samsung Galaxy S9 ที่มากับตัวเครื่อง Aluminum Series 7 ผสานกันอย่างลงตัวกับกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งแข็งแรงและสวยงาม โดยรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ Infinity Display ขนาด 5.8 นิ้ว คมชัดระดับ Quad HD+ ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Exynos 9810 มี แรม ขนาด 4 GB ความจุตัวเครื่อง 64 GB เพิ่มได้ด้วยการ์ด microSD สูงสุด 400 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย Samsung Experience เวอร์ชั่น 9 แบตเตอรี่มีความจุ 3,000 mAh รองรับการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ยังคงอยู่ที่กล้องถ่ายรูป ที่มีกล้องหลังความละเอียด 12 MP สามารถปรับค่ารูรับแสงได้ระหว่าง f/1.5 ถึง f/2.4 สามารถถ่ายวีดีโอแบบ Super Slow Motion ได้ที่ 960 FPS และถ่ายวีดีโอแบบปกติได้ความละเอียดสูงสุดที่ 4K ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 MP ค่ารูรับแสง f/1.7 มีระบบ Auto Focus และ Beauty Mode มาให้ พร้อมของเล่นใหม่ที่น่าสนใจก็คือ AR Emoji ที่สามารถถ่ายใบหน้าคนแล้วแปลงร่างเป็น Emoji ได้ นอกจากนี้ยังปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face Recognition และ Iris Scanner ที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจากการสแกนลายนิ้วมือ

ข้อดี
  • ตัวเครื่องมีความแข็งแรงสวยงาม
  • จอแสดงผลสวยมาก ความคมชัดระดับ Quad HD+
  • สเปกดี ใช้งานได้คล่อง เล่นเกมได้ลื่น
  • กล้องถ่ายรูปทำออกมาได้ดีมาก สามารถปรับค่ารูรับแสงได้จึงทำให้ถ่ายภาพได้สวยในทุกสภาวะแสง
ข้อเสีย
  • ดีไซน์แทบไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่าง S8 ทำให้เวลาหยิบมาใช้งานอาจแยกไม่ออกว่าเป็นรุ่นไหน
  • แบตเตอรี่ค่อนข้างน้อยไปสักหน่อย แต่ก็ทดแทนด้วยระบบชาร์จไว
  • ตัวเครื่องเป็นกระจกทำให้เลอะรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ของเล่นใหม่อย่าง AR Emoji ยังทำออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็พอเล่นได้ขำๆ

2. ASUS ZenFone Max Pro (M1)

ASUS ZenFone Max Pro (M1) (ZB602KL)

ASUS ZenFone Max Pro (M1) (ZB602KL)

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 4,990 บาท

เรียกได้ว่าเป็นมือถือ แรม 4 GB ที่ทำให้กระแสความนิยมของ ASUS กลับมาอีกครั้งเลยก็ว่าได้ กับ ASUS ZenFone Max Pro (M1) ที่มาพร้อมสเปกเอื้อต่อการเล่นเกมในราคาเบาๆ โดยรุ่นนี้มากับชิปเซ็ต Snapdragon 636 octa-core ความเร็ว 1.8 GHz มีแรมขนาด 3 GB, 4 GB และ 6 GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 32 GB และ 64 GB ส่วนระบบปฏิบัติการนั้นเป็น Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ให้ภาพที่คมชัดด้วยหน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล (Full HD+) มาพร้อมระบบเสียง NXP Smart Amplifier พร้อมลำโพงแม่เหล็ก 5 ชิ้นที่ให้เสียงกระหึ่มกว่าเดิมถึง 41 % สำหรับกล้องถ่ายรูปนั้นจะมาในสองรูปแบบตามรุ่นย่อยคือ รุ่น แรม 3 GB และ 4 GB จะมากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 13 MP + 5 MP กล้องหน้าความละเอียด 8 MP ส่วนรุ่น แรม 6 GB จะมากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 16 MP + 5 MP และกล้องหน้าความละเอียด 8 MP โดย ASUS ZenFone Max Pro (M1) มากับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 5,000 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จได้เต็มในเวลาเพียงแค่สองชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

ข้อดี
  • ได้สเปกดีในราคาไม่แพง สามารถเล่นเกมได้ลื่นไหลดี
  • หน้าจอขนาดใหญ่ Full HD+ ให้ภาพคมชัดสวยงาม
  • แบตเตอรี่อึดมาก ใช้งานได้ยาวๆ ข้ามวัน
  • ระบบปฏิบัติการเป็น Pure Android สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ได้ตลอด
ข้อเสีย
  • ตัวเครื่องและหน้าจอค่อนข้างมีขนาดใหญ่ อาจทำให้การใช้งานมือเดียวไม่ค่อยสะดวกนัก
  • กล้องถ่ายรูปยังทำออกมาได้ไม่ค่อยดีมากนัก พอใช้งานได้เท่านั้น

1. iPhone XS Max

Apple iPhone XS Max

Apple iPhone XS Max

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 33,700 บาท

ปิดท้ายมือถือ แรม 4 GB กันที่ Apple iPhone XS Max ที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 มีรอยบากที่ด้านบน ตัวเครื่องมีความหรูหราและทนทานมากขึ้นด้วยวัสดุกระจกผสมสแตนเลสสตีล ที่ทางผู้ผลิตระบุว่าทนทานที่สุดในโลกเลยทีเดียว พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 โดยการทำงานของ iPhone XS Max ถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Apple A12 Bionic ที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมระดับ 7 นาโนเมตร มาพร้อม แรม ขนาด 4 GB ความจุ 64 GB / 128 GB และ 512 GB ระบบปฏิบัติการ iOS 12 ที่อัปเกรดเป็น iOS 12.1 ได้ มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า iPhone X ราว 1.5 ชั่วโมง รองรับการชาร์จแบบไร้สาย และการชาร์จเร็ว รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด โดยเป็นซิมทั่วไป 1 ซิม และ eSim อีกหนึ่งซิม ยกเว้นในประเทศจีนจะเป็นซิมปกติทั้ง 2 ซิม

iPhone XS Max มากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP ที่กล้องตัวหลักเป็นเลนส์ Wide-angle มีค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/1.8 กล้องอีกตัวเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ ค่ารูรับแสง f/2.4 มาพร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS ซูมออปติคอลได้ 2 เท่า สำหรับกล้องหน้าแม้จะดูเหมือนให้มาน้อยแต่ก็ยังคงไว้วางใจได้ด้วยกล้อง TrueDepth ความละเอียด 7 MP ค่ารูรับแสง f/2.2 มีการปรับปรุงให้ถ่ายภาพในโหมด Portrait ได้เป็นธรรมชาติและมีรายละเอียดของภาพดีขึ้น

ข้อดี
  • ตัวเครื่องดีไซน์สวยมาก มีความคลาสสิกเรียบหรูเรียกได้ว่าสามารถใช้งานไปได้ยาวๆ โดยที่ดีไซน์ก็ยังดูทันสมัยอยู่
  • กล้องถ่ายรูปทำได้ดีขึ้นมาก สามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม
  • สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล ใช้เล่นเกมได้แบบลื่นๆ
  • การพิมพ์ด้วยเสียงยังคงสามารถทำได้ดีเช่นเคย
ข้อเสีย
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 mm และไม่มีตัวแปลงมาให้ ต้องไปซื้อเพิ่มเอาเอง
  • ราคาแพงมาก ในขณะที่สมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์ได้สเปกดีกว่าในราคาถูกกว่า
  • การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และการถ่ายโอนไฟล์นั้นยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากอยู่พอสมควร

ก็จบกันไปแล้วสำหรับมือถือ แรม 4 GB ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ บอกได้เลยว่าแต่ละรุ่นนั้นคัดมาให้เน้นๆ กันเลยทีเดียว ใครกำลังมองหามือถือที่ใช้งานได้กำลังดี เล่นเกมได้ลื่นไหลพอตัวในราคาไม่แรงจนเกินไปนัก ก็คงต้องแนะนำให้เลือกเป็นมือถือ แรม 4 GB น่าจะตอบโจทย์โดนใจกันได้ไม่ยาก

รวม 10 มือถือ แรม 4 GB

  1. iPhone XS Max
  2. ASUS ZenFone Max Pro (M1)
  3. Samsung Galaxy S9
  4. Google Pixel 3 XL
  5. Xiaomi Mi Max 3
  6. Xiaomi Mi 8 SE
  7. Honor Play
  8. OPPO F9
  9. HUAWEI nova 3i
  10. HUAWEI P20