18/4/2018 (อัพเดทล่าสุด : 16/4/2019)

แนะนำ 10 รุ่นมือถือกันน้ำ เปียกแค่ไหนก็ยังไหวอยู่ (อัพเดท 2019)

เที่ยวสงกรานต์ทั้งที คงไม่อยากให้ความสนุกสะดุดเพราะมือถือเปียกน้ำแล้วพัง มาเช็กดูกันหน่อยว่ามือถือที่คุณใช้รุ่นไหนกันน้ำได้ในระดับดีบ้าง

เดี๋ยวนี้เราจะเห็นได้ว่ามือถือรุ่นเรือธงของค่ายต่าง ๆ มักจะมีมาตรฐาน IP ติดมาด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะงงว่ามันคืออะไร ก็ขออธิบายคร่าว ๆ ว่า มาตรฐาน IP ก็คือมาตรฐานที่บอกถึงระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำของเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเอง โดยเลขตัวแรกก็คือระดับในการป้องกันฝุ่นหรือการสัมผัสโดยบังเอิญ มีตั้งแต่ 0 ถึง 6 ระดับ และเลขตัวที่สองก็คือระดับในการป้องกันน้ำ มีตั้งแต่ 0 ถึง 8 ระดับ ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราพบในมือถือก็จะเป็น IP67 และ IP68 โดยที่เลข 6 ตัวแรกก็คือสามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนเลข 7 ที่ตามมาก็คือสามารถป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่อุปกรณ์ที่ความลึกไม่เกิน 1 เมตรเป็นระยะเวลา 30 นาที และเลข 8 ก็คือกันน้ำได้ที่ระดับความลึกไม่เกิน 3 เมตร เป็นเวลา 30 นาที

ตาราง IP rating

โดยมาตรฐานเหล่านี้ในมือถือก็มักจะมีไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นมือถือตกน้ำ ฝนตก หรือโดนสาดน้ำตอนเล่นสงกรานต์ ยิ่งช่วงใกล้สงกรานต์แบบนี้แล้ว บอกได้เลยว่ามือถือกันน้ำได้ก็ช่วยให้เราสามารถเล่นสงกรานต์ได้อย่างสนุกสนานสบายใจไม่ต้องกลัวมือถือพังแน่นอน วันนี้เราจึงนำมือถือกันน้ำทั้ง 10 รุ่น มาแนะนำ จะมีรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลย

HUAWEI P30 Pro

HUAWEI P30 Pro

HUAWEI P30 Pro

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 15,990 บาท

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังมาพร้อมเลนส์ Leica ถึง 4 ตัว ซูมได้ 50 เท่า ถ่ายกลางคืนก็สวย
  • ระบบ SuperCharge 40W ชาร์จได้เร็วทันใจ

ข้อเสีย

  • ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm
  • กล้องหน้าเป็น Fixed focus ไม่มี Autofocus
  • หน่วยความจำเป็นแบบ NM Card ไม่ใช่ microSD
  • หน้าจอยังมีติ่งและขอบจอโค้ง ติดฟิล์มยาก

บอกได้เลยว่าเป็นรุ่นที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดเป็นรุ่นแรก ๆ ของปีนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยพลังแห่งกล้องถ่ายรูปอันโดดเด่นที่สามารถซูมได้ไกลถึงดวงจันทร์ตามที่ทางค่ายได้เคลมเอาไว้ กับ HUAWEI P30 Pro ที่มาพร้อมดีไซน์หน้าจอติ่งหยดน้ำที่มีจอแสดงผล OLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ ซึ่งรุ่นนี้ก็เป็นมือถือกันน้ำกันฝุ่นได้แน่นอนเพราะตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 สามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลานานสูงสุด 30 นาที มากับหน่วยประมวลผล HiSilicon Kirin 980 octa-core ความเร็ว 2.6 GHz พร้อม RAM 8 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB สามารถเพิ่ม NM card ได้สูงสุด 256 GB ใช้ปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1 กล้องหลังมาพร้อมเลนส์ Leica ถึง 4 ตัว ประกอบไปด้วยเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล กล้องตัวหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล กล้องตัวที่สามคือเลนส์ Telephoto ซูม 5x แบบ Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวสุดท้ายเป็นกล้อง ToF 3D พร้อมไฟแฟลช LED อัดแน่นฟีเจอร์การใช้งานมาอย่างครบครัน เช่น กันสั่น OIS และ EIS เทคโนโลยี AI โดยเฉพาะการซูมสูงสุดที่ 50x (Digital zoom) ที่บอกว่าซูมจนถึงดวงจันทร์ได้นั่นเอง สำหรับกล้องหน้าก็มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล และมีเทคโนโลยี AI ช่วยในการปรับแต่งภาพ พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,200 มิลลิแอมป์ ที่ใช้งานได้อย่างยาวนานและรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วอีกด้วย

Apple iPhone XS Max

Apple iPhone XS Max

Apple iPhone XS Max

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 33,700 บาท

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • หน้าจอแสดงผล OLED Super Retina HD ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว
  • รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง และชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charging
  • ระบบสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ (3D Face Unlock)

ข้อเสีย

  • ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ความละเอียดของกล้องค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ถือว่าเป็น iPhone ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าเป็นมือถือกันน้ำเพราะมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐานที่ระดับ IP68 กันน้ำได้ที่ระดับความลึก 2 เมตร ในเวลาไม่เกิน 30 นาที ซึ่งทาง Apple ได้เคลมไว้ว่าไม่เพียงแค่ป้องกันน้ำสะอาดเท่านั้น แต่ยังสามารถกันน้ำชาและเบียร์ได้อีกด้วย มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ iPhone เคยมีมาก็คือ 6.5 นิ้ว โดยเป็นหน้าจอแบบ OLED Super Retina HD ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล (458 ppi) รองรับการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ แบบ Dolby Vision และ HDR10 พร้อมหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Apple A12 Bionic แบบ 6 แกนประมวลผล (Hexa-core) ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตรเป็นรุ่นแรกๆ ของโลก และรองรับ GPU แบบ 4 แกนประมวลผล (Quad-core GPU) ที่สามารถประมวลผลด้านกราฟิกได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 50% ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 12 ที่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้ นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงและชาร์จแบบไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging มีระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Face ID เวอร์ชันใหม่แบบ 3 มิติ (3D Face Unlock) ที่สามารถตรวจสอบใบหน้าผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำโดยใช้กล้องหน้าแบบ TrueDepth ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มีกล้องตัวหลักที่ด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบ่งออกเป็นเลนส์ Wide-angle ขนาดรูรับแสง f/1.8 และเลนส์ Telephoto ขนาดรูรับแสง f/2.4 รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual-OIS พร้อมระบบเสียงแบบ Stereo

Samsung Galaxy S10+

Samsung Galaxy S10+

Samsung Galaxy S10+

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 22,900 บาท

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • ระบบสแกนนิ้วใต้หน้าจอ Ultrasonic fingerprint sensor
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ มีกันสั่น OIS และกล้องหน้าคู่
  • รองรับ Fast charging, Fast Wireless Charging 2.0 และเทคโนโลยี Wireless PowerShare
  • มีพอร์ต USB Type-C และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ข้อเสีย

  • ช่องใส่ซิมการ์ดยังเป็นแบบ Hybrid
  • ขอบจอมีความโค้งมนทำให้ติดฟิล์มได้ค่อนข้างยาก

เรือธงรุ่นล่าสุดของ Samsung ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2019 นี้ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Infinity-O Dynamic AMOLED ความคมชัด Quad HD+ ขนาด 6.1 นิ้ว เป็นมือถือกันน้ำกันฝุ่นได้แน่นอนเพราะตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 สามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลานานสูงสุด 30 นาที แข็งแรงทนทานด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มาพร้อมหน่วยประมวลผล Exynos 9820 หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP12 ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI จับคู่กับ RAM 8 GB และ 12 GB ความจุตัวเครื่อง 128 GB, 512 GB และ 1 TB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุดอีก 512 GB มีกล้องด้านหลังแบบ 3 เลนส์ ประกอบด้วย เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS เลนส์ Wide มุมกว้าง 77 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีกันสั่น OIS และเลนส์ Ultra wide มุมกว้าง 123 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเป็นเลนส์คู่ความละเอียด 10 มี Dual Pixel AF และ Depth sensor ละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,100 มิลลิแอมป์ ที่รองรับการชาร์จเร็วและชาร์จแบบไร้สาย และเทคโนโลยี Wireless PowerShare

Nokia 9 PureView

Nokia 9 PureView

Nokia 9 PureView

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย ---

ข้อดี

  • รองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ IP67
  • มีกล้องถ่ายรูปด้านหลังมากถึง 5 ตัว (Penta Camera) เลนส์ ZEISS
  • มีพอร์ต USB Type-C
  • เป็นมือถือ Android One

ข้อเสีย

  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอก

รุ่นนี้ก็เป็นมือถือกันน้ำอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยมาพร้อมดีไซน์เรียบหรูแบบเดิม ๆ ใช้วัสดุเป็นกระจก 3D Gorilla Glass 5 มีความโค้งมน พร้อมกรอบอลูมิเนียม ซีรีส์ 6000 หน้าจอแสดงผลแบบ pOLED PureDisplay ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด 2K (1440 x 2880 พิกเซล) มีฟีเจอร์ Always On Display และรองรับการแสดงผลแบบ HDR10 รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 สามารถอยู่ในน้ำลึก 1 เมตรได้นานสูงสุด 30 นาที มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630 ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่เป็น Android One เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด พร้อม RAM 6GB หน่วยความจำภายใน 128GB ไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำจากภายนอก มาพร้อมกล้องด้านหลังถึง 5 ตัวโดยใช้เลนส์จาก ZEISS ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,320 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 และการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi

Sony Xperia 1

Sony Xperia 1

Sony Xperia 1

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย ---

ข้อดี

  • รองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP65/68
  • หน้าจอแสดงผลแบบ 4K HDR OLED
  • รองรับระบบเสียง Dolby Atmos พร้อม High-Resolution wireless audio (LDAC)
  • ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ทั้งด้านหน้าและหลัง

ข้อเสีย

  • ความละเอียดของกล้องถ่ายรูปค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ช่องใส่ซิมการ์ดยังเป็นแบบ Hybrid

เรือธงรุ่นล่าสุดจากค่าย Sony ก็เป็นมือถือกันน้ำอีกหนึ่งรุ่นเช่นเดียวกัน โดยมาพร้อมคุณสมบัติในการป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP65/68 สามารถอยู่ในน้ำลึก 1.5 เมตร ได้สูงสุด 30 นาที โดยมาพร้อมหน้าจอดีไซน์ไร้ขอบใหม่ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ใช้เทคโนโลยี 4K HDR OLED ความละเอียด 1644 x 3840 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 640 ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie จับคู่กับ RAM 6 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB รองรับ microSD สูงสุด 512 GB มาพร้อมกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 ตัวโดยมีความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซลเท่ากัน โดยแบ่งออกเป็นกล้องตัวหลักที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS กล้องเทเลโฟโต้ และกล้องเลนส์มุมกว้าง Wide-angle 135 องศา มีกล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ความจุ 3,330 มิลลิแอมป์พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว USB power delivery (USB PD) Fast Charging และระบบเสียง Dolby Atmos พร้อม High-Resolution wireless audio (LDAC)

Razer Phone 2

Razer Phone 2

Razer Phone 2

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 19,991 บาท

ข้อดี

  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
  • มือถือเกมมิ่งที่มาพร้อมสเปคการใช้งานประสิทธิภาพสูง
  • ลำโพงคู่สเตอริโอที่ให้เสียงดังถึง 103 เดซิเบล
  • รองรับการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย
  • มีระบบระบายความร้อน Vapor chamber
  • หน้าจอ 120 Hz

ข้อเสีย

  • ตัวเครื่องมีขอบหนาและค่อนข้างหนัก

เรียกได้ว่าเป็นมือถือสำหรับเล่นเกมของแท้จากค่ายเกมมิ่งโน้ตบุ๊คชื่อดังอย่าง Razer และแน่นอนว่าเป็นมือถือกันน้ำที่มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 สามารถอยู่ในน้ำลึกได้ 1 เมตร สูงสุด 30 นาที มาพร้อมหน้าจอแสดงผล IGZO Display ความ60 พิกเซล Ultramotion 120 Hz ขนาด 5.72 นิ้ว มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 630 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ที่สามารถอัปเกรดเป็น Android 9 Pie ได้ในอนาคต จับคู่กับ RAM 8 GB หน่วยความจำภายใน 64 GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 1TB มีกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมลำโพงคู่สเตอริโอ Dolby Atmos + 24bit DAC แบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์รองรับชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย

Samsung Galaxy Note9

Samsung Galaxy Note9

Samsung Galaxy Note9

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 16,900 บาท

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • มีระบบจัดการความร้อน Water carbon cooling system
  • มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • ลำโพงคู่สเตอริโอที่ทำการปรับเสียงโดย AKG
  • ปากกาใช้งานได้หลากหลาย

ข้อเสีย

  • ถาดใส่ซิมยังเป็นแบบ Hybrid
  • ดีไซน์หน้าจอโค้งทำให้ติดฟิล์มได้ยาก
  • ตัวเครื่องดูไม่ต่างจากรุ่น Galaxy Note8
  • กล้องถ่ายรูปความละเอียดค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

มือถือกันน้ำจากค่าย Samsung อีกหนึ่งรุ่น มาพร้อมการออกแบบที่แทบจะไม่ต่างจากรุ่น Note8 เท่าไหร่นัก โดยมาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ (2960 x 1440 พิกเซล) รองรับ HDR10 เป็นมือถือกันน้ำได้แน่นอนด้วยมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 สามารถอยู่ ในน้ำลึก 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที ใช้หน่วยประมวลผล Exynos 9810 หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP18 พร้อมรองรับปากกา S Pen จับคู่กับ RAM 6 GB / 8 GB ความจุภายในตัวเครื่อง 128 GB / 512 GB Song รับ microSD ได้ 512 GB มีระบบระบายความร้อน Water carbon cooling system ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย One UI รองรับการสแกนใบหน้า สแกนม่านตา และสแกนลายนิ้วมือ มาพร้อมกล้องถ่ายรูปด้านหลังเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีกันสั่น OIS และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ รองรับ Fast Charging และ Fast Wireless Charging

Google Pixel 3

Google Pixel 3

Google Pixel 3

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 21,631 บาท

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • รองรับ DCI-P3 และ Always On Display
  • กล้องถ่ายรูปสามารถใช้งานในสภาวะแสงน้อยได้ดี
  • รองรับชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย

ข้อเสีย

  • เครื่องค่อนข้างร้อนเร็วเมื่อมีการใช้งานที่มีการประมวลผลสูง
  • ตัวเครื่องค่อนข้างลายนิ้วมือได้ง่าย
  • แบตเตอรี่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอก

เป็นมือถือกันน้ำระดับเรือธงจากค่าย Google ที่มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 สามารถอยู่ในน้ำลึก 1.5 เมตรได้นานสูงสุด 30 นาที มาพร้อมหน้าจอแสดงผล P-OLED ขนาด 5.5 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630 ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie จับคู่กับ RAM 4 GB ความจุภายในตัวเครื่อง 64 GB และ 128 GB และยังคงความอินดี้ที่ไม่เหมือนใครด้วยกล้องถ่ายรูปด้านหลังแค่ตัวเดียว ความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล โดยใช้ประสิทธิภาพของ Pixel Visual Core ผสมผสานกับ AI ที่ใช้ในการประมวลผลภาพถ่าย พร้อมกล้องหน้าแบบเลนส์คู่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ความจุ 2,915 มิลลิแอมป์รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย

Apple iPhone XR

Apple iPhone XR

Apple iPhone XR

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 19,700 บาท

ข้อดี

  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐานระดับ IP67
  • หน่วยประมวลผล A12 Bionic พร้อม Neural Engine
  • รองรับการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดรุ่นแรกของ iPhone

ข้อเสีย

  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังมีแค่ตัวเดียว
  • แบตเตอรี่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอก
  • ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

สำหรับมือถือกันน้ำก็ยังคงอยู่กันที่ iPhone อีกหนึ่งรุ่น โดยใน iPhone XR ก็จะมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 สามารถอยู่ในน้ำลึก 1 เมตร ได้นานสูงสุด 30 นาที มีหน้าจอแสดงผล Liquid retina HD 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792 x 828 พิกเซล ใช้หน่วยประมวลผล A12 Bionic พร้อม Neural Engine หน่วยประมวลผลกราฟิก Apple GPU (4-core graphics) จับคู่กับ RAM 3 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 64/128/256 GB ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 12 ตัวสามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดได้ กล้องถ่ายรูปด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมกันสั่น OIS โฟกัส PDAF ส่วนกล้องถ่ายรูปด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซลโดยเป็นกล้องแบบ TrueDepth ที่รองรับการสแกนใบหน้า เพื่อใช้ยืนยันตัวตนด้วย Face ID แบตเตอรี่ความจุ 2,942 มิลลิแอมป์ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย

HUAWEI Mate 20 Pro

HUAWEI Mate 20 Pro

HUAWEI Mate 20 Pro

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 18,690 บาท

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68
  • ได้กล้องหลังเลนส์ Leica 3 ตัว ถ่ายรูปสวยมาก
  • ตัวเครื่องออกแบบได้สวยหรูเงางาม
  • มีทั้งระบบสแกนนิ้วมือและสแกนใบหน้า

ข้อเสีย

  • ตัวเครื่องเป็นกระจกจึงทำให้ลดรอยนิ้วมือได้ง่ายและค่อนข้างลื่น
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • รองรับหน่วยความจำแบบ nano SIM ซึ่งยังไม่เป็นที่นิยม
  • เสียงลำโพงออกผ่านพอร์ตชาร์จ USB Type-C เวลาชาร์จแบตเตอรี่เสียงจะเบาลง
  • ถาดใส่ซิมยังเป็นแบบ Hybrid

มาถึงมือถือกันน้ำรุ่นสุดท้ายของวันนี้ ก็ต้องยกให้อดีตเรือธงอย่าง HUAWEI Mate 20 Pro ที่มาพร้อมคุณสมบัติป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐานในระดับ IP68 สามารถอยู่ในน้ำลึก 2 เมตร ได้นานสูงสุด 30 นาที มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED นาน 6.39 นิ้ว ความละเอียด 2K+ (3120 x 1440 พิกเซล) รองรับ DCI-P3 และ HDR10 ใช้หน่วยประมวลผล HiSilicon Kirin 980 ประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP10 ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9 จับคู่กับ RAM 6 GB ความจุภายในตัวเครื่อง 128 GB รองรับ nano SIM ได้สูงสุด 256 GB รองรับการสแกนใบหน้าและมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ มีกล้องถ่ายรูปด้านหลัง Leica Optics 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องหลังความละเอียด 40 ล้านพิกเซล กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 3 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกันสั่น OIS กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อม Depth Sensing และแบตเตอรี่ความจุ 4,200 มิลลิแอมป์ รองรับระบบชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย

และนี่ก็คือมือถือกันน้ำทั้ง 10 รุ่นที่เราได้ทำการคัดสรรเอามาฝากกันในวันนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นมือถือที่อยู่ในระดับเรือธงของแต่ละค่าย ดังนั้นถ้าใครใช้มือถือกันน้ำเหล่านี้อยู่แล้ว สงกรานต์นี้ก็เล่นน้ำสบายใจได้เลยไม่ต้องกลัวว่ามือถือจะพัง แต่เพื่อความปลอดภัยก็ลองหาถุงหรือเคสใส่กันน้ำเอาไว้เพื่อความชัวร์อีกทีจะดีกว่า หรือถ้าใครกำลังมองหามือถือที่มีความทนทานกันน้ำกันฝุ่นแถมมีสเปคแรงแล้วล่ะก็ ลองพิจารณามือถือกันน้ำรุ่นต่าง ๆ ที่เราเอามาแนะนำกันดู รับรองว่าแข็งแรงทนทานใช้งานได้สมบุกสมบันกันน้ำกันฝุ่นอย่างแน่นอน

แนะนำ 10 รุ่นมือถือกันน้ำ

  • HUAWEI P30 Pro
  • Apple iPhone XS Max
  • Samsung Galaxy S10+
  • Nokia 9 PureView
  • Sony Xperia 1
  • Razer Phone 2
  • Samsung Galaxy Note9
  • Google Pixel 3
  • Apple iPhone XR
  • HUAWEI Mate 20 Pro