How to เลือกชุดปั่นจักรยานให้เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพในการปั่นจักรยานให้ดียิ่งขึ้น

การปั่นจักรยานถือเป็นกีฬาและงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะให้ความสำคัญกับจักรยานที่ใช้แล้ว ชุดปั่นจักรยานก็จำเป็นอย่างมากสำหรับสายนักปั่นทั้งหลาย เพราะช่วยเพิ่มความคล่องตัวขณะปั่นจักรยานได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

เทรนด์รักสุขภาพนั้นกำลังมาแรงมาก ๆ ในช่วงนี้ ซึ่งหลายคนก็หันมาควบคุมอาหาร ออกกำลังกายกันมากขึ้น ทั้งการไปเข้าฟิตเนสก็ดี วิ่งตามสนามกีฬา หรือลงวิ่งแข่งมาราธอนก็ดี และกีฬาหรือการออกกำลังกายที่มาแรงไม่แพ้การวิ่งและการเข้าฟิตเนสนั้นก็คือการปั่นจักรยานนั่นเองค่ะ หลายคนอาจจะปั่นเล่น ๆ ภายบริเวณหมู่บ้าน บริเวณที่พัก รวมถึงปั่นจักรยานไปเรียน ไปทำงาน หรือบางคนอาจจะจริงจังถึงขั้นปั่นจักรยานแนว Sport แนว Touring ที่การปั่นจักรยานแบบเน้นระยะทางและมิตรภาพระหว่างทาง หรือบางคนอาจจะแอดวานซ์ถึงขั้นปั่นจักรยานเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมเลยก็ดี

จะเห็นได้ว่าการปั่นจักรยานนั้นมีหลากหลายประเภท หลากหลายรูปแบบ ซึ่งเราก็จำเป็นต้องเลือกซื้อจักรยานให้เหมาะกับการปั่นจักรยานแต่ละประเภทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปั่นจักรยานที่มากขึ้น และนักปั่นมือเก่า มือใหม่ทั้งหลายก็ควรคำนึงถึงเครื่องแต่งกายที่จะสามารถซัพพอร์ตการปั่นจักรยานร่วมด้วยนะคะ ฉะนั้นวันนี้เราจึงหยิบเอาเสื้อผ้าหรือไอเทมในการแต่งตัวสำหรับปั่นจักรยานแต่ละชิ้น รวมถึงวิธีการเลือกซื้อชุดปั่นจักรยานที่เหมาะสมมาให้นักปั่นทั้งหลายได้ทำความรู้จักกันด้วยค่ะ พร้อมแล้วก็ตามมาอ่านกันได้เลย

ชุดปั่นจักรยานแต่ละชิ้นมีอะไรบ้าง?

1. เสื้อ

เสื้อสำหรับปั่นจักรยานส่วนใหญ่นั้นจะมีลักษณะคล้ายเสื้อบอลทั่วไป ซึ่งมีความยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม แต่ เสื้อสำหรับปั่นจักรยานจะมีลักษณะคอเสื้อที่สูงคล้ายเสื้อคอเต่า เพื่อป้องกันผิวบริเวณคอของนักปั่นถูกทำร้ายโดยแสงแดด ขณะเดียวกันเสื้อก็จะมีซิปด้านหน้าที่อาจมีความสั้นยาวแตกต่างกันไปแต่ละรูปแบบและยี่ห้อ อีกทั้งเสื้อปั่นจักรยานบางตัวก็จะมีทั้งแขนกุด แขนสั้นบ้าง ยาวบ้าง รวมถึงเนื้อผ้าของเสื้อบางยี่ห้อก็มีคุณสมบัติช่วยกันลม กันน้ำได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้เสื้อปั่นจักรยานบางรุ่น บางยี่ห้อก็มีช่องใส่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ บริเวณด้านหลังเสื้ออีกด้วยนะคะ

2. เบสเลเยอร์

สำหรับนักปั่นที่โปรฯ แล้วก็จะมีการใส่เบสเลเยอร์ไว้อีกชั้นหนึ่ง แล้วค่อยใส่เสื้อสำหรับปั่นจักรยานทับอีกที ซึ่งเบสเลเยอร์ที่ว่านี้มีคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับเหงื่อจากร่างกายเราได้ดี ไม่ทำให้เสื้อชุ่มจนเกินไป เหมาะสำหรับการสวมใส่เวลาปั่นจักรยานฤดูร้อนเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันถ้าเบสเลเยอร์มีความหนาสักหน่อยก็จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายในระหว่างที่ปั่นจักรยานในประเทศเมืองหนาวได้อีกด้วย หรือถ้าเกิดอุบัติเหตุใด ๆ เบสเลเยอร์ก็จะเป็นตัวซัพพอร์ตไม่ให้ร่างกายของเราได้รับบาดเจ็บหรือเป็นแผลเยอะเกินไปมากกว่าที่ใส่เสื้อสำหรับปั่นจักรยานเพียงตัวเดียวนั่นเองค่ะ

3. แจ็กเก็ต

แจ็กเก็ตสำหรับปั่นจักรยานนั้นมีคุณสมบัติหลัก ๆ คือช่วยกันลม ช่วยกันฝนหรือกันน้ำ และช่วยกันแดด ซึ่งแจ็กเก็ตสำหรับปั่นจักรยานนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ Thermal Jacket ที่เหมาะสำหรับการปั่นจักรยานในสภาพอากาศหนาวเย็น หรือแห้ง ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับประเทศไทยสักเท่าไหร่ Hardshells มีคุณสมบัติกันน้ำและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้เราชุ่มเหงื่อมากจนเกินไปด้วย และ Softshells ที่จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นเวลาอากาศเย็นและกันน้ำ กันเปียกฝนได้ดีเช่นกัน

4. กางเกง

กางเกงสำหรับปั่นจักรยานนั้นมีทั้งแบบสั้นและแบบยาวแล้วแต่ความถนัดและความคล่องตัวของแต่ละบุคคล อีกทั้งกางเกงสำหรับปั่นจักรยานอีกรูปแบบที่ได้รับความนิยมสำหรับนักปั่นมือโปรฯ ก็คือแบบ Bib Shorts ที่มีลักษณะคล้าย ๆ เอี๊ยม ช่วยลดอาการระคายเคืองบริเวณรอบเอวจากการใส่กางเกงปั่นจักรยานได้ด้วยค่ะ

5. ถุงมือ

ถุงมือสำหรับปั่นจักรยานนั้นจะถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อให้ยึดเกาะกับแฮนด์จักรยานได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งถุงมือจะเป็นตัวช่วยดูดซับเหงื่อบนมือของเราเพื่อป้องกันมือลื่นหลุดหรือไหลออกจากแฮนด์จักรยาน เรียกได้ว่าช่วยลดอุบัติเหตุได้ดีเลยทีเดียว

6. หมวกกันน็อค

เช่นเดียวกับการขี่จักรยานยนต์ การปั่นจักรยานก็ควรสวมใส่หมวกกันน็อคเพื่อความปลดภัยเช่นกัน และยิ่งถ้าคุณเป็นนักปั่นสายแข่งหรือสายที่ต้องปั่นระยะทางไกล ก็ขอแนะนำว่าให้สวมใส่หมวกกันน็อคให้อุ่นใจไว้ก่อนจะดีที่สุดค่ะ

วิธีเลือกซื้อชุดปั่นจักรยานให้ตอบโจทย์ที่สุด

1. เลือกขนาดที่พอดีกับร่างกาย

ปกติชุดปั่นจักรยานนั้นจะถูกออกแบบมาให้เข้ารูปกับผู้สวมใส่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพื่อให้มีความคล่องตัวหรือการเคลื่อนไหวที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบให้เสื้อหรือชุดรัดแน่นจนเกินไป ก็ขอแนะนำว่าให้เลือกซื้อเผื่อไป 1 ไซส์เพื่อความสบายตัวมากกว่าเดิมค่ะ

2. เลือกจากเนื้อผ้าที่เหมาะสม

หากนักปั่นทั้งหลายเลือกที่จะปั่นจักรยานในประเทศไทยแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้เลือกชุดปั่นจักรยานที่มีการระบายอากาศได้ดีและยืดหยุ่นสูงเลยค่ะ เพื่อให้มีการดูดซับเหงื่อที่ดี แห้งไว และช่วยป้องกันผิวจากการทำร้ายของรังสี UV ร่วมด้วย แต่ถ้ามีแพลนจะปั่นจักรยานช่วงหน้าฝนก็อย่าลืมเลือกชุดปั่นจักรยานที่สามารถกันน้ำ กันเปียก และกันลมด้วยนะคะ

3. เลือกจากฟังก์ชันเสริมในการใช้งาน

ฟังก์ชันเสริมสำหรับชุดปั่นจักรยานที่ว่านี้คือช่องใส่สัมภาระต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในเสื้อหรือกางเกงก็ดี ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพกโทรศัพท์มือถือติดตัว หรืออาจจะเป็นกระเป๋าสตางค์ขนาดกำลังพอดีก็ได้เช่นกัน รวมถึงฟังก์ชันที่เหมาะสำหรับการปั่นจักรยานยามค่ำคืนอย่างการใช้สีสันของเสื้อผ้าที่ฉูดฉาดและสะท้อนแสง เป็นต้น

4. ตรวจสอบแผ่นรองในกรณีที่เลือกซื้อกางเกงสำหรับปั่นจักรยาน

สำหรับใครที่เลือกซื้อกางเกงปั่นจักรยานมาใช้ควรตรวจสอบแผ่นรองนั่งในกางเกงกันด้วยนะคะ เพราะเจ้าแผ่นรองนั่งตัวนี้จะเป็นตัวช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าขณะปั่นได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว อีกทั้งยังช่วยซึมซับแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย รวมถึงคำนึงถึงโอกาสการใช้งานด้วยนะคะ ถ้าปั่นระยะใกล้ ๆ ก็อาจเลือกเป็นแผ่นรองแบบโฟมธรรมดา แต่ถ้าปั่นระยะไกลหน่อยก็อาจจะเลือกเป็นแผ่นรองนั่งแบบเจลหรือ 3D แทนค่ะ

5. อย่าลืมลองชุดก่อนตัดสินใจซื้อ

หากคุณไปซื้อชุดปั่นจักรยานที่ร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์กีฬาหรือห้างสรรพสินค้าแล้วล่ะก็ ถ้าเจอชุดปั่นจักรยานที่ถูกใจแล้วก็อย่าลืมลองสวมใส่ก่อนเลือกซื้อกันนะคะ เพื่อให้รู้ว่าชุดปั่นจักรยานชุดนั้น ๆ เหมาะสมกับเราและสามารถซัพพอร์ตการปั่นจักรยานของเราให้สะดวกสบายได้จริง ๆ นั่นเอง

และนี่ก็คือเสื้อผ้าที่ชุดออกกำลังกายที่เราหยิบเอามาให้นักปั่นมือใหม่และนักปั่นเก่าได้ทำความรู้จักกัน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีไกด์ไลน์หรือวิธีการเลือกซื้อชุดปั่นจักรยานให้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุดอีกด้วย ทีนี้ก็หวังว่านักปั่นทั้งหลายที่ผ่านมาอ่านบทความนี้จะสามารถเลือกซื้อชุดปั่นจักรยานสไตล์ที่ชอบ รูปแบบที่ใช่ และสามารถซัพพอร์ตการปั่นจักรยานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะคะ