นาฬิกา Omega รุ่นฮิตระดับตำนาน

นาฬิกา Omega แบรนด์ดังระดับตำนานที่สามารถยืนหยัดมาได้ยาวนานกว่า 100 ปี ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรงและความสวยงาม คุ้มค่า ค้มราคา

Omega แบรนด์นาฬิการะดับโลกที่มาจากตัวอักษรกรีกโบราณตัวสุดท้าย ถือกำเนิดมาจาก Louis Brandt นักประดิษฐ์ผู้มีความสามารถในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน แต่มาเสียชีวิตในช่วงปี 1879 ทำให้กิจการของผู้เป็นพ่อตกทอดสู่รุ่นลูก คือ Louis Paul และ César Brandt ที่เป็นลูกชายทั้งคู่ แต่หลังจากที่ทั้งคู่ได้ย้ายโรงงานของพ่อไปอยู่ที่เมือง Gurzelen district of Bienne ได้ไม่นานก็เสียชีวิตลงพร้อมกันในปี 1903 โดยทิ้งมรดกเป็นธุรกิจนาฬิกาสวิสที่มียอดขายสูงสุดถึง 240,000 เรือนต่อปีกับพนักงานร่วม 800 ชีวิต และมีผู้บริหารระดับสูงเพียง 4 คนเท่านั้น อุปสรรคคือแต่ละคนมีอายุน้อยมากและผู้บริหารอาวุโสที่สุดมีอายุเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น ทำให้มีการใช้ชื่อแบรนด์ Omega แบบจริงจังในช่วงปี 1948 ในขณะที่กิจการกำลังประสบปัญหาขาดผู้นำที่มีประสบการณ์ก็เกิดเหตุสงครามโลกเข้ามาซ้ำเติม ทีมผู้บริหารอายุน้อยของแบรนด์ Omega จึงตัดสินใจที่จะนำกิจการของตัวเองรวมเข้ากับแบรนด์ Tissot แล้วใช้ชื่อแบรนด์ใหม่ว่า SSIH แต่อยู่ได้ไม่นานก็ต้องประสบปัญหาเศรษฐกิจโลกตกต่ำจนต้องขายกิจการต่อไปให้ผู้อื่นในที่สุด

Manufacturing masterpieces: Omega new Factory

กลุ่มบริษัทที่ซื้อ Omega ไปอยู่ภายใต้การบริหารของ Nicolas แล้วได้ทำการเปลี่ยนชื่อให้กลายเป็น SMH จากนั้นกลายมาเป็นกลุ่มบริษัทเอกชนที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นผู้ผลิตนาฬิการะดับโลกในระยะเวลาไม่นานนัก เมื่อประสบความสำเร็จทางธุรกิจสูงสุดจึงได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มบริษัทเป็น Swatch Group ที่ถือครองแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกไว้หลายแบรนด์ นาฬิกา Omega จึงกลับมาเป็นแบรนด์ดังระดับโลกอีกครั้ง โดยการมาครั้งนี้ทำให้ Omega ติดขึ้นมาเป็นแบรนด์ขายดีอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว และกลายมาเป็นแบรนด์ที่มีความสำคัญต่อกลุ่ม Swatch Group เป็นอย่างมาก ความโดดเด่นของแบรนด์นี้ที่สร้างชื่อได้มากที่สุด คือ การเป็นนาฬิกาคู่ใจของผู้นำในหลากหลายประเทศและเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ติดตัวนักบินอวกาศสหรัฐอเมริกาไปเหยียบดวงจันทร์ จุดนี้เองที่ทำให้นาฬิกา Omega กลายเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อมาในยุคนี้จึงมีอีกหลายรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม โดยรุ่นที่น่าสนใจ คือ

Omega Speedmaster Moonwatch Apollo 8

Omega Speedmaster Apollo 8 - Baselworld 2018

Omega Speedmaster Moonwatch Apollo 8 รุ่นพิเศษที่ถูกผลิตมาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ที่เคยมีนักบินอวกาศสวมใส่ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ ทั้งยังเป็นการระลึกถึงเรื่องชายคนแรกที่เหยียบดวงจันทร์ในช่วงปี 1961-1969 เลือกใช้โครงสร้างเซรามิกที่มีความแข็งแรงและทนทานดี มีการใช้เลเซอร์ที่ผิวของหน้าปัดด้านหน้าเพื่อทำลวดลายให้คล้ายกับพื้นผิวบนดวงจันทร์ ส่วนสีสันหน้าปัดจะเป็นโทนสีดำเข้ม ส่วนอื่นๆ ภายในหน้าปัดที่ไม่ว่าจะเป็นตัวสัญลักษณ์บอกเวลา, ตัวเลข, ขอบหน้าปัด และเข็มนาฬิกาจะเป็นโทนสีขาวทั้งหมด จึงสามารถมองรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจน ทางด้านสายก็เท่ไม่แพ้ตัวเรือน เป็นสายหนังสีดำที่ถูกเจาะรูให้เห็นด้านในที่เป็นสีเหลืองและมีการเดินตะเข็บเป็นสีเหลืองด้วยเช่นกัน ส่วนด้านหลังของตัวเรือนมีการสลักข้อความเฉพาะของนักบินอวกาศไว้อย่างโดดเด่น โดยรวมแล้วรุ่นนี้จะเหมาะกับคนที่ชื่นชอบความเป็นตำนานและเหมาะกับเหล่านักสะสมเป็นอย่างมาก

Omega Speedmaster Apollo 11 50th Anniversary Limited Edition

OMEGA Speedmaster Apollo 11 50th Anniversary Limited Edition

Omega Speedmaster Apollo 11 50th Anniversary Limited Edition รุ่นเฉลิมฉลองที่โครงการ Apollo 11 ได้ครบวาระ 50 ปี จึงถือว่าเป็นรุ่นพิเศษที่แทบจะต้องสั่งจองกันเลยทีเดียว ดีไซน์เรียบหรูและดูเท่ในสไตล์ผู้นำ ตัวเรือนและสายทำมาจากสแตนเลสสตีลคุณภาพสูง ทำให้แข็งแรงและทนทานต่อรอยขีดข่วน มาพร้อมกล่องใส่ที่ทางค่ายสรรสร้างมาเพื่อให้เป็นนาฬิกาที่มีคุณค่าและมีความล้ำสมัย ตัวเรือนเป็นทรงกลมมีขนาด 42 มิลลิเมตร มีตัวประกบขอบหน้าปัดด้วยเซรามิก มาพร้อมการผสมผสานทองคำแท้เข้ากับเนื้อเซรามิกที่ถูกนำมาทำเป็นมาตรแสดง Tachymeter ที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเลือกใช้ทองคำ 18K มาทำเป็นขอบหน้าปัดด้านนอก ความพิเศษของนาฬิการุ่นนี้ยังไม่หมดเพราะด้านหลังมีการสลักลวดลาย Buzz Aldrin ด้วยเลเซอร์อีกด้วย ส่วนกลไกภายในเป็นแบบลานโครโนกราฟ Omega Cal.3861 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง และเลือกใช้งานระบบ Co-Axial Escapement ที่จะช่วยทำให้กลไกภายในใช้งานได้ยาวนานขึ้นเพราะลดแรงเสียดทานได้ดี ทั้งยังทนต่อสนามแม่เหล็กได้สูงถึง 15,000 Gauss เลยทีเดียว

Omega Seamaster

OMEGA Seamaster Diver 300M: Depth-defying beauty.

Omega Seamaster Diver 300M เด่นด้วยการเลือกใช้ตัวเรือนเซรามิกและไทเทเนียม นำมาผสมผสานกันแล้วกลายมาเป็นตัวเรือนสุดแกร่งที่ไม่เสียหายง่ายจนเกินไป ดีไซน์มาในแบบนาฬิกาผู้ชายที่ดูเท่และเรียบหรู เหมาะต่อทุกกิจกรรมของผู้ชาย โดยเฉพาะด้านการดำน้ำที่ทางแบรนด์เน้นใช้เซรามิกกับไทเทเนียมผสมกันเพื่อกันการกัดเซาะจากน้ำทะเลและสภาพอากาศทุกรูปแบบ มีคุณสมบัติกันน้ำได้ถึง 300 เมตร ไทเทเนียมที่เลือกมาใช้เป็นระดับคุณภาพสูงเกรด 5 ที่ใช้ทำตัวเรือนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หน้าปัดมีขนาด 43.5 มิลลิเมตร ที่ด้านในเป็นโทนสีเทาและมีพื้นหลังเป็นลวดลายจากการใช้เลเซอร์ โดยมีมาให้เลือก 2 สี คือ สีดำและสีเงินสแตนเลสสตีล เด่นด้วยเอกลักษณ์กลไกแบบ In-house Cal.8800 ใช้งานร่วมกับชุด Co-Axial Escapement ทำให้กลไกภายในมีความทนทาน สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น มีการทดสอบเรื่องความเที่ยงตรงของเวลาด้วยระบบโครโนมิตเตอร์และสำรองพลังงานได้สูงถึง 55 ชั่วโมง

Omega De Ville Trésor

Omega 2019: De Ville Trésor

Omega De Ville Trésor มากับความโดดเด่นด้วยโทนสีแดง-ทอง เพราะเป็นรุ่นฉลองที่ทางแบรนด์ครบรอบ 125 ปี จึงมีลักษณะที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ แม้เห็นว่าเป็นโทนสีแรงๆ แบบนี้ แต่รุ่นนี้ก็ยังถือว่าเป็นนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษเท่านั้น ที่สำคัญคือได้รับความนิยมสูงอย่างเหลือเชื่อ ตัวเรือนมากับขนาด 40 มิลลิเมตร เลือกใช้ Yellow Gold มาทำเป็นตัวเรือนและเน้นใช้โทนสีประจำแบรนด์มาผสมผสานกัน จึงได้มาเป็นนาฬิกาที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร ส่วนสายเป็นสายหนังคุณภาพสูงที่ผ่านการตัดเย็บมาอย่างประณีต ส่วนด้านหลังก็เด่นไม่แพ้กันด้วยการแกะสลักตัวอักษร Omega แบบมัสคีนนิ่งที่มีพื้นเป็นวงกลมสีแดงและตัวอักษรเป็นสีทองสวยอย่างมาก ส่วนกลไกภายในเป็น Caliber 19-ลิญจ์ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ ใช้กลไกระดับสูงแบบ Caliber 8929 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก Master Chronometer ที่ให้เวลาแม่นยำและเที่ยงตรงที่สุด

Omega แบรนด์ดังระดับโลกที่สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดนาฬิกาหรูได้อย่างโดดเด่น สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ จึงสามารถออกแบบและผลิตนาฬิกาที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งานของทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่ Omega จะอยู่คู่กับคนรักนาฬิกามาอย่างยาวนาน 100 กว่าปีเลยทีเดียว