ประกาศยุติการให้บริการ

Priceprice.com จะยุติการให้บริการในวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2021 (ตามกำหนดการ)
ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอด

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

แนะนำ 10 รุ่น คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ที่น่าใช้ที่สุดในปี 2021 รุ่นไหนเด็ดไปดูกันเลย

คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานหรือแม้แต่กับการใช้เพื่อการเล่นเกม เพราะไม่มีสายมาเกะกะสายตา ฟังก์ชั่นการทำงานก็ครบครัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เรามัดรวมมาให้คุณเลือกกันถึง 10 รุ่นด้วยกัน

ในยุคที่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าหากันกลายเป็นวิถีชีวิตที่คุ้นชินของเรา หลายๆอย่างเริ่มไม่มีสายมาให้เราปวดหัวกับการพันกันหรือว่าเกะกะสายตา หนึ่งในนั้นก็คือ คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ที่มีให้เลือกมากมายหลายแบบตั้งแต่ใช้กับงานเอกสารทั่วไปจนถึงการใช้เพื่อการเล่นเกม ราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ซึ่ง คีย์บอร์ดไร้สาย แต่ละแบบแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ใครกำลังมองหาอุปกรณ์ตัวนี้เอาไว้ใช้งาน ลองมาดูว่า 10 รุ่นที่เราแนะนำนี้รุ่นไหนจะถูกใจและลงตัวกับคุณมากที่สุด

วิธีเลือกคีย์บอร์ดไร้สาย

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีเลือก คีย์บอร์ดไร้สาย กันก่อนเลยว่าเพื่อให้ได้รุ่นที่ถูกใจ ใช้ดี และตรงตามความต้องการนั้นเราควรจะต้องพิจารณาในเรื่องไหนกันบ้าง

เลือกตามการใช้งาน

แน่นอนว่าการจะเลือก คีย์บอร์ดไร้สาย มาใช้นั้นอันดับแรกเลยต้องมองที่การใช้งานของตัวเองก่อนว่าเน้นใช้งานด้านไหน เช่นเอามาสำหรับการทำงานเอกสารเป็นหลัก หรือว่าเน้นเล่นเกม เพราะข้อนี้ก็จะส่งผลกับข้ออื่นๆต่อไปด้วย

เลือกขนาดและดีไซน์

เลือกขนาดและดีไซน์ ข้อต่อมาก็คือขนาดและดีไซน์ของ คีย์บอร์ดไร้สาย โดยดูจากข้อรแกด้วยว่าเราจะเอามาใช้งานกับที่หรือมีความจำเป็นต้องพกพาด้วยหรือไม่ ถ้าต้องนำติดตัวไปไหนมาไหนด้วยก็ควรเลือกที่มีขนาดและน้ำหนักไปเป็นภาระกับกระป่า ส่วนดีไซน์นั้นก็มีทั้งแบบเรียบๆและแบบที่มีสีสันฉูดฉาด และยิ่งถ้าเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งด้วยแล้วก็จะมีไฟสีสันต่างๆเพิ่มเข้ามาด้วย

กลไกการทำงานของแป้นพิมพ์

พิจารณาจากกลไกการทำงานของแป้นพิมพ์ ในส่วนนี้ค่อนข้างเป็นรายละเอียดทางเทคนิคเล็กน้อย เพราะ คีย์บอร์ดไร้สายที่เราเห็นกันนั้นแม่ส่วนใหญ่จะคล้ายๆกันไปหมด แต่กลไกของแป้นพิมพ์นั้นก็จะแตกต่างกันออกไปส่งผลกับการตอบสนอง ความรู้สึกในการกด หรือเสียงระหว่างการใช้งานด้วย โดยหลักๆ แล้ว จะมีกลไกอยู่ 4 แบบคือ

  1. กลไก Membrane เป็นกลไกแบบพื้นฐานทั่วไป วัสดุที่ใช้จะเป็นยางที่ความแข็งแรงน้อยกว่าแบบอื่นและมีราคาถูกกว่าด้วย
  2. กลไก Pantograph กลไกแบบนี้จะคล้ายกับแบบแรกแต่มีความแข็งแรงมากกว่า ตอบสนองการกดได้ดีกว่า ปุ่มกดจะมีสวิตช์เป็นของตัวเองทุกปุ่ม การคืนตัวหลังกดทำได้ดี เรียกว่ากดสนุกที่สำคัญคือหากมีปุ่มใดปุ่มหนึ่งเสียหายสามารถเปลี่ยนได้ง่ายกว่า
  3. กลไก Mechanical ด้วยคุณสมบัติในเรื่องของความทนทาน การตอบสนองที่รวดเร็ว และการคืนตัวที่ยอดเยี่ยมหลังถูกกดและมีสวิตช์เป็นของตัวเองง่ายต่อการซ่อมแซมทำให้กลไกแบบนี้เหมาะกับการใช้งานหนักหรือใช้สำหรับการเล่นเกม
  4. กลไก Capacitive Switch เป็นกลไกลูกผสมระหว่างสปริงและยาง ให้ทั้งความรวดเร็วในการตอบสนองและความทนทานที่สูงกว่าเหมาะกับการใช้งานหนักหรือการเล่นเกมสำหรับคนที่ในแต่ละวันต้องอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานานๆและต้องการ คีย์บอร์ดไร้สายที่ตอบสนองเร็วกลไกแบบนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์เลยล่ะ

ราคา

ข้อสุดท้ายแต่น่าจะสำคัญที่สุดก็คือราคากับงบประมาณที่มี เพราะราคาของ คีย์บอร์ดไร้สาย นั้นมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาทหากเป็น คีย์บอร์ดไร้สาย สำหรับการเล่นเกม นอกจากนี้ยังควรต้องพิจารณาจากเงื่อนไขการรับประกันสินค้าด้วย

รู้จักกับวิธีเลือก คีย์บอร์ดไร้สาย ในเบื้องต้นไปแล้ว คราวนี้เราไปดูกันเลยว่ามีรุ่นไหน ยี่ห้อใดที่น่าสนใจและน่าเลือกมาเป็นคีย์บอร์ดคู่มือบ้าง

แนะนำ 10 รุ่นคีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth

1. Logitech Craft

คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth รุ่นแรก ขอแนะนำ Logitech Craft ไปให้สุดกับทุกการใช้งานด้วยคุณภาพในการพิมพ์และการตอบสนองรวดเร็ว มาพร้อมปุ่มหมุนอินพุทเอนกประสงค์ที่สามารถปรับให้เหมาะกับการทำงานแต่ละอย่างช่วยให้คุณโลดแล่นไปกับจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อย่างมีสมาธิ ดีไซน์เรียบหรูแข็งแรง กดง่ายไวต่อการสัมผัส ปุ่มกดมีความทนทานสูง รองรับการทำงานร่วมกับ Windows, macOS, Adobe Photoshop CC, Adobe Illustrator CC, Adobe Lightroom Classic CC และอื่นๆอีกมากมายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการ macOS 10.11 และ Windows 7 ขึ้นไป สามารถตั้งค่าต่างในการใช้งานหรือแอพพลิเคชั่นที่ใช้บ่อยได้ผ่านซอฟแวร์ Logitech Options

Logitech Craft ยังมาพร้อมกับไฟ SMART ILLUMINATION สร้างความมีชีวิตชีวาด้วยแสงพื้นหลังเมื่อเปิดใช้งานและปุ่มจะสว่างขึ้นทันทีที่มือของคุณเข้าใกล้คีย์บอร์ด รวมถึงปรับความสว่างโดยอัตโนมัติเพื่อให้เหมาะกับสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงไป เรียกมีว่ามีทั้งประสิทธิภาพความเสถียรและความแม่นยำ เสียงที่เงียบไม่รบกวนสมาธิ รวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัย เป็น คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ที่คุณภาพคุ้มราคา เอามาสร้างงานสร้างเงินได้เป็นอย่างดี

2. Xiaomi MIIIW Dual-mode Bluetooth Keyboard

Xiaomi MIIIW Dual-mode Bluetooth Keyboard คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ที่มีทั้งงานออกแบบที่น่าใช้งานและประสิทธิภาพที่ลงตัวด้วยปุ่มกด Full size 104 keys รองรับ Wireless / Bluetooth 2.4 GHz มาพร้อมเมาส์ไร้สายเข้าชุดกัน ออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวก สามาระปรับองศาเพื่อความถนัดในการพิมพ์ของแต่ละคน พร้อมยางกันลื่นทั้ง 4 มุม รองรับการใช้งานทั้งกับระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac ควบคุมด้วยปุ่มกด ข้อดีคือเสียบ USB ตัวเดียวแต่ใช้งานได้ถึง 2 เครื่องพร้อมกัน ตัวคีย์บอร์ดมีปุ่มต่างๆมาให้ครบครันทั้งปุ่ม Function ปุ่มพิเศษ และปุ่ม Numpad มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ IPX4 กันละอองน้ำได้ช่วยให้อุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง มีไฟสำหรับบอกสถานะ Num Lock, PC/MAC, Capslock และแบตเตอรี่ น้ำหนักของรุ่นนี้ก็เบาเพียง 460 กรัม มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาว และสีดำ

3. Logitech MX Keys Wireless Keyboard

คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth รุ่นต่อมาคือ Logitech MX Keys Wireless Keyboard ที่นอกจากใช้สำหรับงานเอกสารแล้วยังออกแบบมาสำหรับคนทำโฆษณาหรืองานออกแบบและเขียนโค้ดที่มีฟังก์ชั่นมาให้ใช้หลากหลายบนดีไซน์เรียบหรูและโครงสร้างที่ทนทานแข็งแรง มีปุ่ม Perfect Stroke พร้อมเคลือบ Matte บนปุ่มกดทุกปุ่มที่ให้คุณมั่นใจในความลื่นไหล เสถียรและแม่นยำระหว่างปลายนิ้วสัมผัสลงไปบนพื้นผิวของแต่ละคีย์ มีไฟ SMART ILLUMINATION ที่มีเซ็นเซอร์ Proximity คอยตรวจจับว่ามือของคุณเข้าใกล้คีย์บอร์ดหรือไม่ก่อนจะเปิดไฟ Backlit อัตโนมัติ และปิดเองเมื่อคุณออกจากคีย์บอร์ด นอกจากนี้ยังลดเสียงรบกวนจากการกดและมีโครงสร้างโลหะที่แข็งแรงไม่ลื่นเวลาวางลงบนโต๊ะทำงาน สามารถตั้งค่าการทำงานผ่านซอฟแวร์ Logitech Options รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ 2.4G Wireless USB Receiver เชื่อมต่อได้รวดเร็ว จดจำอุปกรณ์ได้ถึง 3 เครื่อง คุณสมบัติโดยรวมถือว่าครบถ้วนสำหรับคนทำงานที่อยากมี คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ดีๆ เอาไว้ใช้งาน

4. Keychron K2

Keychron K2 Wireless Mechanical Keyboard คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ที่ถือเป็น การรวมกันที่ดีที่สุดของคีย์บอร์ดขนาดเต็ม และ TENKEYLESS ออกแบบมาเพื่อการสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ครบครันทั้งปุ่มและฟังก์ชั่นสำหรับคนทำงาน แต่ใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาให้ซึ่งหาได้ยากใน Mechanical Keyboard ทั่วไป รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth หรือ USB-C ใช้ได้ทั้ง iPhone, iPad หรือ Laptop ใช้งานได้ 3 อุปกรณ์พร้อมกันด้วยการกดปุ่ม Fn+ 1/2/3 มีสวิตช์ Gateron ให้เลือกถึง3 แบบคือ Blue, Red และ Brown มีปุ่มฟังก์ชั่นที่จำเป็น เช่น การเลื่อนหน้าขึ้น / ลง (Page Up/Down), Home, Screen capture (cmd + shift + 4) ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงาน และด้วย N-key rollover (NKRO ในโหมดแบบใช้สายเท่านั้น) คุณสามารถกดปุ่มได้มากเท่าที่คุณกดได้โดยไม่มีพลาด อายุการใช้งานถึง 50 ล้านครั้ง ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการ Mac, Android, iOS หรือ Windows โดย Keychron K2 สามารถพิมพ์ได้นานถึง 72 ชั่วโมงหรือใช้งานได้สูงสุด 9 วัน (8 ชั่วโมง / วัน) ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,000 mAh โดดเด่นด้วยไฟ RGB มากกว่า 15 ชนิดในสไตล์ที่แตกต่าง (กระพริบ หายใจหรือคงที่ ฯลฯ ) เข้ากับทุกอารมณ์ของคุณ เพียงกดปุ่มหลอดไฟหรือลูกศร Fn+ ขวาเพื่อเปลี่ยนรูปแบบ RGB เรียกว่าครบถ้วนทุกการใช้งานแน่นอน

5. Corsair K63

Corsair K63 คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth สำหรับเกมเมอร์ที่อยากมีอาวุธคู่มือดีๆ เอาไว้ลงสนาม รุ่นนี้โดดเด่นทั้งงานออกแบบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และการตอบสนองที่รวดเร็วแม่นยำ มาพร้อมเทคโนโลยีไร้สาย 2.4 GHz ความเร็วสูง มิลลิวินาที และสวิตช์ Cherry MX Red ที่ช่วยให้การเล่นเกมสนุกขึ้นยามออกอาวุธสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ปุ่มกดขนาดกำลังดี พร้อมไฟ LED Backlight สีน้ำเงินสร้างความเร้าใจในการเล่น สามารถกำหนดมาโครให้กับปุ่มต่างๆ และปรับแต่งเอฟเฟกต์แสงแบบไดนามิกได้ด้วยซอฟแวร์ CORSAIR Utility Engine (CUE) อุ่นใจมากขึ้นด้วยการเข้ารหัสไร้สาย AES แบบ 128 บิตช่วยปกป้องการกดแป้นของคุณจากการดักฟังแบบไร้สายเพื่อรักษาข้อมูลให้ปลอดภัย มีระบบ Anti-Ghost 100% แบบ Full-key ปุ่ม Windows Lock ขนาดกะทัดรัดประหยัดพื้นที่พกพาสะดวก แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 15 ชั่วโมง ชาร์จผ่าน USB และยังมีแท่นวางข้อมือ SOFT-TOUCH ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ข้อมือซึ่งหากไม่ชอบก็สามารถถอดออกจากตัวคีย์บอร์ดได้ โครงสร้างมั่นคงแข็งแรงไม่ลื่นง่าย เป็นอาวุธคู่มือที่น่าสนใจไม่น้อย

6. Microsoft Surface Keyboard

Microsoft Surface Keyboard คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth คุณภาพดีที่มากับดีไซน์เรียบหรู พร้อมปุ่มกดที่มีความทนทานให้ผิวสัมผัสที่นุ่มมือตอบสนองได้รวดเร็วคืนตัวได้ไว มีระยะห่างที่ออกแบบมาให้กดได้ย่างไม่พลาด เสียงการกดไม่ดังจนรบกวนสมาธิ มาพร้อมโครงสร้างที่เข็งแรง น้ำหนักเบาพกพาสะดวก รองรับอุปกรณ์ได้หลายอย่าง แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนาน รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 10/8.1/8, Mac OS 10.10.5/10.11.1/ 10.11.4 และอุปกรณ์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต Android รองรับการเชื่อมต่อไร้สายช่วงความถี่ 2.4 GHz, Bluetooth Low Energy 4.0 หรือสูงกว่า ปุ่มกดใช้งานได้ยาวนานสมค่าตัว ประสิทธิภาพนั้นรองรับตั้งแต่งานเอกสารไปจนถึงการเล่นเกมด้วยการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมและความหน่วงต่ำ

7. Keychron K4

ต่อกันด้วย Keychron K4 คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth สำหรับ Gamer และผู้ที่ชื่นชอบการใช้ Mechanical Keyboard ที่มากับการออกแบบที่เรียบหรู ล้ำสมัย ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ในการใช้งานพกพาสะดวก พร้อมโทนสีแบบ Minimal โครงสร้างมีความแข็งแรงปรับมุมได้ 8.5 องศาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน เป็นคีย์บอร์ดแบบ 100 ปุ่มรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth และสามารใช้สาย USB Type-C ได้ รองรับระบบปฏิบัติการ macOS, Windows, iOS และ Android มีปุ่มมัลติมีเดีย เดียวกับ Mac และยังมาพร้อมกับปุ่มกด 3 ปุ่มพิเศษที่ให้คุณสลับการใช้งานระหว่าง Mac และ Windows OS ได้อย่างง่ายดาย แบตเตอรี่มีความจุ 4,000 mAh สามารถพิมพ์ได้นานถึง 72 ชั่วโมงหรือใช้งานปกติสูงสุด 9 วัน (8 ชั่วโมง / วัน) สวยสะดุดตาด้วยไฟ RGB มากกว่า 15 แบบให้คุณเลือกใช้ตามอารมณ์ เพียงกดปุ่มหลอดไฟหรือลูกศร Fn+ ขวาเพื่อเปลี่ยนรูปแบบ RGB นอกจากนี้ Keychron K4 ยังให้อิสระในการเลือกสไตล์สวิตช์ตามฟังก์ชั่นการใช้งานและการพิมพ์ที่ชอบคือ Blue, Brown และ Red ความทนทานของต่อการกดถึง 50-80 ล้านครั้ง งานสร้างนั้นถือว่าลงตัวทีเดียว

8. Ajazz 308i

Ajazz 308i คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ดีไซน์สวยสะดุดตา เหมาะกับคนที่เบื่ออะไรแบบเดิมๆและต้องการเติมสีสันให้กับการทำงานด้วยแป้นพิมพ์ดีๆในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป รองรับการเชื่อมต่อไร้สายได้ในระยะไกลถึง 10 เมตร แป้นพิมพ์มีทั้งหมด 84 คีย์ ออกแบบมาให้เป็นทรงกลมกดสนุกมือไม่ทำให้เมื่อยล้าจนเกินไป ใช้งานกับอุปกรณ์ได้หลากหลายแบบ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ทนทานใช้งานได้กว่า 10 ล้านครั้ง พร้อมเทคโนโลยีลดเสียงดังขณะพิมพ์ ใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows, iOS และ Android พร้อมเทคโนโลยี Auto Sleep ทำงานอัตโนมัติหากไม่มีการใช้งานเกิน 15 นาที ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ มีให้เลือกหลายสีด้วยกันคือ สีเหลือง,สีเทา,สีดำ และสีขาว

9. Loft MOFII SWEET

ใครกำลังมองหา คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ดีไซน์หวานด้วยสีสันแบบพาสเทล ปุ่มกดทรงกลมกดสนุกตอบสนองได้ดี มาพร้อมคีย์บอร์ดไร้สาย ซื้อ 1 ได้ถึง 2 ต้องบอกว่า Loft MOFII SWEET ก็น่าสนใจไม่น้อยโดยมีทั้งสีเขียว สีชมพู หรือใครชอบความเข้มก็มีตัวเลือกในสีดำมาให้ได้ใช้งานกัน Loft MOFII SWEET อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วนเป็นคีย์บอร์ดไร้สายแบบ Full-size ให้การสัมผัสที่สบายนิ้ว ตัวเมาส์ปรับความละเอียดได้ 3 ระดับ รองรับ USB Receiver 2.4G ทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows XP, Windows 8 และ Windows 10 ใครเน้นความสดใสตัวนี้น่าสนใจไม่น้อย

10. Logitech K780 Multi-Device Wireless Keyboard

ส่งท้ายรายชื่อ คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth กันด้วย Logitech K780 Multi-Device Wireless Keyboard ที่รองรับการใช้งานได้แบบหลากหลายอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ใช้ได้ทั้งกับระบบปฏิบัติการ Mac, Chrome OS, Android และ iOS (iPhone และ iPad) มอบประสบการณ์การพิมพ์ที่น่าประทับใจ สามารถสลับไปมาระหว่างอุปกรณ์ได้สะดวกด้วย Easy-Switch รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายและ Bluetooth ระยะการทำงาน 10 เมตร เป็นคีย์บอร์ดแบบ FULL-SIZE ที่มีฟังก์ชั่นครบครัน พิมพ์ได้สบายมือ เงียบไม่กวนสมาธิด้วยระบบ Logitech PerfectStroke key system พร้อมปุ่มลัดที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ออกแบบมาให้บางเบาพกพาสะดวกไม่กินพื้นที่ แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ใครหาคีย์บอร์ดที่ใช้งานครบทุกอุปกรณ์ต้องตัวนี้เลย

ผ่านไปแล้วกับ 10 รุ่นเด็ด คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ที่น่าใช้โดยหลากรุ่นลายราคาจากหลายยี่ห้อ ลองดูว่ารุ่นไหนที่จะลงตัวกับการใช้งานรวมถึงงบประมาณของคุณมากที่สุด เพราะแต่ละรุ่นนั้นก็มีจุดเด่นของตัวเองทั้งเรื่องของดีไซน์ และฟังก์ชั่นในการใช้งานครับ