ประกาศยุติการให้บริการ

Priceprice.com จะยุติการให้บริการในวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2021 (ตามกำหนดการ)
ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอด

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

10 แบรนด์ล้อมแม็กซ์คุณภาพที่คนรักรถต้องรู้จักก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแม็กซ์ 2021

เปลี่ยนแมกซ์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ใช้แบรนด์อะไรก็ได้ เพราะนอกจากความสวยแล้ว ความแข็งแกรงทนทาน คืออีกสิ่งที่จะต้องจะต้องตัดสินใจในการเลือกใช้งาน

(รูปภาพจาก: enkei.co.jp)

ล้อรถยนต์อุปกรณ์ชิ้นแรกๆ ที่คนรักรถส่วนใหญ่เลือกที่จะเปลี่ยนเป็นอันดับแรก แม้ว่าล้อที่ติดรถมาคือล้อที่ถูกคิดคำนวณและออกแบบมาจากผู้ผลิตรถยนต์แล้วว่า สามารถใช้งานได้กับรถรุ่นนั้นๆ อย่างไม่มีปัญหา หากไม่เปลี่ยนคุณก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ด้วยความโดดเด่นภายนอกของล้อแม็กซ์ที่เปลี่ยนปุ๊บเห็นความเปลี่ยนแปลงปั๊บ และยังช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่อย่างที่ล้อติดรถให้คุณไม่ได้ เราจึงอยากให้คุณทำความรู้จักล้อแม็กซ์ให้มากขึ้นอีกสักนิด เพื่อจะได้พิจารณาผลดีผลเสียได้รอบด้าน

ล้อแม็กซ์ในความคิดของผู้ใช้รถทั่วไปอาจมองแค่ว่าเป็นอุปกรณ์ตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่จริงๆแล้ว ล้อแม็กซ์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาเท่านั้น เพราะวัสดุและการออกแบบทางวิศวกรรมที่เลือกใช้ ส่งผลต่อการขับรถของคุณอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองของช่วงล่างของตัวรถ อัตราเร่ง ความเร็วในการเคลื่อนที่ การรับน้ำหนัก การทรงตัวและการเข้าโค้งที่สมดุล แม้กระทั่งการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ประเภทของแม็กซ์

(รูปภาพจาก: ronal-wheels.com)

ล้อแม็กซ์ หรือ ล้อแม็ก เป็นแค่ชื่อเรียกวัสดุที่ทำล้อ ไม่ใช่ชื่อล้อ ไม่ว่าจะเป็นล้อที่ติดมากับตัวรถ หรือล้อที่เราเลือกใช้แต่งรถ ทั้งหมดจะเรียกรวมๆ กันว่า "ล้อ" ในตลาดรถบ้านเราในปัจจุบันสามารถแบ่งประเภทล้อตามวัสดุการผลิตได้ 3 ประเภท ดังนี้

1. ล้อเหล็ก หรือ ล้อกระทะ (Steel Wheel) ส่วนมากจะพบในล้อที่ติดมากับรถยนต์ที่ราคาไม่แพงนัก โดยมากจะเป็นล้อขนาดเล็ก มีรูตั้งแต่ 4-6 รูปเพื่อใช้ยึดติกับดุมล้อ ซึ่งล้อเหล็กจะมีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงจึงวิ่งได้ทั้งทางเรียบและทางขรุขระ ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ซับซ้อนใช้การปั๊มขึ้นรูปจากแผ่นเหล็ก ตัวเหล็กที่เป็นวัสดุในการผลิตก็มีราคาไม่แพง จึงทำให้ล้อประเภทนี้มีราคาถูก แต่ข้อเสียของล้อเหล็กก็คือ มีแรงต้านในการหมุนสูงเพราะตัวล้อเหล็กมีน้ำหนักมาก ทำให้สมรรถนะของอัตราเร่งต่ำลง ช่วงล่างตอบสนองช้า สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง และหน้าตาไม่ค่อยสวยงามนัก

2. ล้อแม็กนีเซียมอัลลอย หรือ ล้อแม็กแท้ (Magnesium Alloy Wheel) เป็นที่มาของชื่อล้อแม็กซ์ที่เราเรียกกันติดปาก เราจะพบได้มากในรถแข่งอย่าง F1 หรือรถซุปเปอร์คาร์ ข้อดีของล้อแม็กนีเซียมอัลลอย คือตัววัสดุอย่างแม็กนีเซียมอัลลอยเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถผลิตเป็นล้อที่มีหน้ากว้างสำหรับใส่ยางใหญ่ๆ ได้ ทำให้รถทรงตัวได้ดีกว่า และมีแรงต้านในการหมุนน้อย จึงทำให้รถเคลื่อนที่ได้เร็ว ช่วงตอบสนองได้ดีทั้งในส่วนของอัตราเร่งและการเบรก แต่ข้อเสียคือตัววัสดุมีราคาแพง ไม่ทนต่อการกัดกร่อนจึงเหมาะกับการวิ่งบนทางเรียบอย่างในสนามแข่ง

3. ล้ออลูมิเนียมอัลลอย (Aluminum Alloy Wheel) อลูมิเนียมอัลลอยเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ทดแทนแม็กนีเซียมอัลลอย โดยอลูมิเนียมอัลลอยมีน้ำหนักมากกว่าแม็กนีเซียมอัลลอย แต่เบากว่าเหล็ก และระบายความร้อนได้ดีกว่า ด้วยคุณสมบัติที่อยู่ตรงกลางระหว่างล้อเหล็กกับล้องแม็กนีเซียมอัลลอย อีกทั้งมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่องจนล้ออัลลูมิเนียมอัลลอยมีความสวยงานและความทนทานมากขึ้น ทำให้ล้ออัลลูมิเนียมอัลลอยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

นอกจากนี้ล้อแม็กซ์ยังสามารถแบ่งออกตามชิ้นส่วนประกอบของล้อได้ดังนี้

ล้อแบบชิ้นเดียว จัดเป็นล้อแม็กแบบพื้นฐาน ที่ผ่านการขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวทั้งวง ไม่มีรอยต่อประกบใดๆ มีความทนทานสูง รั่วซึมน้อย แต่ข้อเสีย คือ มีน้ำหนักค่อนข้างมากกว่าแบบอื่นๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตในยุคนี้ ก็ทำให้ล้อแบบชิ้นเดียวสามารถก้าวข้ามข้อเสียในจุดนี้ไปได้ ส่วนในเรื่องของความสวยงาน ได้มีการใช้วิธีแต่งหลอกๆ กับล้อแบบชิ้นเดียว ยกตัวอย่างเช่นขอบเงาก็อาศัยเทคโนโลยีการปัดเงาเข้ามาช่วย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

ล้อแบบ 2 ชิ้น เป็นล้อแบบที่มีส่วนประกอบ 2 อย่าง คือ "ลายหน้าล้อ" (Face) แยกกับส่วนของ "ขอบ" (Rim) ใช้น็อตขันยึดระหว่างขอบกับลายหน้าล้อ หรือบางรุ่นก็ใช้หมุด (Rivet) ในการประกอบ หรือใช้การเชื่อมเข้าไว้ด้วยกันก็มี แต่ส่วนใหญ่จะใช้น็อตหรือหมุดยึดเพราะดูสวยงามกว่า ตัวขอบจะเป็นเงาสวยงาม

ล้อแบบ 3 ชิ้น ลักษณะคล้ายกับล้อแบบ 2 ชิ้น คือมี ลายหน้าล้อแยกกับส่วนของขอบ เหมือนล้อแบบ 2 ชิ้น แต่ขอบล้อจะเป็น 2 ชิ้นส่วนที่ถูกเชื่อมประกบกันไว้ โดยเราจะมองเห็นรอยเชื่อมอย่างชัดเจน

ในส่วนของล้อแบบ 2 ชิ้น และ 3 ชิ้น จะมีข้อดีคือมีน้ำหนักเบากว่าล้อแบบชิ้นเดียว มีความสวยงามซับซ้อนมากกว่า เพราะสามารถเล่นระดับกับขอบได้ ซึ่งล้อแบบสั่งทำที่เรียกว่า คัสตอม (Custom Made) ก็มักจะเป็นล้อแบบ 2 ชิ้นและล้อแบบ 3 ชิ้น ข้อเสียของล้อแบบ 2 ชิ้นและล้อแบบ 3 ชิ้น คือราคาแพง เพราะมีการผลิตหลายขั้นตอนกว่าล้อแบบชิ้นเดียว และความแข็งแรงทนทานจะต่ำกว่าล้อแบบชิ้นเดียวพอสมควร ดังนั้นควรเลือกวัสดุในการทำล้อที่มีคุณภาพดี และใช้วิธีการผลิตที่เหมาะสม

ด้วยวัสดุและการออกแบบต่างก็มีผลต่อการขับเคลื่อนและการตอบสนองของช่วงล่างอย่างชัดเจน ทำให้ล้อรถยนต์หนึ่งชิ้นต้องผ่านกระบวนการผลิตและกระบวนการทดสอบความแข็งแรงหลายขั้นตอนกว่าจะได้ล้อที่มีน้ำหนักเบา ทนทาน ออกวางจำหน่าย เราจึงอยากให้แนะนำ 10 แบรนด์ล้อแม็กซ์คุณภาพที่เราคัดมาแล้วว่าดี การันตีด้วยคุณภาพและประวัติอันยาวนานของแบรนด์

แนะนำยี่ห้อล้อแม็กซ์ ที่เท่และทน

1. ENKEI

ENKEI PDT1

(รูปภาพจาก: enkei.co.jp)

ENKEI (เอ็นไก) แบรนด์ล้อ สัญชาติญี่ปุ่นที่รู้จักกันดีในหมู่คนรักรถแต่ง ENKEI ก่อตั้งเมื่อปี 1950 โดยเริ่มต้นจากากรผลิตล้อรถจักยานยนต์และล้อรถยนต์ ซึ่งรับผลิตทั้งแบบล้อติดรถ, ล้อรถแข่ง และล้อแต่งที่ต้องการความสวยงาม ปัจจุบันเวลาที่ผ่านไปกว่า 70 ปี ENKEI ได้มีการพัฒนาและขยายฐานการผลิตและการส่งออกจำหน่ายไปทั่วโลก และผลิตล้อรถที่ครอบคลุมทุกความต้องการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นล้อสำหรับรถแข่งอย่าง F1 หรือ รถแต่งทั่วไป ที่ให้ทั้งดีไซน์ที่สวยงาม และคุณภาพที่ไม่เป็นรองใครในราคาที่จับต้องได้

ล้อ ENKEI ที่ได้รับความนิยมมากในเมืองไทย ได้แก่ รุ่น RS05RR ที่เหมาะสำหรับรถแข่ง, รุ่น RPF1 สำหรับสาย Racing และรุ่น RPT1 รุ่นยอดนิยมของรถ SUV และรถกระบะ

2. Konig

Konig Helium

(รูปภาพจาก: konigwheels.com)

Konig (โคนิก) แบรนด์ล้อรถที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ โดยเฉพาะโลโก้รูปมงกุฎที่เตะตา และมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด Konig เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่า 40 ปี มีแบรนด์ต่างๆ ออกมาตอบสนองความต้องการของตลาดไม่ว่าจะเป็น Konig, Advanti Racing Maxxim, Bravado Performance และ Mamba Offroad นอกจากนี้ Konig ยังเป็นผู้นำทางด้าน Flow Forming Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่ให้ล้อ Konig มีน้ำหนักที่เบา ทนต่อแรงกระแทก และรับน้ำหนักได้มากกว่าล้อทั่วไป จึงไม่แปลกใจที่ Konig American จะได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิต OEM ให้กับแบรนด์ต่างๆ มากมาย แม้ Konig อาจจะยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ได้รับความสนใจจากนักแต่งรถอยู่ไม่น้อย

ล้อแม็ก Konig นั้นหายากมากเพราะว่ามีทั้งขอก๊อบและของปลอมขายปนอยู่ในตลาด

3. WORK

WORK EQUIP

(รูปภาพจาก: work-wheels.co.jp)

แบรนด์ WORK เป็นอีกแบรนด์ล้อแม็กซ์ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1977 โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองโอซาก้า และเมือง โอคายามะ ด้วยประสบการณ์และความใส่ใจทุกรายละเอียดทำให้ WORK ถูกจัดให้เป็นล้อระดับไฮเอนด์ของวงการ Motorsport ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะขยายความนิยมเข้ามายึดครองใจเหล่านักแต่งรถสไตล์ญี่ปุ่นในเมืองไทย

ขอแนะนำรุ่น MEISTER S1 รุ่นยอดนิยมของสายแต่งรถซิ่งชาวไทย ที่ให้ทั้งความหล่อ และเหมาะกับแข่งความเร็ว

4. VOSSEN

VOSSEN S21-01

(รูปภาพจาก: vossen.jp)

แบรนด์ล้อสุดหรูจากเมืองแห่งแสงแดด สายลม และรถหรู ไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา VOSSEN เป็นแบรนด์ที่ยืนหยัดด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ล้อ VOSSEN มีกระบวนการผลิตล้อที่พิถีพิถันและมาตรฐานสูง มีงานออกแบบทางวิศวกรรมที่ทำให้ตัวล้อมีน้ำหนักเบา กระจายน้ำหนักได้ดี แต่แข็งแรงทนทาน โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายแต่หรูหรา จนได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นดั่งศิลปะทางวิศวกรรม เมื่อประกอบเข้ากับตัวรถกลับช่วยเสริมความมีระดับให้รถยิ่งดูโดดเด่นลงตัว จนรู้สึกคุ้มค่ากับเงินหลักแสนที่จ่ายไป

คำแนะนำในการเลือกซื้อจากล้อ VOSSEN ของแท้

  • VOSSEN ผลิตล้อที่มีขนาดตั้งแต่ 19" ขึ้นไปนะ ถ้าขนาดต่ำกว่านี้ ไม่ใช่ล้อแม็กซ์ VOSSEN
  • ล้อ VOSSEN รุ่นที่ขึ้นต้นด้วยรหัส CV จะไม่มีความกว้าง 9.5"
  • ล้อ VOSSEN รุ่น CV จะไม่มีสี Gloss (สีเงา) ยกเว้นรุ่น CV3-R และ CVT
  • ล้อ VOSSEN ของแท้จะต้องมีการรับประกันสินค้า 5 ปี จาก VOSSEN

ปัจจุบัน VOSSEN มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วนะคะ

5. BBS

BBS XR

(รูปภาพจาก: bbs-usa.com)

BBS แบรนด์เยอรมนีสุดหรู ที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตแบบ Forged ด้วยระดับแรงกดที่มากถึง 12,000 ตัน ซึ่งเป็นแรงกดระดับที่สูงที่สุด อันเป็นผลงานจากเทคโนโลยีแบบเฉพาะจากทาง BBS เพื่อให้ได้ล้อรถแข่งที่มีความแข็งแรงทนทานและมีน้ำหนักที่เบา จนได้รับการโหวตว่าเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดจาก Sports Auto ต่อเนื่องยาวนานหลายปี

ล่าสุด BBS ได้ออกล้อ BBS CI-R Limited 50th Year Anniversary Edition ซึ่งเป็นล้อรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปี ของ BBS โดยตัวก้านจะคงเป็นดีไซน์ pattern Y spoke สีพิเศษ Satin Bronze พร้อมขอบ rim protector ในสี Gloss Black ฝาล้อจะมีคำว่า "BBS est. 1970" ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งแบรนด์ BBS นั่นเอง

6. RONAL

RONAL R67

(รูปภาพจาก: ronal-wheels.com)

มาที่แบรนด์ล้อจากยุโรปอย่าง RONAL ซึ่งเป็นโรงงานผลิตล้อ OEM หรือ Aftermarket ที่เป็นผู้ผลิตล้อให้กับแบรนด์รถยนต์ชื่อดังในยุโรปมากมายไม่ว่าจะเป็น BMW, Audi, Renault, AMG, Lorinser เป็นต้น โดย RONAL ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1969 ซึ่ง RONAL ก็มีล้อภายใต้ชื่อของตัวเอง ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์คลาสสิกแลหรูหรา แม้แบรนด์ RONAL จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก แต่ในหมู่นักแต่งรถ ไม่มีใครไม่รู้จักล้อ RONAL Teddy Bear ล้อแม็กซ์รูปหมีสุดน่ารัก น่าเอ็นดู ที่ใครเห็นเป็นต้องอยากได้

ล้อแม็ก RONAL ของ BMW หรือ Mercedes-Benz นั้นมีคนซื้อขายกันมาก

7. OZ

OZ Racing Indy HLT

(รูปภาพจาก: ozracing.com)

มาที่แบรนด์อิตาเลี่ยนยอดนิยม OZ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ OZ Racing แบรนด์สัญชาติอิตาลนี้มีจุดกำเนิดในปี 1971 ด้วยความหลงใหลในโลกของยานยนต์และ Motorsport ทำให้ OZ ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Formula 1 ตั้งแต่ปี 1985 และ WRC ตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน OZ ได้กลายเป็นผู้ผลิตล้อสำหรับรถแข่ง F1, Rally, DTM และ Indy รวมถึงเป็นผู้ผลิต OEM ให้กับแบรนด์รถชื่อดังอย่าง Ferrari, Lamborghini, Maserati, Aston Martin, Lotus และ McLaren

นอกจากจะโดดเด่นในสนามแข่งรถอย่าง F1 OZ ยังได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสนามแข่ง MotoGP, Moto2 and Moto3 อีกด้วย

8. Gram Lights

Gram Lights RAYS 57C6

(รูปภาพจาก: rayswheels.co.jp)

Gram Lights ล้อสไตล์สปอร์ต แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของ RAYS Gram Lights โดดเด่นในเรื่องของสมรรถนะและน้ำหนักที่เบา (Light Weight Concept) ตัวล้อถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน JWL สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งออกโดยกระทรวงคมนาคมของประเทศญี่ปุ่น จึงมั่นใจในคุณภาพความแข็งแกร่งของตัวล้อ แม้ Gram Lights จะยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่รักการแต่งในบ้านเราแม้แต่น้อย

ล้อแม็ก RAYS รุ่น VERSUS นั้นเท่สะดุดตาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

9. American Racing

American Racing VN511 SALT FLAT

(รูปภาพจาก: americanracing.com)

ข้ามฟากไปที่แบรนด์อเมริกันชื่อดัง อย่าง American Racing ที่ก่อตั้งมาตั้แต่ปี 1956 โดดเด่นด้วยสไตล์เรียบหรูแบบอเมริกันแท้ๆ จึงทำให้เป็นที่นิยมในคนรักรถแนว American Classic โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมที่สร้างชื่อให้กับ American Racing อย่างรุ่น Torq Thrust ที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิคเหนือกาลเวลา จนนิตยสาร Hot Rod ยกให้เป็นหนึ่งใน 20 speed parts ที่เปลี่ยนโลก

และด้วยความพิถีพิถันและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งที่มาพร้อมการรักษาความเป็น American Classic เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ทำให้ American Racing ยังคงเป็นแบรนด์ที่คนรักการแต่งรถแนวคลาสสิกหลงรักมาตลอด

10. VOLK RACING

VOLK RACING TE37 GRAVEL

(รูปภาพจาก: rayswheels.co.jp)

อีกหนึ่งแบรนด์ในเครือของ RAYS Engineering VOLK RACING เป็นอีกหนึ่งเรือธงที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่งรถ และการขึ้นรูปล้อด้วยกระบวนการอัดขึ้นรูป หรือที่เรียกว่า forged ทำให้ได้ล้อที่มความเบาและแข็งแรง ช่วยดึงสมรรถนะในการขับขี่ได้อย่างเต็มกำลัง ทำให้ VOLK RACING กลายเป็นอีกแบรนด์ชื่อดังที่เป็นที่นิยมในหมู่นักแต่งรถชาวไทย

ขอแนะนำ VOLK RACING RE30 รุ่นยอดฮิตให้หมู่วัยรุ่น, VOLK RACING CE28 น้ำหนักเบา ถูกใจสายรถซิ่ง และ Volk RACING TE37 รุ่นยอดนิยมจากสนามแข่งรถญี่ปุ่น

สรุป

ผ่านพ้นไปแล้วกับทั้ง 10 แบรนด์ดัง แต่ใช่ว่าแบรนด์อื่นๆ ที่เราไม่ได้พูดถึงจะไม่ดีนะคะ แต่ 10 แบรนด์ที่เราคัดมาแนะนำนี้ เป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อใจในคุณภาพจากคนรักการแต่งรถ ผ่านการทดสอบด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งบางแบรนด์ก็เป็นผู้ผลิต OEM หรือ Aftermarket ให้กับแบรนด์รถยนต์ยี่ห้อดัง และแบรนด์อะไหล่ที่มีชื่อเสียงมากมาย

เพราะล้อรถยนต์เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อกับสมรรถนะและความปลอดภัยในการเดินทาง หากจะเปลี่ยนเป็นล้อแม็กซ์ทั้งทีเราก็อยากให้คุณเลือกของแท้จากแบรนด์ที่ไว้ใจได้ ว่าคุณจะได้รับล้อแม็กซ์ที่มีคุณภาพ ทนทาน และให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมสมราคาที่จ่ายไป