เปิดตัว Meizu 16th และ Meizu 16th Plus ขอบจอบาง สแกนนิ้วใต้จอ ขุมพลัง Snapdragon 845 ราคาเบามาก

Meizu 16th และ Meizu 16th Plus เผยโฉมออกมาแบบเกินความคาดหมาย ภาพรวมของทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นนักฆ่าเรือธงจากค่ายใหญ่ก็คงได้

คำว่า Meizu มาแล้วคงต้องถูกนำมาใช้หลังจากที่มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในรุ่น Meizu 16th และ Meizu 16th Plus เรือธงระดับพรีเมี่ยมของค่ายนี้ ที่องค์ประกอบต่างๆ ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์นั้นจัดมาเต็มจริงๆ แถมเคาะราคาออกมาได้น่าคบหาดูใจอีกด้วย โดยคราวนี้เป็นครั้งแรกที่ Meizu หันมาจับมือกับ Qualcomm ด้วยการนำขุมพลังตัวแรงอย่างชิปเซ็ต Snapdragon 845 มาใช้ได้ หลังจากใช้บริการ MediaTek และ Samsung มาตลอด เรามาดูกันว่า Meizu 16th และ Meizu 16th Plus พกพาเอาอะไรมาด้วยบ้าง

สำหรับความแตกต่างของ Meizu 16th และ Meizu 16th Plus นั้นอยู่ที่ขนาดของหน้าจอและแบตเตอรี่ โดย Meizu 16th มากับหน้าจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว ส่วน Meizu 16th Plus มีหน้าจอที่ใหญ่กว่าคือ 6.5 นิ้ว ทั้ง 2 รุ่นใช้แผงหน้าจอแบบ Super AMOLED คมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 1,080 x 2,160 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ไม่มีรอยบากบนหน้าจอแต่สามารถใช้พื้นที่หน้าจอได้อย่างเต็มที่ด้วยขอบจอที่บางมาก โดยด้านที่หนาที่สุดก็คือขอบจอด้านบนและด้านล่าง รุ่นนี้มีพื้นที่หน้าจอถึง 91.18% น้อยกว่า Vivo NEX ที่มีพื้นที่หน้าจอ 91.24% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในส่วนของแบตเตอรี่นั้น Meizu 16th มากับแบตเตอรี่ความจุ 3,010 mAh ในขณะที่ Meizu 16th Plus ใช้แบตเตอรี่ความจุ 3,640 mAh ทั้ง Meizu 16th และ Meizu 16th Plus รองรับระบบชาร์จเร็ว mCharge

สมาร์ทโฟนรุ่น Meizu 16th และ Meizu 16th Plus ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845 มี RAM ขนาด 6 GB และ 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64 GB, 128 GB และ 256 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Flyme OS 7.0 พ่วงมาด้วย One Mind AI ที่ทางผู้ผลิตระบุว่าช่วยทำให้การทำงานของ UI เร็วขึ้นถึง 67% มาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอที่ใช้เวลาปลดล็อคเพียง 0.25 วินาที ให้ความแม่นยำถึง 99.12% รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2x2 MIMO ,LTE 4x4 MIMO, Bluetooth 5.0 , Qualcomm aptX, NFC และยังมี Sony LDAC ที่จะมาเติมเต็มประสบการฟังเพลงแบบไร้สายให้สมบูรณ์ขึ้น ส่วนการนำทางนั้นใช้ Super mBack 2.0 ที่สั่งงานด้วยท่าทางการวาดนิ้วมือ ใบหน้า นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อนด้วยท่อทองแดงที่ทดสอบร่วมกับค่ายเกมชั้นนำอย่าง Tencent และ NetEase แล้วว่าเล่นเกมได้อย่างน่าพอใจแบบไม่มือไม่ร้อนและหัวไม่ร้อน

ด้านกล้องถ่ายรูป Meizu 16th และ Meizu 16th Plus มากับกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีอัลกอริธึมความงามของ ArcSoft สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ ส่วนกล้องหลังมากับกล้องคู่ที่กล้องตัวแรกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, f/1.8 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX 380 กล้องหลังอีกตัวความละเอียด 20 ล้านพิกเซล, f/2.6 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX350 มีระบบกันสั่น OIS จำนวน 4 แกน มีโหมด auto HDR และแน่นอนว่ามี AI เข้ามาช่วยในการถ่ายภาพตามเทรนด์ของสมาร์ทโฟนยุคนี้เพื่อการแยกแยะฉากหลังและการประมวลผลภาพถ่าย รวมทั้งรองรับระบบการปลดล็อคด้วยใบหน้าอีกด้วย

Meizu 16th และ Meizu 16th Plus มากับตัวเครื่องที่ผลิตด้วยวัสดุโลหะผสมกระจก ด้านหน้าและด้านหลังเป็นกระจกที่เคลือบพิเศษ 7 ชั้นมีพื้นผิวคล้ายกันกับเซรามิค สีสันที่มีให้เลือกคือสีขาวและสีดำ สนนราคาของรุ่นนี้แยกออกตามรุ่นย่อยดังนี้คือ

Meizu 16th

  • รุ่น RAM 6 GB ความจุ 64 GB ราคาอยู่ที่ 2,698 หยวนหรือประมาณ 13,500 บาท
  • รุ่น RAM 6 GB ความจุ 128 GB ราคาอยู่ที่ 2,998 หยวนหรือประมาณ 15,000 บาท
  • รุ่น RAM 8 GB ความจุ 128 GB ราคาอยู่ที่ 3,298 หยวนหรือประมาณ 16,500 บาท

Meizu 16th Plus

  • รุ่น RAM 6 GB ความจุ 128 GB ราคาอยู่ที่ 3,198 หยวนหรือประมาณ 16,000 บาท
  • รุ่น RAM 8 GB ความจุ 128 GB ราคาอยู่ที่ 3,498 หยวนหรือประมาณ 17,500 บาท
  • รุ่น RAM 8 GB ความจุ 256 GB ราคาอยู่ที่ 3,998 หยวนหรือประมาณ 20,000 บาท

เริ่มวางจำหน่ายแล้วผ่านทางออนลน์สโตร์คือ Meizu, JD, Suning ส่วนแบบออฟไลน์จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป มารอลุ้นให้มีการนำเข้ามาในบ้านเรากันครับเพราะรุ่นนี้เทียบราคากับสเปกแล้วถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมที่ค่าตัวน่ารักเอามากๆ เลยทีเดียว

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Meizu 16th

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 12,990 บาท -