เปิดตัว LG G7 ThinQ และ LG G7+ ThinQ เรือธงรุ่นความหวังใหม่ที่ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ

LG G7 ThinQ และ LG G7+ ThinQ มาพร้อมกับฟีเจอร์สุดเจ๋ง และระบบ AI ที่ยอดเยี่ยม สมกับเป็นความหวังครั้งใหม่ของค่ายนี้ มาดูว่าจะโดนใจคุณแค่ไหน

เป็นข่าวให้ได้ติดตามกันมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่มีการเลื่อนกำหนดเปิดตัวกะทันหันจากคำสั่งของซีอีโอ ด้วยเหตุผลคือต้องการให้สมาร์ทโฟนในรุ่นเรือธงของตัวเองที่จะออกมาสามารถแข่งขันได้กับผู้ผลิตรายอื่น หลังจากนั้นก็มีข่าวของ LG G7 ThinQ ออกมาแทนที่ LG G7 โดยคำว่า ThinQ ที่มาต่อท้ายนั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ซึ่งล่าสุดก็มีการเผยโฉม LG G7 ThinQ และ G7+ ThinQ จากทาง LG Electronics ออกมาให้เห็นกันแล้วพร้อมคุณสมบัติที่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป และน่าจะถูกใจผู้ใช้พอสมควรทีเดียว

ในส่วนของการออกแบบนั้น LG G7 ThinQ มากับตัวเครื่องที่มีความหรูหราและทนทานด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และยังรองรับมาตรฐาน MIL-STD-810G อีกด้วยซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ก็ได้สำหรับเรื่องของความทนทาน LG G7 ThinQ มีมิติตัวเครื่องขนาด 153.2x71.9x7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 162 กรัม หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ IPS LCD ขนาด 6.1 นิ้ว คมชัดระดับ QHD+ ความละเอียด 3120x1440 พิกเซล 564ppi อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 มีรอยบากที่ด้านบนตามข่าวลือก่อนหน้านี้ ที่น่าสนใจคือหน้าจอของ LG G7 ThinQ เป็นแบบ Super Bright Display ที่สามารถให้ความสว่างหน้าจอได้สูงถึง 1000 nits ทำให้สามารถมองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจนแม้อยู่กลางแจ้ง อีกทั้งยังสามารถเลือกโหมดแสดงภาพได้ถึง 6 โหมดด้วยกันได้แก่ Auto, Eco, Cinema, Sports, Game และ Expert โดยถ้าเลือกเป็น Auto หน้าจอจะมีการปรับสีสันความสว่างให้เหมาะกับเนื้อหาที่เราดูได้อัตโนมัติ

สมาร์ทโฟนรุ่น LG G7 ThinQ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ LG G7 ThinQ มากับ RAM ขนาด 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และ LG G7+ ThinQ มากับ RAM ขนาด 6 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 128 GB ทั้ง 2 รุ่นเพิ่มหน่วยความจำได้ถึง 2 TB ด้วยการ์ด microSD โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo รออัพเดตเป็น Android 9.0 (P) รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a, b, g, n, ac, Bluetooth 5.0, รองรับ USB Type-C 2.0 (3.1 compatible) มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แบตเตอรี่มีความจุ 3000 mAh

LG G7 ThinQ มากับกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.9 พร้อมเลนส์มุมกว้าง 80 องศา ส่วนกล้องหลังเป็นกล้องคู่ความละเอียด 16 + 16 ล้านพิกเซล โดยกล้องตัวแรกเป็นแบบมาตรฐาน f/1.6 อีกตัวจะเป็นแบบ Super Wide Angle f/1.9 ที่ให้มุมกว้างได้ถึง 107 องศา ซึ่งกล้องถ่ายรูปของรุ่นนี้มากับฟีเจอร์เด่นๆ คือ

-AI Cam ที่มีโหมดถ่ายภาพเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 โหมดเป็น 19 โหมด และเจ้า AI Cam นี้จะปรับเลือกโหมดและฟิลเตอร์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับรูปที่คุณถ่าย แต่ถ้าคุณไม่พอใจก็สามารถที่จะปรับแต่งเองได้เช่นกัน

-Super Bright Camera ที่จะช่วยให้คุณเก็บภาพในที่แสงน้อยได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

-Super Wide Angle ที่จะช่วยให้คุณสามารถเก็บภาพถ่ายได้อย่างครบถ้วนทุกมุมมอง แบบไม่หลุดเฟรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน หรือภาพวิว

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Super Far Field Voice Recognition ที่ช่วยให้สามารถสั่งงาน Google Assistant ได้ง่ายแม้วางสมาร์ทโฟนไว้ห่างออกไปถึง 5 เมตร และยังมี Google Assistant Key ปุ่มกดที่อยู่ด้านข้างของตัวเครื่องที่ทำให้คุณเข้าถึง AI ของ Google อย่าง Google Assistant ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงรุ่นนี้ยังมากับ Boombox Speaker ที่สามารถขับพลังเสียงเบสจากพื้นที่ภายในตัวเครื่องให้ได้เบสที่ทรงพลังมากเป็น 2 เท่า พร้อมระบบเสียงแบบ DTS:X ที่ให้เสียงในรูปแบบ 3D และหากฟังผ่านหูฟังยังสามารถขับเสียงออกมาในรูปแบบ 7.1 channel ได้อีกด้วย

LG G7 ThinQ มีมาให้เลือกใช้กันทั้งหมด 4 สีได้แก่ สีเทา New Platinum Gray /สีดำ New Aurora Black / สีน้ำเงิน New Moroccan Blue และสีแดง Raspberry Rose ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายนั้นยังไม่มีการประกาศออกมาในตอนนี้ ภาพรวมของ LG G7 ThinQ ถือว่ามาไกลและมีความครบเครื่องในหลายๆ ด้าน ต้องมารอดูว่ากระแสตอบรับของเรือธงความหวังใหม่ของทาง LG รุ่นนี้จะออกมาสมกับความตั้งใจของผู้ผลิตรายนี้มากน้อยแค่ไหน ส่วนในบ้านเราจะได้ใช้ด้วยหรือไม่ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อครับ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

LG G7 ThinQ

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 19,173 บาท