New Ford Everest สุดยอด SUV ที่มาพร้อมกับความดุดันของนักล่าอย่าง Raptor

Ford Thailand ได้เปิดตัว SUV โฉมใหม่ในรุ่น New Ford Everest ที่มีการปรับโฉมภายนอกเล็กน้อย ที่น่าสนใจคือในเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีการจัดเครื่องยนต์แบบใหม่ จับคู่มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ให้กำลังแรงม้า แรงบิดที่มากขึ้น พร้อมที่จะพาคุณไปตะลุยในทุกเส้นทาง

หลังจากที่ผู้ผลิตรถยนต์คือบริษัท Ford ได้ทำการเปิดตัวสุดยอดรถกระบะอย่าง Ford Ranger Raptor เป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย ได้ไม่นานตอนนี้ก็ถึงเวลาของ SUV อย่าง Ford Everest ที่จะขยับเขยื้อนกันเสียที ซึ่งรุ่นที่มีการเปิดตัวออกมาเรียกเงินนักขับล่าสุดก็คือ New Ford Everest ที่มีทั้งความดุดันและหรูหรา รวมถึงขุมพลังตัวใหม่ ระบบความปลอดภัย และ ระบบการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น มาดูว่ารุ่นนี้จะใช่คำตอบที่คุณรอคอยอยู่หรือไม่

เพิ่มความดุดัน แต่หรูหรา

สำหรับ New Ford Everest กระจังด้านหน้ามีการออกแบบใหม่ เพิ่มความหรูหราให้มากขึ้น โดยตัวท็อปอย่างรุ่นไทเทเนี่ยมจะมาพร้อมกับไฟหน้าแบบ HID และล้อแม็กซ์อัลลอยด์แบบก้านคู่ขนาด 20 นิ้วทำให้ดูดุดันสมบุกสมบันมากยิ่งขึ้น เหมาะกับการลุยไปทุกสภาพพื้นผิวกันเลยทีเดียว

ภายในห้องโดยสาร

ห้องโดยสารของรุ่นนี้มีการออกแบบใหม่มาพร้อมกับโทนสีดำ และเพิ่มเทคโนโลยีต่างๆเพื่อความสะดวกสบาย และความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเชื่อมต่อระบบสมาร์ทโฟนด้วยระบบซิงค์ 3 รองรับภาษาไทย รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบปุ่มกดสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ ระบบตรวจวัดความดันลมยางทั้ง 4 ล้อ และอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ที่จะช่วยให้ท่านสามารถที่จะเปิด-ปิดท้ายรถได้ง่ายขึ้นยามที่มือไม่ว่างในการเปิด-ปิด เพียงยื่นเท้าของท่านไปบริเวณใต้ท้องรถ ประตูท้ายก็จะทำการเปิด-ปิดให้เองอัตโนมัติ

ขุมกำลังตัวใหม่ล่าสุด

ในส่วนขุมกำลังที่อยู่ภายใต้ฝากระโปรงรถนั้น เรียกได้ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่สำหรับ Ford Everest กันเลยทีเดียว ซึ่ง Ford Thailand นั้นจะมีเครื่องยนต์ที่ใช้กับ Everest ด้วยกัน 2 ตัว ได้แก่ EcoBlue TDCi 4 สูบ 2.0 ลิตรเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว ให้กำลังแรงม้าได้ถึง 180 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที และให้กำลังแรงบิดถึง 420 นิวตันเมตรที่ 1,750 รอบต่อนาที ส่วนเครื่องยนต์อีกตัวที่ใช้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร ดีเซลไบเทอร์โบ (เทอร์โบคู่) ที่สามารถรีดแรงม้าได้มากถึง 213 แรงม้าที่ 3,750 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงถึง 500 นิวตันเมตรที่ 1,750 รอบ โดยเครื่องยนต์ทั้ง 2 แบบจะจับคู่การทำงานร่วมกับเกียร์ อัตโนมัติ 10 สปีด

ความปลอดภัยมาเป็นหนึ่งไม่เป็นรองใคร

นอกจากในเรื่องของเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายแล้ว New Ford Everest นี้ ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีแห่งความปลอดภัยอันได้แก่ ระบบเบรกอัตโนมัติฉุกเฉิน (Autonomous emergency braking/ AEB) ที่จะทำงานร่วมกันกับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle detection), ระบบเบรก ABS และ EBD, ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive cruise control),ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane keeping system), ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto high beam control), ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่ทำงานร่วมกับระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross traffic alert)

สำหรับสีที่มีจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะมีมาให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Aluminum Metallic, Absolute Black Metallic, Arctic White, Sunset Metallic และ Blue Reflex Metallic รวมถึงสีใหม่อย่าง Diffused Gold Silver Metallic ราคาค่าตัวนั้นจะแบ่งเป็นทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,799,000 บาท, รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,599,000 บาท, รุ่นไทเทเนี่ยม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,439,000 บาท และรุ่นต่ำสุดคือ รุ่นเทรนด์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,299,000 บาท

ใครสนใจอยากที่จะดูตัวจริงและทดลองขับคาดว่าจะต้องรอไปถึงช่วงประมาณไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ หรือสอบถามช่วงเวลากับทางดีลเลอร์ใกล้บ้านคุณดูอีกครั้งหนึ่งว่า New Ford Everest พร้อมโชว์ตัวเมื่อไหร่ครับ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Ford Everest

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย ---