ลือ iPad Pro รุ่นต่อไปจะมาพร้อมกับ Face ID เหมือนที่ใช้ใน iPhone X

เทคโนโลยีกล้องหน้าแบบ TrueDepth และฟีเจอร์ Face ID กำลังจะเป็นเทรนด์ใหม่ของระบบยืนยันตัวตน โดย Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์คนดังออกมาเผยว่า iPad Pro รุ่นต่อไปก็จะได้ใช้เทคโนโลยีนี้เช่นเดียวกัน

หนึ่งในฟีเจอร์หลักที่เป็นกระแสให้พูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ของ Apple iPhone X ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆนี้ก็คือ การมาพร้อมกับเทคโนโลยีกล้องหน้าที่มีชื่อว่า TrueDepth พร้อมกับฟีเจอร์ Face ID หรือระบบการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าซึ่งก็คือการใช้กล้องหน้าและเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งมาช่วยจดจำใบหน้าของผู้ใช้และมีความแม่นยำแม้จะใช้งานในที่แสงน้อยก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ทางผู้ผลิตระบุว่าโอกาสผิดพลาดนั้นอยู่ที่ 1 ใน 1,000,000 เท่านั้น โดยนอกจากการยืนยันตัวตนเพื่อใช้งานแล้วยังรองรับการทำงานกับ Apple Pay อีกด้วย ส่วนวิธีการใช้งานก็แค่เปิดเครื่องแล้วยกขึ้นมาส่องที่ใบหน้าเพื่อให้ระบบทำงานเท่านั้น โดยคาดว่าเทคโนโลยีที่ทาง Apple นำมาใช้นี้ จะทำให้คู่แข่งฝั่ง Android หันมาพัฒนาฟีเจอร์นี้กันมากขึ้นเพื่อไม่ให้โดนทิ้งห่างจนเกินไป ต่อเรื่องนี้ Ming-Chi Kuo จากสำนัก KGI Securities ก็ออกมาแสดงทัศนะและให้ข้อมูลอีกครั้งหนึ่งแล้ว

โดยนักวิเคราะห์คนดังคือ Ming-Chi Kuo รายนี้มักจะมีข้อมูลแบบอินไซด์จากทาง Apple ออกมานำเสนอเป็นระยะๆ และส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยผิดเพี้ยนเสียด้วย ล่าสุด Ming-Chi Kuo ให้ข้อมูลว่า iPad Pro จะเป็นอุปกรณ์ชิ้นต่อไปจากทางบริษัท Apple Inc. ที่จะได้ใช้งานเทคโนโลยีกล้องหน้าแบบ TrueDepth และฟีเจอร์ Face ID และอาจเปิดตัวในช่วงกลางปี 2018 ซึ่ง Kuo ยังระบุว่าไม่ใช่เพียงแค่ iPad Pro เท่านั้นที่จะถูกใส่ฟีเจอร์อย่าง Face ID เข้ามา แต่ iPhone รุ่นปี 2018 ทุกรุ่นก็จะมาพร้อมกับฟีเจอร์แห่งอนาคตเช่นเดียวกัน นักวิเคราะห์รายนี้ยังเผยว่าความเคลื่อนไหวของ Apple Inc. ทำให้ผู้ผลิตรายอื่นต้องเร่งพัฒนาฟีเจอร์แบบเดียวกันนี้เพื่อนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนของตัวเอง แต่อาจจะต้องใช้เวลาราว 2-3 ปีเลยทีเดียวกว่าจะตามทัน เรื่องนี้คงต้องรอดูว่าจะจริงอย่างที่คนดังรายนี้วิเคราะห์เอาไว้หรือไม่ เพราะเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ตามทันกันค่อนข้างเร็วทีเดียว

ทั้งนี้ Ming-Chi Kuo ยังได้พูดถึงสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการ Android ในรุ่น Samsung Galaxy Note9 ด้วยว่า เรือธงรุ่นต่อไปฝั่งเกาหลีนั้นน่าจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือแบบฝังไว้ใต้กระจกหน้าจอ(Under-display fingerprint sensor) ที่แม้ในปีนี้ทั้ง Apple และ Samsung ต่างพยายามนำมาใช้ แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมีเวลาจำกัดบวกกับปัญหาที่ซับซ้อนในการนำมาใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม Ming-Chi Kuo ก็เปรยๆ ว่า Samsung Galaxy Note9 นั้นอาจจะสามารถพัฒนาฟีเจอร์ Face ID ได้ทันก็ได้ ซึ่งยังมีเวลาเหลืออีกถึง 1 ปีด้วยกัน ปูเสื่อรอชมตอนต่อไปกันได้เลยว่าบทวิเคราะห์ของคนดังรายนี้จะเข้าเป้ามากน้อยแค่ไหน