New XPS 13 แล็ปท็อปบางเฉียบที่ให้ภาพชัดระดับ 4K พร้อมรองรับเทคโนโลยี HDR

New XPS 13 คือแล็ปท็อปจากทางบริษัท Dell ที่ต่อยอดจาก XPS 13 ที่มีหน้าจอ 13.3 นิ้ว ซึ่งเป็นแล็ปท็อปที่คนนิยมใช้ดูหนัง ดูซีรีส์ไม่ว่าจะเป็นจาก Netflix หรือ Amazon Prime ซึ่งราคา RRP (Recommended Retail Price) อยู่ที่ประมาณ 169,980 เยน หรือประมาณ 50,000 บาท (ไม่รวมภาษี)

New XPS 13 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว รองรับเทคโนโลยี HDR และความคมชัดระดับ 4K (ในบางรุ่น) เครื่องด้านซ้ายในภาพเป็นรุ่นสีขาว Rose Gold และ Alpine White ส่วนด้านซ้ายเป็นรุ่นสีดำเงิน Platinum Silver และ Black

ดีไซน์ใหม่มาพร้อมกับขอบบางเฉียบ 4 มิลลิเมตร

ตอนนี้กระแสแล็ปท็อปขอบบางเฉียบกำลังมาแรง ซึ่ง XPS 13 ก็เป็นแล็ปท็อปที่นำเทรนด์นี้มาใช้เป็นแรกๆ โดยคอนเซปต์ของ XPS 13 คือ "หน้าจอใหญ่ แต่ไซส์เล็ก" ซึ่ง New XPS 13 รุ่นใหม่ที่ออกมานี้มีขอบจอหนาเพียง 4 มิลลิเมตรเท่านั้น และบางลงจากรุ่นก่อนหน้าที่มีขอบจอหนา 5.2 มิลิเมตร โดยมิติตัวเครื่องของ New XPS 13 อยู่ที่ขนาด 302(W) x 199(D) 7.8-11.6 (H) มิลลิเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 1.21 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าบางกว่ารุ่นที่แล้ว 30% โดยทาง Dell กล่าวว่า New XPS 13 นี้เป็นรุ่นที่มี Footprint ขนาดเล็กที่สุดในบรรดาแล็ปท็อปหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว

New XPS 13 มีสีเครื่องให้เลือกอยู่ 2 สี คือ Rose Gold / Alpine White และ Platinum Silver/Black โดยตรงบริเวณที่พักมือทำมาจากใยแก้วทำให้รู้สึกสะอาด นอกจากนี้ยังเป็นแบบ soil resistance ทำให้เปื้อนได้ยาก หากเปื้อนก็สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายได้ ทำให้เหมาะกับการใช้ในระยะยาว

สีเครื่องสวยมาก ต่างจากสีรุ่นที่แล้ว อีกทั้งหากใครซื้อเครื่องสี Rose Gold / Alpine White จะได้สายชาร์จที่เป็นสีขาวด้วย

เครื่องด้านซ้ายเป็นสี Rose Gold / Alpine White และด้านขวาเป็นสี Platinum / Black ตัวบอดี้โค้งมนเล็กน้อย ผลิตจากอลูมิเนียม ส่วนที่พักมือของเครื่องสี Platinum Silver / Black ทำมาจากเส้นใยคาร์บอน

รุ่นนี้มีความบางกว่ารุ่นที่แล้วถึง 30% โดยมีความบาง 7.8 มิลลิเมตร ส่วนรุ่นที่แล้วบาง 11.6 มิลลิเมตร

ที่พักมือของเครื่องสี Rose Gold / Alpine White ทำมาจากใยแก้ว

AC adapter ที่แถมมาจากเครื่องสี Rose Gold / Alpine White เป็นสีขาวเพื่อให้ดูเข้ากันกับแล็ปท็อป

ดูภาพยนตร์อย่างดื่มด่ำด้วย Dell Cinema

คอนเซปต์ของ New XPS 13 คือ "Dell Cinema" ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อประสบการณ์ดูภาพยนตร์ของผู้ใช้มากเป็นพิเศษ เนื่องมาจากจำนวนผู้ชม Netflix และ Amazon Prime Video ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน โดย New XPS 13 มีรุ่นที่รองรับความคมชัด 4K UHD (3840 x 2160 พิกเซล) ทำให้ได้ภาพที่คมชัดมากกว่าระดับ QHD plus (3200 x 1800 พิกเซล) โดยหน้าจอ 4K UHD นี้มี 100% sRGB และสัดส่วน Cover และสัดส่วน Contrast อยู่ที่ 1500 : 1 นอกจากนี้ยังมี Windows HD Color ซึ่งรองรับวีดิโอที่ใช้ HDR อีกด้วย ทำให้ผู้ชม Netflix สามารถชมภาพยนตร์ใน Netflix แบบคุณภาพความคมชัดสูงได้

ส่วนเรื่องเสียงนั้น New XPS 13 มีการใช้ "WavesMaxx Audio Pro" ให้เสียงที่ทรงพลัง กระหึ่ม เพิ่มความเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ได้อีกหลายระดับ ด้านการเชื่อมต่อนั้นมีการใช้ Killer Wireless ที่ใช้กับ gaming PCs และ SmartByte ซึ่งพัฒนาด้วย Rivet Networks ทำให้หมดปัญหาเน็ตช้า หรือซีรีส์ที่กำลังสตรีมมิ่งกระตุกกลางทาง

Dell Cinema ทำมาเพื่อผู้ชมหนังแบบสตรีมมิ่งโดยเฉพาะ

ความละเอียดของรุ่นที่รองรับ 4K อยู่ที่ 3840 x 2160 พิกเซล โดยอัตราส่วนที่แนะนำอยู่ที่ 300%

ประสิทธิภาพทรงพลังด้วย Core Processor รุ่นที่ 8

รุ่นนี้มีการใช้ Core Processor รุ่นที่ 8 สำหรับ CPU เช่นเดียวกับรุ่นที่แล้ว แต่มีการปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้พัดลมคู่ และ ท่อความร้อนคู่ เพื่อให้ระบบระบายความร้อนใช้งานได้ดีและเงียบขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้ฟิล์มฉนวนกันความร้อน GORE Thermal Insulation เพื่อให้อุณหภูมิของระบบต่ำอยู่ตลอดเวลา แม้แต่เวลาที่ใช้งานหนัก

ในเรื่องของ Interface ภายนอกนั้นมีช่องเสียบ USB 3.1 Type-C จำนวน 2 ช่อง ซึ่งรองรับ Thunderbolt 3 และ USB 3.1 Type-C และมีช่องสำหรับ microSD card นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Windows Hello ซึ่งเป็นระบบตรวจจับใบหน้าเพื่อทำการล็อกอินเข้า อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มการล็อคอินด้วยลายนิ้วมือผ่านปุ่ม Power ได้อีกด้วย

ในตอนนี้มี 6 รุ่นให้เลือกซื้อกัน โดยจะต่างกันที่สเปก CPU, RAM, ROM ซึ่งรุ่นที่ถูกสุดจะเป็นรุ่น Platinum model โดยใช้ Core i5-8250U (1.60 GHz, สูงสุด 3.40 GHz) พร้อมกับ RAM 8 GB และมีความจำ 256 GB SSD (PCIe NVMe SSD) หน้าจอแสดงผลมีความละเอียด 1920 x 1080 FHD ไม่ใช้ระบบสัมผัส และใช้หน่วย ปฏิบัติการ Windows 10 Home 64 bit โดยราคา RRP อยู่ที่ 169,980 เยน หรือประมาณ 50,000 บาท ไม่รวมภาษี

ส่วนรุ่น 4K "Premium 4K touch panel" จะใช้ i5-8250U RAM 8 GB และความจำ 256 GB (PCIe NVMe SSD) ราคา RRP อยู่ที่ 194,980 เยนหรือประมาณ 58,000 บาท ไม่รวมภาษี