ราคายามาฮ่า Mio มอเตอร์ไซค์มือสองและใหม่ (Yamaha Mio) Thailand December 2016

อันดับเข้าชมมากสุด

44
Yamaha Mio

Yamaha Mio

  • รถมอเตอร์ไซค์มือสอง : 2355
  • 2010-2015
  • โพสต์ล่าสุด: 24 Nov, 2016
มือสอง : 12,500 บาท - (ราคา 2153 รายการ)

  • Yamaha Mio
  • แบบสกู๊ตเตอร์
อัพเดทเมื่อ 6/12/2016 14:40

Page 1 of 1

  • 1

กระทู้ล่าสุดใน Yamaha Mio

Ao Buibui

ซื้อmio

มีกี่คันครับ ร้านอยุ่แถวไหนครับ

  • อัพเดทล่าสุด : 27/8/2016
  • โพสต์โดย Ao Buibui
  • ตอบกระทู้นี้ : 0 คำตอบ

Orachon Kaenprom

อยากซืัอมีโอ10500

อยากซื้ออีโอมือสอง10500ต้องซืัอยังไงค่ะบริษัทอยู่ตรงไหน

  • อัพเดทล่าสุด : 27/8/2016
  • โพสต์โดย Orachon Kaenprom
  • ตอบกระทู้นี้ : 1 คำตอบ

เกี่ยวกับYamaha Mio

ยามาฮ่า มิโอ นำเสนอรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกันถึงห้าแบบ

จากการติดตามผลงานของนูโวที่เป็นที่นิยม ยามาฮ่านำสกู๊ตเตอร์อื่นในตลาดกลับไปในปี 2003 โดยใช้ชื่อของยามาฮ่า Mio ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สกูตเตอร์นี้ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงกว่าที่ทำได้ โดยมีระบบเกียร์ CVT เป็นหลัก และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในชื่อ Yamaha Ego ในประเทศมาเลเซีย Yamaha Mio มาใน 5 รุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะนำเสนอการอัพเกรดต่างๆกันไป ชื่อของรุ่นเหล่านี้คือ Mio Soul MX, Mio Automatic, Mio 125 MX และ MXI, Mio Fino (คลาสสิก), Mio Amore (สปอร์ต) โดยสรุป คุณจะได้รับทางเลือกมากมายเมื่อมาถึงการเลือกรุ่นของโมเดลที่น่าประทับใจเหล่านี้

คุณสมบัติของยามาฮ่า มิโอ

Yamaha Mio เป็นสกูตเตอร์ขนาด 113.7 ซีซี เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ กำลังเครื่องยนต์ 5.98 กิโลวัตต์ ที่ 8000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 7.53 นิวตันเมตร ที่ 6500 รอบต่อนาที ระบบเกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็น Telescopic ด้านหลัง Swingarm เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นดรัมเบรก มีน้ำหนัก 87 กิโลกรัมเมื่อไม่มีน้ำมัน และ 90 กิโลกรัมเมื่อมีน้ำมันเต็มถัง

คุณสมบัติอื่นๆ

  • ขนาดรถ : 1820 x 675 x 1050 มม.
  • ช่วงศูนย์กลางระหว่างล้อ :1,240 มม.
  • ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง :125 มม.
  • ความสูงจากพื้นถึงเบาะ :745 มม.
  • ความจุเครื่องยนต์ :113 ซม.
  • กระบอกสูบ x ระยะชัก : 50.0 x 57.9 มม.
  • อัตราส่วนการอัด :8.8: 1
  • ความจุน้ำมัน : 0.9 ลิตร
  • ชนิดของระบบจุดระเบิด :DC-CDI.
  • อัตราทดเกียร์ : 3.133 / 3.231
  • ประเภทคลัทช์ : คลัตช์สปริงขด ชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์อัตโนมัติ
  • แชสซี :ท่อเหล็กกล้า แบบ underbone
  • ระบบส่งกำลังขับ :ออโตเมติก แบบสายพานตัววี (V-Belt)
  • ระบบสตาร์ท :สตาร์ทมือด้วยระบบไฟฟ้า และสตาร์ทเท้า

การเปลี่ยนแปลงของ Yamaha Mio

ในปี 2006 ยามาฮ่า ได้นำเอารถคลาสสิก มาทำการปรับปรุงใหม่ และทำการเปลี่ยนชื่อเป็น "Yamaha Mio Soul" ยกเว้นสำหรับตลาดมาเลเซีย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆเหล่านี้ สิ่งที่มีความโดดเด่นมากขึ้น คือลวดลายตัวถังใหม่ ไฟหน้ารูปตัววีที่ได้รับการออกแบบใหม่ และการปรับเปลี่ยนไฟท้าย พร้อมติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสง

ความแตกต่างของ ยามาฮ่า มิโอ

Yamaha Mio เป็นสกูตเตอร์ที่ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่จากบรรดาผู้ขับขี่ ถ้าคุณกำลังมองหารถที่ราคาไม่สูงและทนทาน รถคันนี้ก็เหมาะสำหรับคุณ จากการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางระยะทางไกล เช่นเดียวกับระดับความปลอดภัยของการปล่อยก๊าซ CO2 ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมใด ๆ เพิ่มเติม จากการโอ้อวดถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยานยนต์สองล้อนี้ให้คำสัญญาถึงความปลอดภัยในถนนที่ไม่เหมือนใคร ยามาฮ่าเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้สนับสนุนการขับรถที่ปลอดภัย โดยให้ดาราที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ที่จะส่งต่อข้อความถึงความสำคัญของการขับขี่ที่ปลอดภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตลาดของยามาฮ่าและบันทึกการโฆษณา รถของพวกเขาจะให้แต่สิ่งที่ดีที่สุดเมื่อมาถึงความน่าเชื่อถือ

ข่าวล่าสุด

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ได้เปิดตัว Yamaha Tricity เมื่อต้นปี 2014 ในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ รถคันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำความสนุกสนานมาสู่การเดินทางในชีวิตประจำวัน จากคุณลักษณะที่น่าตื่นเต้นและความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมของการออกแบบ จากนวัตกรรมยานยนต์ที่มีล้อหน้า 2 ล้อ ที่จะให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และเร้าใจสำหรับผู้ขับขี่ ทำให้ได้รับเสียงกล่าวขานและสร้างกระแสในวงการจักรยานยนต์เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งขยายวงกว้างไปยังประเทศในยุโรปและญี่ปุ่น สำหรับปี 2015 ยามาฮ่าได้พัฒนา Yamaha Tricity ABS Edition เพื่อชีวิตในเมืองใหญ่ทั่วโลก

สิ่งที่จะเกิดขึ้นและกลยุทธ์การตลาด

ยามาฮ่ามักจะเป็นผู้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ที่ผู้คนมีด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ พวกเขามักจะก้าวนำหน้าแบรนด์อื่น ๆ ในการนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับแนวหน้าที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง จากเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นนี้ บริษัท ได้พัฒนาเครื่องยนต์และตั้งชื่อมันว่า "Blue Core" ท่ามกลางการปรับปรุงอื่น ๆ เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนดีขึ้น ตัดไฟน้อยลง และระดับที่เหมาะสมของค่าการเผาไหม้ ที่กล่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังหาระดับที่เหมาะสมของการเพิ่มขีดความสามารถสำหรับทั้งผู้ขับขี่ และการขับขี่ Blue Core จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการเปิดปิดวาล์ว การเพิ่มประสิทธิภาพของ Tube Flow Effect และการให้อัตราส่วนการอัดสูงในห้องเผาไหม้

แสดงผลบน: คอมพิวเตอร์ | โทรศัพท์มือถือ

จำกัดการค้นหาของคุณ