พนักงาน Apple สองรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังสูดดมควันไฟจากแบตเตอรี่ iPhone ที่ลุกไหม้ ฝ่าย Apple บอกมันแค่เรื่องเล็กน้อย

เกิดเรื่องขึ้นบนจมูกของ Apple Store เป็นครั้งที่ 3 ในชั่วระยะเวลาห่างกันไม่นาน กับกรณีแบตเตอรี่ iPhone ที่ระเบิดกลางร้าน คราวนี้เหตุเกิดในฮ่องกง เคราะห์ดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บรุนแรง

ดูเหมือนจะมีนัยสำคัญระหว่างเหตุการณ์ระเบิดหรือลุกไหม้ของแบตเตอรี่ iPhone กับการรับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในราคาถูกลงตามนโยบายขอโทษลูกค้าของ Apple หลังลดความเร็วการทำงานโดยไม่บอกกล่าว ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุที่อาจมีความเกี่ยวข้องกันนั้นก็เนื่องมาจากว่าเมื่อความถี่ของการเปลี่ยนแบตเตอรี่มีมากขึ้น แบตเตอรี่เก่าถูกนำมารวมไว้ในที่เดียวกันคือร้านค้าตัวแทนของ Apple ประกอบกับความรีบร้อนในการทำงานของพนักงานหรือช่างจนละเลยเรื่องความปลอดภัย ก็เลยเกิดอุบัติเหตุบ่อยขึ้นและส่วนใหญ่จะเกิดกับ Apple Store ที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าทำให้เป็นข่าวอย่างรวดเร็ว ล่าสุดก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันที่ฮ่องกงนี่เอง

ข่าวนี้ระบุว่าเจ้าหน้าฉุกเฉินได้ถูกส่งไปยังศูนย์การค้าในฮ่องกงหลังได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นว่าเกิดเหตุแบตเตอรี่ iPhone เกิดควันไฟขึ้นที่ Apple Store ในศูนย์การค้าดังกล่าว โดยโฆษกตำรวจกล่าวว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของทางร้าน 2 ราย กำลังซ่อมแบตเตอรี่โทรศัพท์ iPhone ก็เกิดควันไฟขึ้นมาจากแบตเตอรี่ดังกล่าว แต่ไม่ได้เกิดเหตุร้ายแรงถึงขั้นต้องอพยพผู้คน เพราะมีการดับไฟได้ทันท่วงที แต่เจ้าหน้าที่ของทางร้านทั้ง 2 รู้สึกอาการไม่ดีจึงถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล Queen Mary และเหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นกับร้าน Apple Store โดยเราเคยนำเสนอเรื่องนี้มาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกันครั้งแรกเกิดขึ้นที่เมืองซูริคประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา และมีพนักงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกไฟที่ลุกไหม้จากแบตเตอรี่ iPhone และชั่วข้ามคืนก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันที่ร้าน Calle Colon ของ Apple ในเมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้คนพลุกพล่านทั้ง 2 ครั้ง เคราะห์ดีที่ไม่มีความเสียหายร้ายแรงเพราะยังมีพนักงานทำงานอยู่

ต่อเหตุการณ์นี้ทางตัวแทนของบริษัท Apple กล่าวว่ามันเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นและไม่มีผู้ได้รับผลกระทบร้ายแรง โดยบริษัทจะได้ทำการสืบสวนหาสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป(อีกครั้ง) เรียกว่าเกิดเหตุบนจมูกตัวเองแบบนี้หลายๆ ครั้งก็ต้องรอดูว่าสุดท้ายเรื่องนี้จะมีบทสรุปออกมาแบบไหนกันแน่ ในฐานะผู้ใช้ยังไงก็คงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ส่วน Apple Store ที่เป็นศูนย์รวมของแบตเตอรี่เก่าที่ถูกนำมาเปลี่ยนก็ยิ่งต้องหามาตรการมารองรับเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำขึ้นอีกในอนาคต หวังว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในบ้านเราก็แล้วกัน