นักวิเคราะห์คาด iPhone รุ่นท็อปของปี 2019 จะมาพร้อมกับกล้องหลังถึง 3 ตัว พร้อมคุณสมบัติในการซูมที่ดีขึ้น

สื่อดังอย่าง Taipei Times ออกมารายงานว่า บริษัท Apple อาจจะกำลังพัฒนา iPhone ที่มากับกล้องหลังแบบ Triple lens โดยจะมีการเปิดตัวในช่วงปลายปี 2019 และจะเป็นรุ่นที่มีราคาแพงที่สุด

กลายเป็นที่พูดถึงกันทันทีในโลกออนไลน์ เมื่อมีข่าวว่าทางบริษัท Apple นั้นก็มีแผนจะเปิดตัว iPhone กล้องเยอะแบบที่เราได้เห็นกันมาใน HUAWEI P20 Pro ที่มีการติดตั้งกล้องหลังมาด้วยถึง 3 ตัว (Triple-rear camera) โดยถ้าใครจำได้ตอนเปิดตัว P20 Pro นั้นมีการทำภาพล้อเลียนที่เป็นภาพ iPhone ติดกล้องหลายตัวออกมาให้ดูกันขำๆ แต่ล่าสุดเรื่องนี้น่าจะกลายเป็นความจริงในอีกไม่นานนี้แล้วล่ะ

HUAWEI P20 Pro

สำนักข่าวชื่อดังอย่าง Taipei Times ออกมารายงานโดยอ้างถึงบทวิเคราะห์ของ Jeff Pu จากสำนัก Yuanta Securities ที่ระบุว่า Apple อาจจะมีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว ซึ่งรายงานนี้ก็สอดคล้องกับข้อมูลที่ทาง Economic Daily News เคยพูดถึงเมื่อเดือนที่ผ่านมาซึ่งระบุว่า กล้องถ่ายรูปของ iPhone รุ่นใหม่นั้นจะเป็นแบบ 6 ชิ้นเลนส์ที่มีความสามารถในการซูมสูงสุด 5 เท่า และหนึ่งในกล้องหลังจะมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

หากเรื่องนี้เป็นความจริงนั่นหมายความว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ iPhone จะมาพร้อมกับคุณสมบัติในการซูมแบบ Optical zoom ที่มากกว่า 3 เท่าโดยไม่เสียรายละเอียดของภาพ หลังจากที่ iPhone 7 Plus และ iPhone 8 Plus ซูมแบบ Optical zoom ได้ 3 เท่า และ iPhone X ซูมได้ 2 เท่า โดยรุ่นที่จะมากับกล้องหลัง 3 ตัวนั้นจะเป็น iPhone X รุ่นที่ 3 และเป็นรุ่นท็อปของซีรีส์ที่อาจใช้ชื่อว่า iPhone X Plus ส่วนกำหนดเปิดตัวคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนกันยายนปี 2019 นั่นหมายความว่าต้องรอกันถึงปลายปีหน้าเลยทีเดียวแต่ก่อนหน้านั้นอาจจะมีข้อมูลหลุดอออกมาให้ได้เห็นกันเพิ่มเติมจากสำนักข่าวลือต่างๆ

iPhone 8 Plus

สำหรับ iPhone ที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้ตามข้อมูลระบุว่าจะมีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน โดยรุ่นแรกจะเป็นรุ่นที่มีหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ขนาด 6.1 นิ้ว รุ่นที่สองเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว และรุ่นท็อปจะเป็นหน้าจอ แสดงผลแบบ OLED เช่นกันแต่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ที่ 6.5 นิ้ว รวมถึงอาจจะมี iPhone SE 2 เปิดตัวออกมาในอีกไม่นานนี้ด้วย ส่วนความคืบหน้าหรือรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป เพราะข้อมูลที่ออกมานั้นยังไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากทาผู้ผลิตรายนี้แต่อย่างใดครับ