เคล็ดลับยืดเวลาการใช้งานและประหยัดแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android แก้ปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็ว

แบตหมดไว ปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็วเกินไปสามารถแก้ไขได้หากเรารู้วิธีการ เพราะบางครั้งเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวแต่เรากลับไม่เคยทำกัน แบตเตอรี่เลยถูกสูบจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนจะใช้วิธีไหนได้บ้างตามเรามาเลย

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาพกพาเอาฟีเจอร์การทำงานหลายอย่างมาให้ได้ใช้งานกันเพื่อดึงดูดเงินออกจากกระเป๋าผู้ใช้ แต่สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือหากสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นๆ ไม่มีระบบการประหยัดหรือจัดการพลังงานที่ดีพอ ก็มีความเป็นไปได้ที่ทุกครั้งเมื่อเราใช้งานแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนในมือก็จะถูกสูบออกอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากบางครั้งผู้ใช้เองก็ไม่รู้วิธีการที่จะยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ในแต่ละรอบ จนบางคนต้องเสียบชาร์ตไปด้วยใช้งานไปด้วย ซึ่งก็ยิ่งส่งผลให้อายุของแบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นไปอีก วันนี้เรามีวิธีการที่จะช่วยยืดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นมาฝากกัน สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการ Android

เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกับการทำงานของแบตเตอรี่

โดยพื้นฐานแล้วแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนที่เราใช้งานกันอยู่นั้นส่วนใหญ่จะเป็นแบบลิเธียมไอออนหรือไม่ก็ลิเธียมโพลิเมอร์ ซึ่งทั้งสองแบบก็จัดว่าเป็น ลิเธียมไอออนเหมือนกัน สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ก็คือเราสามารถที่จะชาร์ตแบตเตอรี่ตอนไหนก็ได้ไม่ต้องรอจนแบตเตอรี่หมดหรือเครื่องดับคามือ(ปกติก็คงไม่รอกันอยู่แล้ว) หรือหากจำเป็นต้องใช้งานก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่ยังชาร์ตไม่เต็ม 100% ก็สามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่สร้างความเสียหาย แต่ก็ไม่ควรถึงกับใช้ไปด้วยชาร์ตไปด้วยเพราะแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้องนัก อาจเกิดการระเบิดคามือได้ในบางกรณีเหมือนที่เคยเป็นข่าวให้เห็นกัน

วอลล์เปเปอร์สีดำสามารถเพิ่มอายุการใช้งานให้กับแบตเตอรี่ได้

ถ้าสมาร์ทโฟนของคุณใช้หน้าจอแบบ AMOLED การใช้พื้นหลังสีเข้มหรือวอลล์เปเปอร์สีดำจะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ เหตุผลก็คือหน้าจอ AMOLED จะส่องสว่างเฉพาะพิกเซลสีเท่านั้น พิกเซลสีดำไม่จะสว่างมากนักซึ่งก็ทำให้การใช้พลังงานน้อยลงไปด้วย จำไว้ว่ายิ่งสว่างมากแบตเตอรี่ก็มีโอกาสโดนสูบมากเช่นกัน

Doze Mode ก็เป็นตัวช่วยที่ดี

สำหรับ Doze Mode หรือโหมดประหยัดพลังงานนั้นเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ Android Marshmallow หลักๆ แล้วมันสามารถช่วยแก้ปัญหาแบตเตอรี่ไหลระหว่างที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งโหมดนี้ถือว่าช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ไม่น้อยเมื่อเทียบกับการไม่ใช้งานโหมดนี้

ปิดการใช้งาน Google hotword ซะดีกว่า

ให้สมาร์ทโฟนของคุณได้พักบ้างด้วยการปิดเจ้า Google hotword ด้วยการไปที่เมนู Google settings เลือก Voice heading แล้วก็เลือกที่ OK Google detection การทำแบบนี้เป็นอีกทางในการช่วยยืดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ หรือถ้าคุณเป็นแฟนของ OK Google ก็สามารถเลือก From the Google app เพื่อให้สมาร์ทโฟนของคุณฟังแค่ตอนที่คุณใช้งาน Google app

อย่าปล่อยให้แอพพลิเคชั่นตกยุค

เรื่องนี้อาจจะไม่ถึงขั้นอัพเดตแอพพลิเคชั่นทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือน แต่ก็อย่าปล่อยให้แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนของคุณล้าหลังเกินไป เพราะการอัพเดตเป็นระยะมีส่วนช่วยในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไปพร้อมๆ กัน รวมถึงเรื่องของพื้นที่จัดเก็บด้วย

ใช้ แอพพลิเคชั่น Greenify เป็นตัวช่วย

สำหรับแอพพลิเคชั่น Greenify เป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี ประโยชน์ของมันก็คือช่วยแช่แข็งแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานช่วยเพิ่มทรัพยากรระบบและเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้น โดยสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานฟรีได้ที่ Google Play

ไม่ควรใช้งานการปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ

ส่วนใหญ่แล้วการตั้งค่าการปรับแสงอัตโนมัติมักได้แสงที่มีความสว่างเกินจริงที่เราต้องการใช้งาน ซึ่งก็ส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ด้วย ทางที่ดีควรปรับแสงด้วยตัวเองให้ดูเหมาะสมกับสายตาและความต้องการของเราจะดีกว่า(แต่บางคนก็เลือกปรับแบบสว่างสุด)

ยิ่งสั่นก็ยิ่งสูบ(แบตเตอรี่)

การใช้งานระบบสั่นนั้นเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมากเมื่อเทียบกับการใช้เสียง ดังนั้นการปิดระบบสั่นทุกอย่างในเครื่องทั้งการแจ้งเตือน หรือการพิมพ์ข้อความต่างๆ จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ ควรเปิดใช้แค่ในเวลาที่จำเป็นเท่านั้น

ตั้งค่า Do Not Disturb และ Sleep ตามการใช้งาน

ข้อนี้ไม่มีกฎตายตัวว่าจะต้องตั้งเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของเราเป็นส่วนใหญ่ โดยหากไม่ต้องการให้มีการแจ้งเตือนผ่านระบบก็สามารถตั้งค่าได้ด้วยตัวเอง หรือจะเลือกใช้แอพพลิเคชั่น IFTTT เพื่อความสะดวกสบายขึ้นก็ได้ การทำแบบนี้ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้อีกทางหนึ่ง และไม่ต้องสะดุ้งเวลามีการแจ้งเตือนในช่วงเวลาที่เราไม่อยากโดนรบกวนด้วย

ไม่ต้องเชื่อมต่อตลอดเวลาก็ได้ถึงจะใช้อินเตอร์เน็ตแบบเหมาจ่ายก็ตาม

ในยุคที่การเชื่อมต่อทำได้ง่ายและมีราคาถูกลงบางคนเปิดสัญญาณเอาไว้แทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง GPS, Bluetooth, NFC, Wi-Fi หรือการรับส่งข้อมูล ซึ่งก็ล้วนกินทรัพยากรของระบบด้วยกันทั้งนั้น ถ้าคุณไม่ได้มีความจำเป็นต้องออนไลน์ตลอดเวลาก็ให้เครื่องได้พักบ้าง ที่สำคัญตัวคุณก็ได้พักผ่อนชาร์ตแบตเตอรี่ให้กับตัวเองด้วยเช่นกัน

Widget บางอย่างคือตัวสูบแบตเตอรี่ เอาออกจากหน้าจอดีกว่า

มีหลาย Widget บนหน้าจอสมาร์ทโฟนเช่น Twitter, reddit, weather, Gmail ที่มักมีการเชื่อมต่อและอัพเดตข้อมูลตลอดเวลานั่นหมายถึงการสูบแบตเตอรี่ไปในตัว ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้งาน Widget ตัวไหนก็นำออกจากหน้าจอบ้างหรือถ้าไม่เคยใช้งานเลยจะลบทิ้งก็ได้

รู้จักคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนที่คุณใช้เกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน

ปกติแล้วสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ของผู้ผลิตแต่ละรายมักมีโหมดประหยัดพลังงานมาให้เช่น HTC มี Extreme power saving mode, Samsung มี Ultra power saving mode, Sony มี STAMINA mode ซึ่งเมื่อผู้ผลิตเขาทำมาให้ใช้แล้วเราก็ควรใช้งานให้คุ้มที่สำคัญช่วยประหยัดพลังงานทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

Auto-Sync กับดักที่ใช้สูบพลังงานสมาร์ทโฟน

การซิงค์อัตโนมัติสำหรับบัญชี Google นั้นหากคุณไม่จำเป็นต้องใช้งานตลอดเวลาเพื่อรับการแจ้งเตือนก็ปิดเสียดีกว่าไม่เช่นนั้น จะมีการอัพเดตทุก 15 นาทีและยังเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอีกด้วย วิธีการปิดก็คือไปที่การตั้งค่าบัญชี Google แล้วเลือก Turn off Auto-Sync เวลาจะใช้งานก็ค่อยเปิดหรือรีเฟรชด้วยตนเอง ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ มักมีตัวเลือกการปิดมาให้อยู่แล้วแต่หลายคนอาจจะไม่ค่อยสังเกตกัน

วิธีการที่เรานำมาบอกเล่ากันนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมกับความต้องการใช้งานของแต่ละคน อาจจะเลือกใช้บางวิธีหรือหลายๆ วิธีร่วมกันก็ได้ เพื่อให้แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนของคุณสามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุดนั่นเอง