Vivo เผยโฉม สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มากับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังใต้หน้าจอ ที่งาน CES 2018

ในที่สุดก็มีการเผยต้นแบบสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจากทาง Vivo ที่มาพร้อมกับ In-display fingerprint scanning หรือระบบสแกนลายนิ้วมือผ่านเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้ใต้หน้าจอของทาง Synaptics และคาดว่าปีนี้น่าจะได้ใช้งานกันอย่างแน่นอน

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาทางบริษัท Synaptics มีการเปิดตัวเซ็นเซอร์สแกนลานนิ้วมือตัวใหม่ทีชื่อว่า Clear ID FS9500 ซึ่งสามารถใช้งานแบบฝังไว้ใต้หน้าจอและเปรยๆ เอาไว้ว่าในงาน CES 2018 ที่ลาสเวกัสประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีการเผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตัวใหม่นี้ ตามรายงานของสายข่าวระบุว่า Vivo ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีนคือค่ายแรกที่จะนำเจ้า Clear ID FS9500 มาใช้งานจริง โดยล่าสุดก็มีการเผยโฉมออกให้เห็นกันแล้ว

สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นที่ทาง Vivo นำมาแถลงข่าวในงาน CES 2018 ในครั้งนี้เป็นเครื่องต้นแบบที่กำลังจะมีการเปิดตัวเพื่อวางจำหน่ายจริงในเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยในเรื่องของสเปกและชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการออกมาให้ทราบกัน แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควรเพราะจนถึงวันนี้ค่ายใหญ่ๆ ก็ยังไม่สามารถเปิดตัวเทคโนโลยีนี้ในสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ เรียกว่า Vivo เป็นเบอร์แรกของโลกก็คงไม่ผิด หลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้ก็คือจะมีการฝังเซ็นเซอร์เอาไว้ระหว่างแผงเมนบอร์ดและแผงหน้าจอ OLED เมื่อจะใช้งานก็จะมีแสงสว่างบริเวณที่จะสแกนลายนิ้วมือเพื่อนำข้อมูลลายนิ้วมือของผู้ใช้ไปประมวลผล ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 0.7 วินาทีเท่านั้น และนอกจากความรวดเร็วแล้วเซ็นเซอร์แบบใหม่นี้ยังมีความทนทานและปลอดภัยสูงเทียบเท่าเซ็นเซอร์ที่ใช้อยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของตอนนี้ด้วย ส่วนดีไซน์การออกแบบตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับหน้าจอแบบยอดนิยมอัตราส่วน 18:9 ที่กำลังเป็นเทรนด์ของตอนนี้นั่นเอง

ในงานดังกล่าว Alex Feng รองประธานอาวุโสของทางบริษัท Vivo กล่าวว่าถือเป็นความท้าทายในการมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบายและแม่นยำมากขึ้นให้กับลูกค้า โดยสมาร์ทโฟนที่ใช้งานเทคโนโลยีใหม่นี้จะสามารถเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ภายในต้นปี 2018 ซึ่งนั่นอาจจะเป็นช่วงงานอีเว้นท์ใหญ่ปลายเดือนหน้าคืองาน Mobile World Congress 2018 ที่จะจัดขึ้นที่บาเซโลน่า ประเทศสเปน ทั้งนี้เทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่นี้กำลังเป็นความพยายามของผู้ผลิตหลายรายด้วยกันที่จะนำมาใช้งานแต่ก็ยังติดในเรื่องของข้อจำกัดที่เมื่อนำมาใช้งานจริงยังไม่สามารถทำให้ตอบสนองได้อย่างถูกต้องจนทำให้เรือธงของค่ายใหญ่ๆ ต้องเลื่อนการนำมาใช้ตามที่เราทราบกัน งานนี้คงต้องปรบมือให้กับ Vivo ที่เป็นม้ามืดแซงเข้าวินได้ก่อนใคร ส่วนตัวจริงเสียงจริงและรายละเอียดต่างๆ นั้นเราจะเกาะติดมานำเสนอต่อไปครับ

  • รูปภาพจาก  vivo.com