Samsung SDI ลงทุนเพิ่ม 128 ล้าน เพื่อพัฒนาเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่

ทาง Samsung SDI ดูเหมือนจะเต้นรับลูกจากทางบริษัทแม่หลังจากที่ทาง Samsung Electronics เพิ่งแถลงผลการสอบสวนกรณีการระเบิดของ Galaxy Note7 ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ทางบริษัท Samsung Electronics ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเพื่อสรุปสาเหตุของการระเบิดที่เกิดขึ้นในสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy Note7 ซึ่งผลที่ออกมานั้นก็เป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้ก็คือปัญหาดังกล่าวเกิดจากแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นั่นเอง ซึ่งเมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ บริษัทที่จะต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เพียงบริษัทแม่อย่าง Samsung Electronics เท่านั้น บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็ต้องรับไปแบบเต็มๆเช่นเดียวกันซึ่งก็คือบริษัท Samsung SDI ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดให้กับ Galaxy Note7 โดยในการแถลงข่าวทางบริษัทได้มีการกล่าวขอโทษต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และสัญญาว่าจะพยายามเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก

ความเคลื่อนไหวล่าสุดต่อกรณีนี้ ทางบริษัท Samsung SDI ได้ออกมาประกาศว่าจะลงทุนเพิ่มอีกถึง 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(150 พันล้านวอน)เพื่อการปรับปรุงระบบความปลอดภัยรวมทั้งระบบการตรวจสอบในการผลิตแบตเตอรี่ของบริษัท เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีก โดยจะมีการสร้างห้องจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่โรงงาน Cheonan ทางใต้ของจังหวัด Chungcheong เพื่อสร้างนวัตกรรมความปลอดภัยที่ดีขึ้น ซึ่งในการนี้จะมีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานกว่า 100 ชีวิต เพื่อรองรับการทำงานทั้งในส่วนของการวิจัยและพัฒนา ตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี การรับรองคุณภาพ รวมถึงการ X-ray ที่จะเข้มขึ้นมากกว่าเดิมถึง 1,000 เท่า คือจะมีการสุ่มตรวจแบตเตอรี่มากกว่า 1 ล้านชิ้นด้วยกัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดขึ้นอีกในอนาคต

ทั้งนี้ Samsung SDI จะยังคงเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่หลักให้กับสมาร์ทโฟนของบริษัทแม่คือ บริษัท Samsung Electronics ต่อไป รวมทั้งยังมีการผลิตแบตเตอรี่เพื่อใช้งานในรถยนต์ระบบไฮบริดอีกด้วย และถึงแม้จะเกิดปัญหาขึ้นแต่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกก็ยังมั่นใจในแบตเตอรี่ที่ทางบริษัทเป็นผู้ผลิต การลงทุนเพิ่มในครั้งนี้ นอกจากจะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของบริษัทอีกด้วย โดย Cho Nam-seong ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทาง Samsung SDI กล่าวว่า "เรากำลังยืนอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างความเป็นกับความตายของบริษัท ซึ่งเราต้องเลือกว่าจะนำพาบริษัทไปในทิศทางใดในอนาคต" บทสรุปของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนรุ่นหยุดโลกอย่าง Samsung Galaxy Note7 นั้นถือเป็นบทเรียนอันล้ำค่า ไม่ใช่เฉพาะกับทาง Samsung SDI และบริษัทแม่อย่าง Samsung Electronics เท่านั้น เพราะเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกบริษัท หากไม่มีการตรวจสอบที่เข้มข้นพอแล้วปล่อยสินค้าที่ไม่ปลอดภัยออกมาสู่มือผู้ใช้ ผลเสียที่จะตามมานั้นมันมากมายมหาศาล เหมือนกับที่ทาง Samsung เพิ่งได้รับบทเรียนมาหมาดๆในครั้งนี้นั่นเอง