Qualcomm เซ็นสัญญามูลค่า 4 แสนล้านบาทกับบริษัทสมาร์ทโฟนของจีน Xiaomi, Vivo และ OPPO

Qualcomm ยิ้มร่าหลังได้ดีลใหญ่กับบริษัทสมาร์ทโฟนของจีน Xiaomi, Vivo และ OPPO เป็นเวลาสามปี งานนี้ต้องขอบคุณทรัมป์

หลังจากการเยือนของเมืองปักกิ่ง ประเทศจีนของประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบันอย่างนายทรัมป์เป็นครั้งแรก ก็มีสัญญาณทางด้านเศรษฐกิจระหว่างอเมริกาและจีนในทิศทางบวก ดีลทางธุรกิจของทั้งสองประเทศรวมกันแล้วมีมูลค่าสูงถึง 250 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็เงินไทยประมาณ 8 ล้านล้านบาท โดยหนึ่งในสัญญาเหล่านั้นก็คือดีลระหว่างบริษัทผู้ผลิตชิปเซ็ตประมวลผลอย่างบริษัท Qualcomm และเหล่าบรรดาบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนทั้งหลายได้แก่แบรนด์ Xiaomi, Vivo และ OPPO

โดยทางบริษัท Qualcomm เป็นบริษัทผู้นำตลาดชิปสื่อสาร (Baseband processor) หรือที่เรามักจะคุ้นหูในชื่อชิปเซ็ตประมวลผลในสมาร์ทโฟน ถือได้ว่ามันคือมันสมองของสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องเลยก็ว่าได้ แบรน์ Qualcomm นี้เป็นแบรนด์ชั้นนำมีต้นกำเนิดจากประเทศอเมริกา เทคโนโลยีของบริษัทได้รับการยอมรับในวงกว้าง ชิปเซ็ตตัวท๊อปของบริษัทมักจะได้รับการยอมรับในกลุ่มสินค้าสมาร์ทโฟนระดับไฮ-เอนด์อยู่เรื่อยๆ และบริษัทสมาร์ทโฟนของจีน Xiaomi, Vivo และ OPPO เองก็มีโอกาสได้ใช้ชิปเซ็ตขาก Qualcomm อยู่แล้วเรื่อยๆ แต่จากการที่บริษัท Qualcomm ได้เซ็นสัญญาลงนามในหนังสือบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับท๊อป 5 ของจีนอย่างบริษัท Xiaomi, Vivo และ OPPO ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการตกลงให้ Qualcomm เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนของสมาร์ทโฟนอย่างชิปเซ็ตประมวลผลป้อนให้แก่ผู้ผลิตสินค้าสมาร์ทโฟนทั้งสามราย เป็นระยะเวลาถึง 3 ปี ซึ่งมูลค่าของการเซ็นสัญญาบันทึกลงนามในครั้งนี้สูงถึง 12 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4 แสนล้านบาท คล้ายกับเป็นการการันตีและเรียกความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นและให้กลับมาได้อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้บริษัท Qualcomm ถูกฟ้องในข้อหาพยายามผูกขาดทางการค้า โดยอ้างสิทธิ์ในสิทธิบัตรที่บริษัทยื่นจดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารในระบบ Cellular บังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยอมจ่ายทั้งค่าสิทธิบัตรที่ค่อนข้างสูงและทางบริษัท Qualcomm ก็ไม่ยอมขายสิทธิ์ในสิทธิบัตรที่ตัวเองมีไปให้กับผู้ผลิตรายอื่นทำให้ตลาดกลายมาเป็นที่ผูกขาด และผู้บริโภคซึ่งในที่นี้ก็คือโรงงานผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่มีทางเลือก จากข่าวดังกล่าวก็ทำให้บริษัท Qualcomm เองก็ถูกโจมตีเป็นอย่างมา ซึ่งเมื่อได้ดีลใหญ่นี้มาก็จะทำให้คาดการายได้ในอีก 3 ปีข้างหน้ามั่นคงและน่าเชื่อถือมากขึ้น สำหรับรายได้ของบริษัท Qualcomm ในปัจจุบันนี้เองก็มีสัดส่วนอยู่ที่ประเทศจีนเกินกว่าครึ่งอยู่แล้ว

ก็ต้องรอดูกันว่าทาง Qualcomm นั้นจะเรียกความน่าเชื่อถือกลับมาได้มากน้อยเพียงไร แต่สำหรับบุคคลทั่วไปแล้วยังไงก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่ติดตลาด และอาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก