หน้าจอไร้ขอบของ Huawei Mate 10 จดสิทธิบัตรแล้วในชื่อ EntireView Display

ชื่อ EntireView Display จะกลายเป็นชื่อหน้าจอไร้ของที่เราจะได้ยินกันไปอีกนาน หลังจากทางซีอีโอของบริษัท Huawei ออกมายืนยันว่าหน้าจอไร้ขอบของ Huawei Mate 10 มีชื่อเรียกเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017 นี้เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้เห็นสมาร์ทโฟนในระดับเรือธงหลายรุ่นทยอยเปิดตัวออกมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ ทั้ง Samsung Galaxy Note8, Nokia 8, iPhone 8 และตบท้ายด้วย Huawei Mate 10 ที่จะเผยโฉมออกมาในราววันที่ 19 ตุลาคมนี้ ใครที่ยังลังเลอยู่ ลองรอให้ออกมาครบทุกรุ่นและเปรียบเทียบดูก่อนก็ได้ว่ารุ่นไหนที่โดนใจที่สุด สำหรับในส่วนของ Huawei Mate 10 นั้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาซีอีโอของบริษัทเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรือธงรุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน้าแบบไร้ขอบ full-screen display ล่าสุดหน้าจอดังกล่าวมีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการออกมาแล้ว

ชื่อของหน้าจอที่จะถูกนำมาใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่น Huawei Mate 10 ตามที่ได้มีการยื่นจดสิทธิบัตรกับหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญหาของทางสหภาพยุโรป มีชื่อว่า HUAWEI EntireView Display ที่ทางซีอีโอของบริษัทคือ Richard Yu มีการยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเป็นหน้าจอไร้ขอบแบบบางพิเศษ ลักษณะก็คล้ายๆ กันกับหน้าจอ Infinity Display ที่เราเห็นกันใน Samsung Galaxy S8 และ Samsung Galaxy S8+ หรือ หน้าจอแบบ FullVision ที่ถูกนำมาใช้ในเรือธงรุ่นหลังๆ ของทางบริษัท LG Electronics การตั้งชื่อหน้าจอให้มีความเฉพาะเจาะจงแบบนี้ก็ถือเป็นการสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ของตัวเองได้ทางหนึ่งส่วนคุณสมบัติในการใช้งานอย่างละเอียดนั้นคงต้องรอดูว่าจะมีความล้ำสมัยแตกต่างจากรุ่นที่ใช้กันอยู่ในตอนนี้อย่างไรบ้างซึ่งเดี๋ยวคงมีข่าวหลุดตามออกแน่นอน

สำหรับเบื้องต้นนั้นคาดว่าสมาร์ทโฟนในรุ่น Huawei Mate 10 จะมาพร้อมกับหน้าจอในแบบ EntireView Display ที่ผลิตโดยบริษัท Japan Display Inc. โดยมีขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ในส่วนของชิปเซ็ตนั้นน่าจะเลือกใช้ชิปเซ็ตรุ่น Kirin 970 ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 10 นาโนเมตร มีประสิทธิภาพและความแรงเหนือกว่ารุ่นปัจจุบันคือ Kirin 960 แถมยังช่วยในการประหยัดพลังงานมากขึ้นและชาร์จได้เร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีบางข้อมูลที่ระบุว่าเรือธงรุ่นนี้ จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีสแกนม่านตาแบบ 3D sensing เหมือนที่มีข่าวว่าจะถูกนำมาใช้ใน Apple iPhone 8 รวมทั้งรองรับเทคโนโลยีความจริงเสมือนหรือ AR(Augmented Reality) ที่เด็ดสุดคืออาจจะมาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปถึง 4 ตัว คือเป็นกล้องเลนส์คู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ถ้าได้ตามนี้จริงแล้วล่ะก็ถือว่าคู่แข่งรายอื่นต้องทำการบ้านกันหนักเลยทีเดียว