Foxconn และบริษัทพันธมิตร ประสานมือ Apple ฟ้อง Qualcomm ข้อหาผูกขาดและหน้าเลือด

แม้ว่าซีอีโอของทางบริษัท Qualcomm คือ Steve Mollenkopf จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้เรื่องราวทุกอย่างจบลงด้วยดี แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Foxconn และบริษัทอื่นๆ ดูเหมือนจะทำให้คดีความที่มียืดยาวออกไปได้อีก

ต้นตอของเรื่องนี้มีที่มาที่ไปมาจากการที่เมื่อช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมาทางบริษัท Apple Inc. ได้ยื่นฟ้องบริษัทผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ของโลกคือทาง Qualcomm โดยเรียกค่าเสียหายถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในข้อหาผูกขาดทางการค้าเพื่อผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม ในวงการสมาร์ทโฟนด้วยการให้ทาง Apple Inc. ซื้อชิปเพื่อช่วยให้สามารถรับคลื่นสัญญาณบางอย่างได้ดีขึ้น โดยจะต้องใช้ชิปที่ทาง Qualcomm ผลิตเท่านั้น แถมยังคิดราคากับบริษัท Apple Inc. แพงกว่าผู้ผลิตรายอื่นถึง 5 เท่าด้วยกัน ซึ่งในคดีนี้นอกจาก Apple Inc. แล้ว Qualcomm ยังโดนหน่วยงานของรัฐคือ United States Federal Trade Commission หรือ FTC ฟ้องด้วยข้อหาเดียวกันอีกด้วยซึ่งคดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล

ปมขัดแย้งยังไม่จบแค่นั้นเพราะเมื่อไม่นานมานี้ทางบริษัท Qualcomm ก็มีการโต้กลับด้วยการยื่นฟ้อง Apple Inc. ต่อ USITC หรือคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา(United States International Trade Commission) โดยคำฟ้องระบุว่า บริษัท Apple Inc. ได้ละเมิดสิทธิบัตรของทางบริษัท Qualcomm จำนวน 6 รายการด้วยกัน เกี่ยวกับเทคโนโลยีการใช้งานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงระบบการจัดการด้านพลังงานของสมาร์ทโฟน ซึ่งทาง Qualcomm ขอให้มีการยุติการจำหน่าย iPhone บางรุ่นในสหรัฐอเมริกาด้วย คือ Apple iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตของทาง Intel คู่แข่งสำคัญของทาง Qualcomm ทั้งนี้เมื่อข่าวนี้ถูกเปิดเผยออกมาทางซีอีโอของ Qualcomm คือ Steve Mollenkopf ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าอยากให้ทุกอย่างลงเอยกันด้วยดีสามารถไกล่เกลี่ยกันได้แทนที่จะต้องให้คดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นความคิดของ Steve Mollenkopf ฝ่ายเดียวเพราะคู่กรณีน่าจะไม่เอาด้วย

โดยนอกจากทางบริษัท Apple Inc. แล้ว ถึงวันนี้ยังมีบริษัทพันธมิตรของ Apple Inc. ที่มีส่วนร่วมในการผลิต iPhone และ iPad ประกอบด้วยบริษัท Foxconn , Compal, Pegatron และ Wistron ที่พร้อมใจกันยื่นฟ้อง Qualcomm ในข้อหาคิดค่าสิทธิบัตรในอัตราที่แพงเกินจริงรวมทั้งละเมิดกฎหมายการผูกขาดทางการค้าอีกด้วยทั้งนี้มีการยื่นฟ้องต่อ FTC ซึ่งก็ถือว่าเป็นคู่กรณีกับบริษัท Qualcomm อีกรายหนึ่ง งานนี้กลายเป็นว่าบริษัทผู้ผลิตชิปเซ็ตจาก San Diego รายนี้ต้องรับศึกหนักหลายด้านทั้งจากทางรัฐบาลกลางและบริษัทคู่ค้า ทำให้แนวโน้มของเรื่องนี้ไม่น่าจะจบลงง่ายๆเพราะมันส่งผลถึงวงการสมาร์ทโฟนโดยรวมอีกด้วยต่อกรณีการคิดค่าสิทธิบัตรและการผูกขาดในวงการซึ่งถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงพอสมควรในยุคการค้าเสรี โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้คาดว่ากระบวนการต่างๆ จะใช้เวลาราวๆ 2 ปีด้วยกัน กว่าที่จะหาบทสรุปของเรื่องนี้ได้ คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะในคดีนี้