Facebook Lite แอพฯที่ใช้ low-bandwidth โหลดไวๆ มีผู้ใช่ถึง 200 ล้านรายแล้ว

Facebook Lite สำหรับการใช้งานคนที่ไม่ต้องการเปลืองเนทหรือในกลุ่มประเทศที่อินเตอร์เน็ทอาจจะไม่ได้แรงมากนักกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

ดูเหมือนกับว่าการเติบโตของแอพพลิเคชั่นโซเชี่ยลเนทเวิร์คชื่อดังอย่าง Facebook จะอยู่ในช่วงที่การเติบโตกำลังลดความเร็วลง ขณะที่แอพพลิเคชั่นรุ่นน้องที่ใข้ข้อมูลอินเตอร์เน็ทที่น้อยกว่าอย่าง Facebook Lite กลับมียอดการเติบโตที่อยู่ในขาขึ้น หลังจากที่มีการเพิ่มเติมประเทศที่สามารถเข้าใช้งานได้ก็ยิ่งทำให้เครือข่ายของผู้ใช้งานนั้นเติบโตแข็งแรงมากยิ่งขึ้นในระดับการใช้งานแบบ low-bandwidth ซึ่งการเติบโตของแอพพลิเคชั่นที่รวดเร็วนี้ทำให้ตอนนี้ยอดผลกำไรของกลุ่มธุรกิจดังกล่าวในภาพรวมระดับโลกนั้นเพิ่มขึ้นถึง 52 เปอร์เซ็นต์ ในปีที่ผ่านมา

แอพพลิเคชั่น Facebook Lite เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนปี 2015 หรือประมาณปีกว่า ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้สามารถไปถึงยอดผู้ใช้จำนวน 100 ล้านรายได้เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่าน และตอนนี้ตัวเลขของผู้ใช้ก็เติบโตขึ้นไปอีกกว่าเท่าตัวเป็นยอด 200 ล้านรายตัวเลขนี้เป็นยอดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวนี้เปิดเผยโดยคุณ Mark Zuckerberg CEO และ ผู้ก่อตั้งบริษัท Facebook ซึ่งแอพพลิเคชั่น Facebook Lite นี้เปิดให้ดาวน์โหลดในหลายประเทศทั่วโลกซึ่งรวมไปถึงประเทศอิศราเอล, ประเทศอิตาลี, ประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตและประเทศเกาหลีใต้

ขณะที่คุณ Sheryl Sandberg ผู้ดำรงตำแหน่ง COO ของบริษัทกล่าวว่าตอนนี้แอพพลิเคชั่น Facebook Lite นี้ปล่อยให้ธุรกิจบริหารหน้าเพจด้วยตัวเอง ตอนนี้แอพพลิเคชั่น Facebook Lite ถือเป็นอีกอีกฟันเฟืองหนึ่งที่ทางบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ใช้จัดการบูสกลุ่มธุรกิจประเภทนี้ในประเทศอื่นๆของโลกที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยตอนนี้ค่าเฉลี่ยยอดผลกำไรต่อผู้ใช้หนึ่งคนเพิ่มสูงขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมาจากเดิม 1.1 เหรียญสหรัฐคิดเป็นเงินไทย 38.5 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 1.41 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทย 49.35 บาท และนั่นได้เพิ่มยอดผลกำไรของในกลุ่มประเทศอื่นๆขึ้นถึง 52 เปอร์เซ็นต์ ที่ยอด 839 ล้านเหรียญหรือประมาณ 29,365 ล้านบาทไทย สำหรับในไตรมาสที่ 4 ของปี 2016 ด้วยการที่ออกแบบให้แอพพลิเคชั่น Facebook Lite ดึงดูให้ผู้ใช้เข้ามาสมัครมากขึ้นและใช้งานบนแอพพลิเคชั่นได้นานยิ่งขึ้น แม้จะเชื่อมต่อในพื้นที่ที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตจะอ่อนก็ตาม หละกการของ Facebook ก็คือบริษัทเลือกที่จะลงทุนในกลุ่มคอนเท้นท์ที่บางแอพพลิเคชั่นไม่กล้าเข้าไปลงทุน

อย่างเช่นแอพพลิเคชั่นโซเชียลเนทเวิร์คชื่อดังอีกรายสัญชาติอเมริกันอย่าง Snapchat ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่จะต้อใช้การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ทที่แรงๆ เพราะมันจะต้องเล่นวิดีโอเป็นหลัก ก็สามารถทำรายได้ไปที่ยอด 7.8 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 273 ล้านบาท จากผู้ใช้งานทั้งหมด 39 ล้านรายที่เป็นผู้ใช้งานประจำในปลุ่มประเทศอื่นๆทั้งปี นอกจากนี้ทาง Snapchat แบ่งประเทศแถบเอเขียเอาไว้ในกลุ่มประเทศอื่นๆ เพราะทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะเติบโตในกลุ่มประเทศที่มีการใช้งาน high-bandwidth มากกว่า