เปิดตัว Apple Watch Series 3 พร้อมคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดา

เปิดตัวแล้วพร้อมกับ iPhone รุ่นล่าสุด สำหรับซีรี่ย์ Apple Watch รุ่นที่ 3 มาพร้อมคุณสมบัติที่อัพเกรดขึ้นมาให้แรงและใช้งานได้หลากหลายขึ้นกว่ารุ่นที่ผ่านๆมา

ในปี 2017 ภายในงานเปิดตัวสินค้าประจำฤดูใบไม้ร่วงของ Apple ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เนื่องจากครั้งนี้ มีการเปิดตัว Apple iPhone 8 และ Apple iPhone 8 Plus และสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่น Apple iPhone X ซึ่งเป็นรุ่นครบรอบ 10 ปี นอกจากนี้ยังเปิดตัวนาฬิกาสมาร์ทที่ถือว่าได้รับความนิยมอย่างสูงตลอดมาอย่าง Apple Watch Series 3 ที่ Apple คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าตลาดของสินค้าประเภทนาฬิกาสมาร์ทนั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าผู้ใช้หันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น และนาฬิกาสมาร์ทก็สามารถตอบโจทย์เรื่องการติดตามข้อมูลทางสุขภาพได้เป็นอย่างดี จนมีแบรนด์ แฟชั่นอื่นๆหันมาผลิต สินค้านาฬิกาสมาร์ทเพิ่มขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น LOUIS VUITTON หรือ Emporio Armani แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า Apple Watch ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากด้วยอัตราการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกแทนที่แบรนด์นาฬิการะดับโลก Rolex ไปเรียบร้อยแล้ว

และรุ่นล่าสุดอย่าง Apple Watch Series 3 ก็เปิดตัวมาพร้อมคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิม ด้วยระบบ Cellular ทำให้นาฬิกาสามารถรับสายโทรศัพท์ได้ เป็นครั้งแรกผ่าน eSIM ด้วยคุณสมบัตินี้จะทำให้คุณสามารถรับโทรศัพท์ ได้แม้ว่าคุณจะลืมมือถือไว้ที่บ้าน

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่สำคัญก็คือคุณ เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่าน eSIM เพื่อเชื่อมต่อ Apple Music ให้คุณฟังเพลงได้โดยตรงจากอุปกรณ์บนข้อมือของคุณ Feature พิเศษนี้คงถูกใจนักออกกำลังกายโดยเฉพาะเพราะนั่นหมายถึงคุณไม่ต้องพกโทรศัพท์ไปทุกที่กับคุณเวลาวิ่งอีกต่อไป

ไม่เพียงแค่นั้น Apple Watch Series 3 ยังมาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ S3 ทำงานแบบ Dual-core ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพถึง 70 เปอร์เซ็นต์จากรุ่น S2 และในรุ่นนี้ Siri ก็สามารถโต้ตอบกับคุณได้ผ่านลำโพง Built-in อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงเซ็นเซอร์วัดความสูง ให้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยซึ่งนี่เป็นข่าวดีสำหรับนักออกกำลังกายอีกเช่นกัน เพราะมันสามารถตรวจวัดความสูงกับการก้าวเดินของคุณได้แม่นยำมากขึ้นไม่ว่าคุณกำลังขึ้นบันไดหรือกำลังใช้ลิฟต์

Apple Watch Series 3 จะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ watchOS 4 สำหรับรุ่น Cellular จะสามารถพรีออเดอร์ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมาและจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศอื่นๆที่เหลือจะต้องติดตามกันต่อไป ขณะที่ราคาเปิดตัวของรุ่น Cellular สนนราคาที่ประมาณ 13,400 บาท ส่วนรุ่นที่ไม่มี eSIM จะถูกกว่าเล็กน้อยที่ 11,000 บาท โดยรวมแล้วถือเป็นรุ่นที่อัพเกรดมาได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการกันน้ำ หรือการปรับปรุงเซ็นเซอร์ต่างๆ โดยเฉพาะฟังก์ชั่นที่สามารถเป็นโทรศัพท์ได้ในตัวที่น่าจะทำให้หลายๆคนเทใจให้เลยทีเดียว