แนะนำ 10 มือถือ แรม 3GB ที่สเปกครบเครื่องทุกการใช้งาน พร้อมราคาที่ดีต่อใจสุดๆ

ใครกำลังมองหามือถือสักเครื่องเอาไว้ใช้งาน มือถือ แรม 3GB ถือว่ายังน่าสนใจอยู่ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไปแต่ตอบโจทย์การใช้งานได้แบบครบถ้วน วันนี้เรานำมาแนะนำให้รู้จักกัน 10 รุ่นด้วยกัน

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า มือถือ แรม 3GB นั้นถ้าเทียบกับรุ่นที่มีแรมมากกว่านิดหน่อยเช่น 4GB แล้วการใช้งานจริงในกันเล่นแอพพลิเคชั่นทั่วๆ ไป เช่น LINE, Facebook, Instagram, Twitter แทบจะไม่เห็นความแตกต่างเลยก็ว่าได้ แถมบางรุ่นอาจจะครบเครื่องมากกว่าด้วยองค์ประกอบในด้านอื่นๆ รวมถึงราคาของ มือถือ แรม 3GB ก็ไม่ทำให้อึดอัดกระเป๋าสตางค์มากจนเกินไปด้วย ดังนั้นวันนี้เราเลยมัดรวมมาให้คุณได้รู้จักและลองเทียบราคากันดูถึง 10 รุ่นด้วยกันเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจหามือถือแรม 3GB คู่ใจเอามาไว้ใช้งาน

1.Xiaomi Redmi S2

Xiaomi Redmi S2

Xiaomi Redmi S2

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 5,199 บาท

สำหรับ Xiaomi Redmi S2 นั้นบอกเลยว่าเป็น มือถือ แรม 3GB ที่สุดจะคุ้มค่าน่าเป็นเจ้าของในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะแม้ราคาจะเป็นรุ่นประหยัดแต่คุณสมบัติมาเต็มซึ่งตัว S ในรุ่นนี้บ่งบอกความเป็นสายเซลฟี่ในมือถือรุ่นนี้นั่นเอง โดยถ้าบอกภาพรวมเทียบกับราคาแล้ว Xiaomi Redmi S2 เป็น มือถือ แรม 3GB ที่ลงตัวที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

Xiaomi Redmi S2 มากับหน้าจอแสดงผลขนาด 5.99 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ ความละเอียด 1440 x 720 พิกเซลอัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังคือชิปเซ็ต Snapdragon 625 octa-core ความเร็ว 2.0GHz ใช้ GPU รุ่น Adreno 506 ในรุ่น แรม 3GB นั้นมากับหน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB สามารถเพิ่มได้ถึง 256GB ด้วย การ์ด microSD ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 9 แบตเตอรี่มีความจุ 3,080mAh รุ่นนี้มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือและระบบ Face Unlock มาให้ได้ใช้งานกัน จุดเด่นของ Xiaomi Redmi S2 ก็คือ กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อม AI Selfie ช่วยให้การแชะก่อนแชร์ของคุณเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่ว่าจะเมกอัพแบบไหนก็ออกมาดูดีได้ และยังถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมด AI portrait รวมถึงโหมด HDR ในกล้องหน้าด้วย ส่วนกล้องหลังคู่มากับความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัส แฟลช ระบบกันสั่น EIS และ โหมด AI portrait ตัวเครื่องมีให้เลือกกันใน สี Rose Gold, Champagne Gold และ Platinum Silver ย้ำอีกครั้งว่านี่คือ มือถือ แรม 3GB ที่โดนใจ Mi fans ทั่วประเทศจนต้องบอกต่อ

2.HUAWEI Y9 (2018)

HUAWEI Y9 (2018)

HUAWEI Y9 (2018)

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 3,990 บาท

ไม่ว่าจะจัดอันดับเรื่องไหน HUAWEI Y9 (2018) ก็มักจะติดอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ ทั้งในเรื่องของความคุ้มค่า กล้องถ่ายรูปที่ให้มาเกินราคา ดีไซน์ตัวเครื่อง หรือฟีเจอร์การทำงานต่างๆ นั่นทำให้รุ่นนี้เป็น มือถือ แรม 3GB อีกรุ่นที่ควรต้องมี ไม่เพียงเท่านี้ชื่อเสียงของผู้ผลิตเกี่ยวกับด้านกล้องมือถือนับวันก็ยิ่งได้รับความไว้วางใจมากขึ้นด้วยล่ะ

HUAWEI Y9 (2018) มากับกล้องถึง 4 ตัว เป็นกล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล พร้อม ส่วนกล้องหน้าคู่ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล พร้อม AR สติ๊กเกอร์ที่จะทำให้คุณฟินและ Fun กับเอ็ฟเฟกต์น่ารักๆ ที่กำลังเป็นเทรนด์ของตอนนี้ รุ่นนี้มีหน้าจอแบบ Full View Display ขนาด 5.93 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 18:9 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 659 ใช้ซีพียู Octa-core Cortex-A53 ความเร็วในการประมวลผล 2.36GHz ใช้ GPU รุ่น Mali-T830 MP2 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0 มีแรม ขนาด 3GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB เพิ่มได้สูงสุดด้วย microSD card ถึง 256GB มีแบตเตอรี่มีความจุถึง 4,000mAh ให้คุณใช้งานกันได้แบบเต็มวัน ตัวเครื่องมีสีดำ สีน้ำเงิน และ สีทอง ถือเป็นตัวคุ้มอีกรุ่นของ มือถือ แรม 3GB ที่เราอยากแนะนำให้รับไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ

3.OPPO A57

OPPO A57

OPPO A57

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 6,490 บาท

OPPO A57 มือถือ แรม 3GB ตัวเก๋าจากค่าย OPPO ยังคงเป็นที่หมายปองของใครหลายๆ คนด้วยราคาที่ต่ำลงจากช่วงที่เปิดตัว รุ่นนี้ครบเครื่องทั้งการเซลฟี่และใช้เป็นมือถือเพื่อเป็นการเล่นเกม โดยแม้จะมากับ แรม 3GB แต่หลายคนลองเล่นเกมยอดฮิตอย่าง RoV แล้วบอกว่าลื่นเกินสเปกเลยล่ะ

จุดเด่นของ OPPO A57 เริ่มตั้งแต่กล้องถ่ายรูปโดยมากับกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Beautify 4.0 ที่ช่วยปรับแต่งให้คุณดูดีก่อนแชร์แบบไม่ต้องพึ่งหลายแอพฯให้เสียเวลา พ่วงมาด้วยโหมดหน้าชัดหลังเบลอลูกเล่นที่ถือว่าต้องมีในยุคนี้ ส่วนกล้องกลังก็ไม่น้อยหน้ามากับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ CMOS ความไวสูง จาก Sony และระบบ PDAF รุ่นนี้มากับตัวเครื่องที่เรียบหรูดูดี มีหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด 720x1280 พิกเซล พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 4 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 435 octa-core Cortex-A53 ความเร็ว 1.4GHz ใช้ GPU รุ่น Adreno 505 แรม 3GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 32GB เพิ่มได้ด้วยการ์ด microSD สูงสุด 256GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 (Marshmallow) ครอบทับด้วย Color OS 3.0 แบตเตอรี่มีความจุ 2,900mAh ตัวเครื่องมีสีทอง และ สี Rose Gold

4.Xiaomi Redmi 5 Plus

Xiaomi Redmi 5 Plus

Xiaomi Redmi 5 Plus

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 4,990 บาท

Xiaomi Redmi 5 Plus เป็น มือถือ แรม 3GB อีกรุ่นที่น่าลงทุนเอามาเป็นมือถือคู่ใจในช่วงราคาที่เข้าถึงไม่ยากนัก รุ่นนี้โดดเด่นทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่มากับหน้าจอ FullView display อัตราส่วน 18:9 พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass เพิ่มความทนทานขึ้นอีกรดับ ตัวเครื่องมีความโค้งมนสวยงาม มีให้เลือกหลากหลายสีคือ สีดำ สีชมพู สีทอง และสีฟ้า ส่วนสเปกต่างๆ ก็เกินค่าตัวตามสไตล์ของผู้ผลิตรายนี้

Xiaomi Redmi 5 Plus มากับหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 คมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 1080x2160 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 625 ใช้ CPU octa-core Cortex-A53 ความเร็วในการประมวลผล 2.0GHz ด้านกราฟิกใช้ GPU รุ่น Adreno 506 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.2 Nougat ครอบทับด้วย MIUI 9 มีแรม 3GB และ 4GB ให้เลือก หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB และ 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD card ถึง 128GB กล้องหน้าให้มา 12 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว (Fast battery charging 5V/2A) ฟีเจอร์ต่างๆของรุ่นนี้เทียบกับราคาแล้วเป็นมือถือ แรม 3GB ที่ไม่น่ามองผ่านเลยทีเดียว

5.Samsung Galaxy A6

Samsung Galaxy A6

Samsung Galaxy A6

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 7,290 บาท

รุ่นเล็กสเปกแน่นจากค่ายพี่ใหญ่ของวงการที่โดดเด่นทั้งดีไซน์การออกแบบและฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆที่มาเต็ม ทั้งระบบเสียง Dolby Atmos เมื่อฟังผ่านหูฟัง รองรับ Samsung Pay พร้อมผู้ช่วย Bixby รองรับการใช้งานพร้อมกันได้ 2 หน้าจอ และยังโดดเด่นด้วยกล้องถ่ายรูปที่ปรับปรุงมาใหม่เอาใจสายเซลฟี่ จัดเป็น มือถือ แรม 3GB ระดับคุณภาพที่น่าสนใจไม่น้อย

Samsung Galaxy A6 มากับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.6 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอ 18.5:9 ความละเอียด 720x1480 พิกเซล พร้อมฟีเจอร์ Always On Display ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Exynos 7870ใช้ CPU octa-core Cortex-A53 ความเร็วในการประมวลผล 1.6GHz ด้านกราฟิกใช้ GPU รุ่น Mali-T830 MP1 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 (Oreo) มีแรม 3GB และ 4GB ให้เลือก หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB และ 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD card ถึง 256GB กล้องหน้าให้มา 16 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง แบตเตอรี่ความจุ 3000mAh ตัวเครื่องมีสี Black, Gold, Blue และ Lavender รุ่นนี้กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบดีไซน์ที่ลงตัวและฟีเจอร์การทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของยุคนนี้ได้เป็นอย่างดี

6.iPhone X

Apple iPhone X

Apple iPhone X

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 34,390 บาท

รุ่นนี้ต้องบอกว่าแทบจะไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันมากมาย เพราะเป็น มือถือ แรม 3GB ที่ครบถ้วนที่สุดก็ว่าได้ในกลุ่มนี้ แต่ราคาอาจจะโดดไปจากรุ่นอื่นพอสมควร ภาพจำของรุ่นนี้แน่นอนว่าคือรอยบากบนหน้าจอที่สร้างกระแสให้มีอีกหลายรุ่นจากหลายค่ายตามออกมา แต่ในเรื่องความปลอดภัยของ Face ID นั้น iPhone X คือรุ่นที่ถือว่าปลอดภัยที่สุดในตอนนี้

iPhone X มากับหน้าจอแบบ Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 1125x2436 พิกเซล 458 ppi อัตราสวนหน้าจอ 19.5:9 รองรับ Dolby Vision/HDR10 พร้อมกับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ที่สามารถกันน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที ด้านหน้าและด้านหลังมากับวัสดุกระจกส่วนกรอบเครื่องเป็นสแตนเลสสตีล รองรับการชาร์จแบบไร้สายและการชาร์จเร็ว Apple iPhone X ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Apple A11 Bionic Hexa-core 2.39GHz แรม 3 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64GB/256GB รุ่นนี้มากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ความจุ 2716mAh มีฟีเจอร์ Face ID ที่มีความปลอดภัยและรวดเร็วในอันดับต้นๆ ของโลก พร้อมลูกเล่นอย่าง Animoji ที่หลายคนชื่นชอบ และฟีเจอร์การทำงานที่ครบเครื่องสมฐานะตัวท็อปของปีที่ผ่านมาแม้จะถูกมองว่าราคาสูงไป แต่เมื่อเทียบกับคุณสมบัติแล้วก็ยังถือว่าคุ้มค่าน่าเป็นเจ้าของ

7.ASUS ZenFone Max Pro (M1)

ASUS ZenFone Max Pro (M1)

ASUS ZenFone Max Pro (M1)

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 5,650 บาท

สำหรับ ASUS ZenFone Max Pro (M1) คือ มือถือ แรม 3GB ที่สร้างชื่อให้ผู้ผลิตรายนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งก็ว่าได้ เพราะคุณสมบัติต่างๆ นั้นใช้งานได้ในหลายมิติตั้งแต่การถ่ายรูป เล่นโซเชียล หรือแม้กระทั่งใช้เล่นเกมหนักๆ รุ่นนี้ก็เอาอยู่ โดย ZenFone Max Pro (M1) มีการตัด ZenUI ออกไปแล้วใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ซึ่งหลายคนบอกว่าชอบเลยล่ะ แถมราคาของรุ่นนี้ก็ยังจับต้องง่ายขึ้นด้วย

ZenFone Max Pro (M1) ชูจุดเด่นด้วยแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 5,000mAh พร้อมระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จได้เต็มในเวลาเพียงแค่สองชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ซึ่งทางผู้ผลิตระบุว่าแบตเตอรี่ของรุ่นนี้สามารถเล่นเกม ROV และ Free Fire ได้นานถึง 11 ชม. ดู Game of Thrones จบ 2 ซีซั่นด้วยการชาร์จครั้งเดียว และดูหนังจาก Netflix กันได้ยาวๆ ถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว รุ่นนี้มากับขุมพลังคือชิปเซ็ต Snapdragon 636 octa-core ความเร็ว 1.8GHz มีแรม 3GB, 4GB และ 6GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB และ 64GB ส่วนระบบปฏิบัติการนั้นเป็น Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ให้ภาพที่คมชัดด้วยหน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด 1080x2160 พิกเซล (Full HD+) ส่วนระบบเสียงนั้นมากับ NXP Smart Amplifier พร้อมลำโพงแม่เหล็ก 5 ชิ้นที่ให้เสียงกระหึ่มกว่าเดิมถึง 41% สำหรับกล้องถ่ายรูปนั้นจะมาในสองรูปแบบตามรุ่นย่อยคือ รุ่น แรม 3GB และ 4GB จะมากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนรุ่น แรม 6GB จะมากับกล้องหลังคู่ความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สเปกต่างๆ ของรุ่นนี้ทำให้หลายคนเลี้ยวกลับมาหา ASUS อีกครั้งกันเลยทีเดียว

8.Nokia 6 (2018)

Nokia 6 (2018)

Nokia 6 (2018)

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 8,654 บาท

รุ่นนี้เป็น มือถือ แรม 3GB ที่ต่อยอดมาจากรุ่นพี่ที่เปิดตัวออกมาในปีที่แล้ว สเปกต่างๆ ถือว่าลงตัวขึ้นเยอะเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของความเร็วในการประมวลผลที่ทางบริษัทระบุว่าเร็วกว่ารุ่นแรกถึง 60% และที่ขาดไม่ได้ก็คือระบบเสียง Nokia OZO และเลนส์จาก Carl Zeiss ที่เป็นเหมือนคู่บารมีกันมาอย่างยาวนาน ภาพรวมของรุ่นนี้ต้องบอกว่าลงตัวทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ และยังขึ้นชื่อเรื่องความทนทานอีกด้วย

Nokia 6 (2018) มากับดีไซน์ตัวเครื่องที่ใช้วัสดุอลูมีเนียมชั้นดี มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้เลนส์กล้องและแฟลช LED โดย Nokia 6 (2018) มีหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว คมชัดในระดับ Full HD ความละเอียด 1080x1920 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 630 ใช้ CPU octa-core Cortex-A53 ความเร็ว 2.2GHz ด้านกราฟิกใช้ GPU รุ่น Adreno 508 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 (Oreo) มีแรม 3GB และ 4GB, พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 32GB และ 64GB รุ่นนี้ยังคงใช้กล้องหลังเลนส์ Carl Zeiss ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พ่วงมาด้วยระบบเสียง Nokia OZO รองรับ USB Type-C 1.0 รองรับการทำงานระบบ 2 ซิมการ์ด แบตเตอรี่ความจุ 3,000mAh มีระบบชาร์จเร็ว ที่สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลา 30 นาที ตัวเครื่องมาแบบทูโทนคือ สีดำ, สีเงิน ถ้าคุณเป็นคนรัก Nokia รุ่นนี้คือตัวเลือกในช่วงราคาที่โดนใจอย่างแน่นอน

9.iPhone 8 Plus

Apple iPhone 8 Plus

Apple iPhone 8 Plus

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 23,000 บาท

ตัวท็อปของค่ายผลไม้ประจำปี 2017 ที่พกพาเอาคุณสมบัติที่โดดเด่นสมฐานะของผู้ผลิตเบอร์ต้นๆ ของโลก รุ่นนี้มีทั้งฟีเจอร์การทำงานที่ครบถ้วนตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ องค์ประกอบต่างๆ ถือว่าลงตัวจนสามารถขโมยซีนรุ่นท็อปอย่าง iPhone X ได้เลยทีเดียว ซึ่งในกลุ่ม มือถือ แรม 3GB นั้นต้องบอกว่านี่คือรุ่นระดับแถวหน้าเลยล่ะ

iPhone 8 Plus มาพร้อมกับหน้าจอ Retina HD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1080x1920 พิกเซล พร้อมวัสดุตัวเครื่องที่แข็งแกร่งขึ้นคืออลูมีเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานอวกาศกระจกที่ใช้ก็มีความแข็งแรงทนทาน และยังรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 สามารถกันน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที iPhone 8 Plus มาพร้อมกับขุมพลังคือชิปเซ็ต Apple A11 Bionic แบบ 6 แกน ที่แรงกว่า Apple A10 ถึง 25% รุ่นนี้มีแรม 3GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB และ 256GB รองรับเทคโนโลยี AR หรือ Augment Reality รวมถึงรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging และการชาร์จแบบเร็วที่สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลา 30 นาที iPhone 8 Plus มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น พร้อมไฟแฟลชแบบ Quad LED True Tone และโหมดการถ่ายภาพ Portrait Lighting ที่สามารถปรับแสงได้ถึง 5 ระดับด้วยกัน ด้านการบันทึกวีดีโอสามารถบันทึกวีดีโอระดับ 4K ที่ 60fps และวีดีโอแบบสโลโมชั่นความละเอียด Full HD ที่ 240fps ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 7 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวีดีโอได้ในระดับ Full HD สีสันที่มีให้เลือกคือ Gold, Space Gray, Silver และสีพิเศษคือสีแดง

10.Vivo Y71

Vivo Y71

Vivo Y71

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 4,350 บาท

มือถือ แรม 3GB รุ่นสุดท้ายที่เรานำมาแนะนำกันในรอบนี้ก็คือ Vivo Y71นางฟ้าเนื้อในแน่นจากผู้ผลิตที่ขึ้นชื่อด้านการเซลฟี่ โดยแม้ว่า Vivo Y71 จัดอยู่ในกลุ่ม Entry-level ราคาคุ้มค่าแต่สเปกที่จัดมาก็ถือว่าไม่หวงของแม้แต่น้อย

Vivo Y71 มากับตัวเครื่องแบบโลหะ Unibody มีหน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ขนาด 5.99 นิ้ว คมชัดในระดับ HD+ ความละเอียด 720x1440 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ดีไซน์การออกแบบยังคงงดงามตามแบบฉบับของผู้ผลิตรายนี้ สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือรุ่นนี้มีการตัดเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือออกไปแล้วหันมาใช้ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า (Face Unlock) เพียงอย่างเดียว ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกๆ ของค่ายนี้ก็ว่าได้ รุ่นนี้มีหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 450 ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 14 นาโนเมตร มี แรม 3GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 16GB สามารถเพิ่มได้ด้วยการ์ด microSD รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Funtouch OS รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด แบตเตอรี่มีความจุ 3,360 mAh ตัวเครื่องมีสีดำ และ สีทอง ในกลุ่มราคาเดียวกันรุ่นนี้จัดว่าเป็น มือถือ แรม 3GB ที่น่าสนใจในอันดับต้นๆ ของตอนนี้เช่นกัน

สำหรับ มือถือ แรม 3GB ที่เรานำมาอัพเดตให้ได้รู้จักกันทั้ง 10 รุ่นนี้ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละรุ่น รวมถึงเปรียบเทียบราคาที่ถูกที่สุดในประเทศไทยได้จากหน้าเว็บไซต์ของเราครับ ถูกใจรุ่นไหนก็คว้ามาเป็นเจ้าของกันได้เลย