เปรียบเทียบคะแนนสะสมของบัตรเครดิต

คนที่ใช้บัตรเครดิตคงรู้ข้อดีของบัตรเครดิตที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างนอกเหนือจากการใช้แทนเงินสดเพื่อรูดสำหรับจ่ายค่าสินค้าหรือบริการและได้รับเครดิตสูงสุดถึง 55 วัน เป็นระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยแล้ว คะแนนสะสมรีวอร์ด การแลกของรางวัล

คนที่ใช้บัตรเครดิตคงรู้ข้อดีของบัตรเครดิตที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างนอกเหนือจากการใช้แทนเงินสดเพื่อรูดสำหรับจ่ายค่าสินค้าหรือบริการและได้รับเครดิตสูงสุดถึง 55 วัน เป็นระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยแล้ว ยังมีในเรื่องของคะแนนสะสมตามยอดการใช้จ่ายหรือที่เราเรียกกันว่า รีวอร์ด เป็นคะแนนที่จะค่อย ๆ สะสมเข้าบัญชีบัตรเครดิตของเรามากขึ้นตามยอดการใช้จ่ายของเรา คะแนนนี้เจ้าของบัตรมีสิทธิ์ที่จะแลกคะแนนเป็นของรางวัลที่แต่ละธนาคารกำหนดออกมา รางวัลก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบตามความชอบของเจ้าของคะแนน อาจเป็นในรูปของเงินสดเครดิตคืนเข้าบัญชี แลกของรางวัลในหมวดต่าง ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า Voucher แทนเงินสดของร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วหนัง หรือแลกคะแนนเพื่อเป็นส่วนลดต่าง ๆ เป็นต้น

ปกติคะแนนจะคิดจากยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรของเรา คะแนนที่สะสมจะมาจากยอดเท่าไหร่ก็แตกต่างกันไปในแต่ละบัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร การแลกของรางวัลก็เช่นเดียวกันจะใช้คะแนนเท่าไหร่ในการแลกของอะไรก็มากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร ส่วนใหญ่คะแนนของบัตรเครดิตจะคิดจากยอดใช้จ่ายทุก 25 บาท จะได้ 1 คะแนน นี่เป็นมาตรฐานของการให้คะแนนสำหรับบัตรเครดิตทั่วไป แต่ธนาคารส่วนใหญ่ก็จะพยายามออกบัตรที่เน้นในเรื่องของคะแนนสะสมนี้ ให้คะแนนสะสมมากกว่ามาตรฐานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ถือบัตรที่ต้องการบัตรที่ให้แต้มสะสมมากเพื่อได้เครดิตเงินคืน ได้ส่วนลดหรือได้ของรางวัล

วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันว่าบัตรเครดิตในปัจจุบันนั้นมีบัตรใดบ้างที่มีจุดเด่นในเรื่องของคะแนนสะสมนี้บ้าง ส่วนใหญ่ที่ยกมาในวันนี้จะเป็นบัตรที่ให้คะแนนสะสมเป็น 2 เท่าจากบัตรปกติ

บัตรที่ยอดการใช้จ่ายทุก 10 บาท ให้ 1 คะแนน

  1. TMB So Fast Platinum บัตรทีเอ็มบี โซ ฟาสต์ โดยจะจำกัดคะแนนสูงสุดที่ 20,000 คะแนน/บัตร/รอบบัญชี
  2. TMB Royal Top Brass บัตร ทีเอ็มบี รอยัล ท็อป บราส

หากต้องการเปรียบเทียบคะแนนสะสมว่าบัตรใดให้มากหรือน้อย เราจะดูแต่แต้มที่ได้จากทุกยอดใช้จ่ายอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องดูแต้มที่เราจะต้องใช้แลกรางวัลด้วย หากเราได้คะแนนมาง่าย แต่เวลาแลกรางวัลต้องใช้คะแนนที่มีอยู่มากกว่าในการแลก บัตรที่เราถืออยู่ก็อาจไม่ได้ดีกว่าในเรื่องของคะแนนสะสมก็ได้ ดังนั้นต้องดูทั้งสองอย่างควบคู่กันไป ยกตัวอย่างกรณีที่ให้ 1 คะแนนสำหรับทุกยอดใช้จ่าย 10 บาท หรือทุก 2 คะแนน สำหรับยอดใช้จ่าย 20 บาท จะถือว่าเท่ากันก็มาดูตอนใช้คะแนนแลกรางวัลเพื่อเปรียบเทียบ เอาให้ง่ายก็เลือกแบบแลกเป็นเครดิตเงินคืนเข้าบัญชีให้เหมือนกันจะได้เปรียบเทียบกันได้ อย่างของ TMB ปัจจุบันใช้คะแนน 5,000 คะแนน ในการแลกเครดิตเงินคืน 500 บาท (จะเปลี่ยนเป็น 7,500 คะแนน แลก 500 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป) ในขณะที่ SCB ใช้คะแนน 13,000 คะแนน แลก 1,000 บาท (หากแลกคะแนนออนไลน์จะใช้เพียงแค่ 12,000 คะแนนเท่านั้น) หากเทียบแบบนี้ก็จะเห็นว่าของปัจจุบันบัตรของ TMB ดีกว่า เนื่องจากใช้คะแนนเพียง 10 คะแนน ในการแลกเงินคืน 1 บาท ในขณะที่ SCB ต้องใช้ 12 หรือ 13 คะแนนในการแลกเงินคืน 1 บาท แต่หลังจากเดือนกรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป ต้องใช้คะแนน TMB 15 คะแนนในการแลกเงินคืน 1 บาท ตอนนั้นก็ถือว่าของ SCB ดีกว่า

บัตรที่ยอดการใช้จ่ายทุก 20 บาท ให้ 2 คะแนน

  1. SCB Sansiri Platinum บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ แสนสิริ แพลทินัม ยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อใช้จ่ายมากกว่า 100,000 บาท/ปี
  2. SCB Ultra Platinum Card บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ อัลตร้า แพลทินัม
  3. SCB Beyond Platinum บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บียอนด์ แพลทินัม
  4. SCB First บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ เฟิร์ส
  5. Standard Chartered VISA Platinum Elite บัตรวีซ่า แพลทินั่ม อีลิท แต่บัตรนี้ยกเว้นคะแนนสะสม 2 เท่า สำหรับยอดใช้จ่ายที่ปั๊มน้ำมัน

ที่อยากเน้นในเรื่องของการแลกคะแนนสะสมเป็นของรางวัลเพื่อการเปรียบเทียบด้วย ก็เนื่องจากหากเราดูแค่เฉพาะคะแนนที่ได้จากยอดใช้จ่ายบัตรของบางธนาคารถือว่าน่าสนใจมาก แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบแบบที่แสดงให้เห็น ก็ถือว่าไม่ได้ต่างจากบัตรอื่น ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างบัตรเครดิตของ Bank of China ที่ให้คะแนนสูงถึง 2 คะแนนต่อทุกยอด 5 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตร หากดูเพียงแค่นี้ก็ชนะทุกบัตรที่คุยกันมาข้างต้น เพราะหากรูด 50,000 บาท ก็จะได้คะแนนถึง 20,000 คะแนน แต่เวลาที่นำคะแนนไปแลกเป็นของรางวัล สมมติเป็นเงินเครดิตคืนเพื่อให้เปรียบเทียบกันได้ บัตร Bank of China ต้องใช้คะแนนสูงถึง 5,000 คะแนน ในการแลกเงินคืน 100 บาท หมายถึง 20,000 คะแนน ก็จะได้ 400 บาท เท่ากับบัตร KBank และไม่ได้ดีกว่าบัตร SCB, TMB หรือ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด อย่างที่เห็นตอนได้แต้มในตอนแรก

บัตรที่ยอดการใช้จ่ายทุก 25 บาท ให้ 2 คะแนน

  1. KBank UnionPay Classic บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์คลาสสิก กสิกรไทย
  2. KBank UnionPay Gold บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ทอง กสิกรไทย
  3. KBank UnionPay Platinum บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์แพลทินัม กสิกรไทย

ส่วน KBank ที่ใช้คะแนน 1,000 คะแนน ในการแลกเครดิตเงินคืน 100 บาท แต่ตอนได้คะแนนได้ 2 คะแนน จากยอดใช้จ่าย 25 บาท สมมติเทียบกับบัตร SCB ก็ต้องเทียบทั้ง 2 อย่าง คือ ตอนได้คะแนนกับตอนแลกรางวัล สมมติว่าเรารูดบัตรจำนวน 50,000 บาท หากใช้บัตร KBank เราก็จะได้ 4,000 คะแนน เมื่อแลกคืนเป็นเครดิตเงินสดก็จะคิดเป็นมูลค่า 400 บาท หากใช้บัตร SCB จะได้ 5,000 คะแนน และตอนแลกเป็นเครดิตเงินสด ก็จะได้ประมาณ 417 บาท มากกว่า KBank เล็กน้อย หากยอดการใช้จ่ายยิ่งมาก ตัวเลขที่ต่างตรงนี้ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นไปด้วย ส่วนบัตรของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดก็ใช้ 10 คะแนน ในการแลกเงินคืน 1 บาท ก็จะเหมือนกับบัตร TMB ในปัจจุบัน

ผู้เขียนเขียนเพื่อเป็นการคำนวณคะแนนสะสมในเชิงตัวเลขเพื่อให้เห็นว่าบัตรเครดิตใดมีความคุ้มค่ามากกว่ากันเท่านั้น แต่ในเรื่องของคะแนนสะสมก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ถือเป็นปัจจัยในการสร้างความพึงพอใจให้กับเจ้าของบัตร ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของของรางวัล ของรางวัลที่ตรงกับความชอบและไลฟ์สไตล์ส่วนบุคคล หรือการบริการที่รวดเร็วจากการแลกของรางวัล ทางเลือกที่ให้แลกของรางวัลได้ บางที่ต้องกรอกแบบฟอร์มส่งไป บางที่สะดวกมีให้แลกแบบออนไลน์แถมใช้คะแนนน้อยกว่าด้วย ซึ่งบางครั้งก็อาจวัดไม่ได้ด้วยความคุ้มค่าที่เป็นตัวเลขเพียงอย่างเดียว