Microsoft ได้รับสิทธิบัตรปากกา Surface Pen ที่จะมาพร้อมไฟ LED แสดงสถานะตามสีต่างๆ

ทีมงานวิจัยและพัฒนาของบริษัท Microsoft ได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรปากกา Surface Pen ที่สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้ด้วยไฟ LED สีต่างๆ เรียบร้อยแล้ว

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทางบริษัท Microsoft ได้วางตำแหน่งของตัวเองในตลาดเป็นผู้ผลิตสินค้าระดับพรีเมี่ยมสำหรับตลาดบน โดยอุปกรณ์ Windows เหล่านั้นถูกเปิดตัวออกมาภายใต้ชื่อไลน์สินค้า Surface และล่าสุดเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทางบริษัท Microsoft ก็ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรปากกา Surface Pen ซึ่งมีความพิเศษที่มันสามารถแสดงไฟแจ้งเตือนหลากสีสันผ่านไฟ LED ที่ติดตั้งมาบนปากกาด้ามนี้ด้วย

สำหรับนวัตกรรมล่าสุดที่ทาง Microsoft เพิ่งจะส่งมันออกสู่ตลาดก็คือ Surface Dial ขณะเดียวกันทางทีมวิจัยและพัฒนาทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของบริษัทก็ไม่ได้หยุดยั้ง ล่าสุดปากกา Surface Pen ก็คือนวัตกรรมใหม่ของบริษัท โดยได้ใส่ไฟ LED แบบเปลี่ยนสีได้ไว้ที่ตัวปากกา โดยในการยื่นขอจดทะเบียนได้ขอจดทั้งแบบติดตั้งไฟ LED แบบเปลี่ยนสีได้ที่ปลายปากกา-กลางตัวปากกาและที่หัวของตัวปากกา ซึ่งมีหน้าที่แสดงผลสถานะการทำงานของตัวเครื่องที่มันทำงานและเชื่อมต่อด้วย

โดยนวัตกรรมปากกา Surface Pen แบบมีไฟ LED เปลี่ยนสีได้ที่ตัวปากกานี้ทางทีมงานของ Microsoft ได้ยื่นขอตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2017 แล้ว เป็นเวลาปีกว่าจึงได้รับการขึ้นทะเบียน ซึ่งสำหรับการในงานแสดงผลขั้นพื้นฐานสำหรับไฟ LED ที่ติดตั้งมาที่ปลายปากกา มันจะแสดงไฟ LED เป็นสีเดียวกับสีที่กำลังใช้งานวาดหรือเขียนอยู่ ขณะที่ลักษณะการใช้งานอื่นๆที่เป็นขั้นสูงก็จะเป็นดังเช่นที่กล่าวไปด้านบนว่าจะมันจะทำงานซิงค์กับอุปกรณ์ที่ใช้งานด้วยเพื่อแสดงสีไฟออกมาเป็นสีต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนแบตเตอรี่ใกล้จะหมด รวมทั้งแจ้งเตือนการใช้งานต่างๆของอุปกรณ์ในตระกูล Surface เช่น แจ้งเตือนข้อความเข้า, อีเมลเข้า, และการแจ้งเตือนของแอพพลิเคชั่นในรูปแบบต่างๆ ด้วยสีสันที่แตกต่างกันไป

เห็นเงียบๆ แต่ทางทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัท Microsoft ก็ไม่ได้อยู่นิ่งนะจ๊ะ ยังคอยพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆตลอดเวลา แม้แต่เรื่องเล็กที่ แบรนด์อื่นๆอาจจะมองข้ามไป เพราะว่าปากกาที่ใช้สำหรับอุปกรณ์สมาร์ทนั้นมีขนาดเล็กและไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญ แต่ทีมงานของ Microsoft ใส่ใจและคิดว่ามันควรจะทำอะไรได้มากกว่าเป็นสื่อในการสื่อสารกับตัวเครื่องอย่างการเขียนหรือการวาดเท่านั้น เราคงจะต้องรอติดตามกันต่อไปว่า หลังจากที่ได้รับการรับรองสิทธิบัตรแล้ว เราจะได้เห็นนวัตกรรมนี้เร็วๆนี้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป