Nissan เปิดตัวรถคอนเซ็ต์รุ่น Vmotion 2.0 ซึ่งได้รับรางวัล Best Concept Vehicle ด้วย

รถยนต์คอนเซ็ปต์รุ่นใหม่ Nissan Vmotion 2.0 ได้รับสองรางวัลจากงานมอเตอร์โชว์ในดีทรอยปี 2017 นี้ มั้งได้ด้านการออกแบบและการใช้สี-กราฟฟิคและการใช้วัสดุ

Nissan แบรนด์ผู้พัฒนาและผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ล่าสุดได้เปิดตัวรถยนต์คอนเซ็ปต์ในชื่อรุ่น Vmotion 2.0 ในงาน "North American International Auto Show (NAIAS)" ที่จัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา โดยมันเป็นรถยนต์แบบซีดานที่ได้รับรางวัล Best Concept Vehicle ในด้านการออกแบบดีไซน์จากงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งก็ทำให้เรียกสายตาของผู้เข้าชมงานได้เป็นจำนวนมาก

โดยรถยนต์รุ่น Vmotion 2.0 นี้เป็นรถยนต์ดีไซน์อนาคต ที่จะเป็นตัวกำหนดเทรนด์การออกแบบรถยนต์ของแบรนด์ Nissan แบบซีดานในรุ่นต่อไป เช่นรุ่น Altima ที่จะแสดงถึงความดุดันและการออกแบบที่ไม่ธรรมดาที่การออกแบบภายนอก ส่วนของเลเอ้าท์การออกแบบรถยนต์รุ่นนี้น่าจะเป็นชาเลนจ์ที่ดีให้กับคู่แข่งรายอื่นในตลาดเดียวกันอย่างแบรนด์ Toyota และ Mazda

ซึ่งนอกจากรางวัล Best Concept Vehicle ก็ยังได้รับรางวัล Best Innovative Use of Color, Graphics และ Materials หรือก็คือรางวัลที่ให้กับการใช้สี,กราฟฟิคและการใช้วัสดุยอดเยี่ยม ซึ่งทางตัวแทนจากบริษัท Nissan Motor Co., Ltd คุณ Mamoru Aoki ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนงานออกแบบในส่วนของ "Nissan Global Design Strategy" กล่าวว่ารางวัลนี้ถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจให้กับเหล่านักออกแบบของเราที่ได้สร้างสรรค์และออกแบบรถยนต์ที่จะกลายมาเป็นทิศทางใหม่ของรถยนต์ซีดานของบริษัทในอนาคต เป็นยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ไม่มีข้อจำกัดของ Nissan อีกด้วย

โดยสำหรับในรถรุ่น Nissan Vmotion 2.0 นี้จะเป็นการออกแบบที่เน้นไปที่ "V-motion" ดังจะเห็นได้จากที่เนหน้าของตัวรถที่จะมีตัว "V" ตัวใหญ่ๆที่เป็นสัญลักษณ์ที่เราจะได้เห็นในรถของ Nissan การเลือกสีเงินแบบ "Silver Copper" และการผสมผสานสีของมันกับวัสดุอื่นๆดูลงตัวและยังเพิ่มลายเส้นและเลเอ้าท์ที่ดูโฉบเฉี่ยวสวยงามให้กับรถยนต์รุ่นนี้ด้วย

นอกจากความโดเด่นในเรื่องการออกแบบและดีไซน์แล้วรถยนต์ Nissan Vmotion 2.0 รุ่นนี้ยังมีความเจ๋งในเรื่องของเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility เช่นในส่วนของการช่วยขับขี่อัตโนมัติอย่าง ProPilot ที่สามารถช่วยขับขี่ในทุกสภาพการจราจรไม่ที่ได้จำกัดแค่เพียงการขับบนถนนไฮเวย์เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการขับรถในเมืองที่การจราจรติดขัดและการข้ามแยกไฟแดงอีกด้วยซึ่งถือว่าอัจฉริยะมากๆ