Honda Connect เทคโนโลยีเพื่อคุณ กับความล้ำหน้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ยุคใหม่

Honda ได้มีการจัดทำแอพฯ Honda Connect เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ ของรถ Honda และการขับขี่ เพื่อนำมาเติมเต็มความสะดวก สบายและปลอดภัยกับการเป็นหนึ่งในครอบครัว Honda

ปัจจุบันเราได้ก้าวเข้าสู่ยุค IoT หรือ Internet of Things อย่างแท้จริงแล้ว ยุคนี้เป็นยุคที่มนุษย์เรามีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เราสามารถที่จะสั่งการอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ผ่านทางการเชื่อมต่อที่รวดเร็วขึ้นอาทิเช่น การสั่งเครื่องปรับอากาศให้เปิดไว้ล่วงหน้าก่อนที่เราจะเข้าบ้าน เมื่อเราถึงบ้านอุณหภูมิภายในบ้านก็จะเย็นสบายทันที เป็นต้น และตอนนี้ทาง Honda ก็ไม่พลาดที่จะนำทุกท่านเข้าสู่ยุค IoT ด้วยเช่นกัน โดยทาง Honda ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ขึ้นมาเพื่อสร้างความสะดวก สบาย และความปลอดภัยให้กับลูกค้าของ Honda ซึ่งก็คือ Honda Connect ที่เราจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกัน

Honda Connect คือ แอพพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ของ Honda โดยสามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android หลักการทำงานของแอพฯ Honda Connect จะทำงานร่วมกันกับกล่อง TCU (Telematics Control Unit) ที่จะติดตั้งไว้กับตัวรถ แล้วทำการเก็บข้อมูลต่างๆ ส่งไปยัง Cloud เพื่อจัดเก็บและประมวลผลกลับมายังแอพฯบนมือถือ

ฟังก์ชั่นการทำงานของ Honda Connect

ฟังก์ชั่นแรกคือ สถานะรถยนต์ ที่จะแสดงถึงสถานะต่างๆ ของรถว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ หากมีสิ่งใดผิดปกติจะได้สามารถนำเข้าแก้ไขได้ทันที สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำหรับฟังก์ชั่นนี้คือ สถานะถุงลมนิรภัย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยมีการจุดระเบิดขึ้น จะมีการส่งสัญญาณไปยัง Call center เพื่อติดต่อให้ความช่วยเหลือได้โดยทันที

ฟังก์ชั่นที่ 2 คือ ข้อมูลการขับขี่ โดยจะเป็นการเก็บข้อมูลการขับขี่เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระยะทาง เวลาที่ขับ ความเร็วที่ใช้ เส้นทางการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถแชร์เส้นทางการเดินทางไปยัง Facebook พร้อมแนบรูปได้อีกด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนยุคนี้อย่างแท้จริง

ฟังก์ชั่นที่ 3 การแสดงพิกัดรถยนต์ เรียกได้ว่าเป็นอีกฟังก์ชั่นที่เพิ่มความอุ่นใจให้ท่านได้อย่างแน่นอน เมื่อรถยนต์ของท่านหาย สามารถที่จะกดเพื่อให้ TCU ส่งพิกัดรถของท่านมายัง E-mail ที่ท่านตั้งค่าไว้ เพื่อตามหารถได้ทันเวลา ไม่ต้องเป็นกังวลกับการถูกตัดสายแบตฯแล้วจะไม่สามารถส่งพิกัดได้นะครับ เพราะเจ้ากล่อง TCU สามารถสำรองไฟได้ถึง 1 วันกันเลยทีเดียว

ฟังก์ชั่นสุดท้ายคือ SOS ซึ่งสามารถเลือกแล้วโทรติดต่อไปยังศูนย์บริการ Honda, บริษัทประกันภัย, สถานีตำรวจ, รถพยาบาลและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่เราสามารถตั้งค่าเบอร์ติดต่อเหล่านี้เอาไว้ได้ เมื่อเกิดเหตุเพียงแค่เลือกและกดโทร ก็จะเป็นการติดต่อไปขอความช่วยเหลือทันที นอกจากฟังก์ชั่นหลักๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่ช่วยตอบโจทย์การขับขี่ของยุคนี้ได้เป็นอย่างดีและจะยังคงถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับรุ่นรถที่สามารถติดตั้งกล่อง TCU นี้ได้มีด้วยกัน 12 รุ่นได้แก่ BRIO (2016-2017), BRIO AMAZE (2016-2017), CITY (2014-2017), JAZZ (2014-2017), MOBILIO (2014-2017), BR-V (2016-2017), CIVIC (2012-2017), CIVIC HATCHBACK (2012-2017), HR-V (2015-2017), CR-V (2012-2017), Accord (2013-2017) และ ODYSSEY (2014-2017)

ใครที่สนใจสามารถนำรถยนต์ของท่านไปติดตั้งเทคโนโลยีใหม่นี้ได้ที่ศูนย์ Honda โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียง 5,900 บาทเท่านั้น เพราะตอนนี้ทาง Honda ใจดี ฟรีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและค่าสัญญาณเครือข่ายส่งข้อมูลรายปี ฟรีถึง 2 ปีอีกด้วย แบบนี้ต้องรีบพารถของตัวเองไปเป็นครอบครัว Honda กันแล้วล่ะครับ