เปลี่ยนแผน! Google ตั้งบริษัท 'Waymo' สานต่อรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving)

ถือเป็นยนตรกรรมแห่งอนาคตสำหรับรถยนต์อัจฉริยะที่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง โดยในส่วนของ ค่าย Google เริ่มมีการขยับขยายอีกครั้งแล้ว

ช่วงหลายปีมานี้เราได้เห็นข่าวของรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองหรือ Self-Driving Car ออกมาจากผู้ผลิตหลายๆรายหนึ่งในนั้นก็คือ Google นั่นเอง ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเราได้ยินกระแสข่าวที่ระบุว่าทางบริษัท Google อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแผนการผลิตโดยแทนที่จะเน้นผลิต Self-Driving Car แบบทั้งคัน อาจจะเบนเข็มไปผลิตซอฟแวร์เพื่อการขับเคลื่อนแทน ถึงแม้ว่าจะมีการนำรถต้นแบบออกมาทดสอบวิ่งแล้วก็ตาม แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจอาจจะต้องปรับแผนเพื่อให้โครงการนี้ดำเนินไปในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

โดยต่อกรณีนี้เหมือนจะมีความชัดเจนออกมาแล้วครับเพราะล่าสุดทางบริษัท Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของทาง Google ได้จัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาในชื่อ"Waymo" ซึ่งจะดำเนินการสานต่อโครงการ Self-Driving Car ของบริษัท นั่นหมายความว่าเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เราจะไม่ได้เห็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่มีตราของ Google ออกมาวิ่งบนท้องถนน ซึ่งการแถลงข่าวนี้นักวิเคราะห์มองว่าเราอาจจะได้เห็นยนตรกรรมใหม่นี้ออกสู่ตลาดเร็วขึ้น เพราะการแยกบริษัทออกมาย่อมทำให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้นรวมทั้งยังเน้นไปที่สายงานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

สำหรับบริษัทใหม่อย่าง "Waymo"จะขึ้นตรงกับทางบริษัทแม่โดยมี John Krafcik นั่งแท่นซีอีโอของบริษัทใหม่นี้ โดยเขากล่าวว่าบริษัทใหม่นี้ ถึงแม้ว่าก้าวต่อไปของการทำงานอาจจะไม่มีการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบทั้งคันอีกแล้ว แต่องค์ความรู้ที่ถูกพัฒนามาจะยังคงอยู่ เพราะระบบดังกล่าวนี้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและได้รับการทดสอบการใช้งานจริงมาแล้วกว่า 2 ล้านไมล์ และกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบในระยะต่อไป ซึ่งระบบ Self-Driving Car นี้ได้รับการทดสอบแล้วว่าจะเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนได้มากขึ้น

และเพื่อยืนยันต่อระบบความปลอดภัยทางบริษัทได้มีการโชว์การทำงานโดยให้ชายตาบอดคนหนึ่งชื่อ Steve Mahan เป็นผู้ใช้งานรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งซอฟแวร์ของบริษัทสามารถทำงานช่วยเหลือผู้ใช้รายนี้ได้เป็นอย่างดี โดย Self-Driving Car นี้เคยนำมาวิ่งจริงเพื่อทดสอบบนท้องถนนในรัฐ Texas มาแล้ว

John Krafcik ยังระบุว่าทางบริษัทจะมีการพัฒนาซอฟแวร์เพื่อต่อยอดไปใช้ในด้านอื่นๆเช่น การขนส่ง หรือ ระบบการใช้งานแบบ Car Sharing ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่ถือเป็นการเผยแนวทางที่ชัดเจนของบริษัทที่หลายคนกำลังจับตามองว่าทิศทางของบริษัทยักษ์ใหญ่นี้จะก้าวไปทางใด เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามในที่สุดมันจะส่งผลต่อเทคโนโลยีรถยนต์ขับเคลื่อนๆอัตโนมัติของโลกในอนาคตอีกด้วย เรื่องรถวิ่งได้เองคงไม่ใช่แค่จินตนาการในหนังอีกต่อไปแล้วครับ รอแค่ว่ามันจะล้ำแค่ไหนและใช้งานได้เต็มรูปแบบเมื่อไหร่เท่านั้นเอง