เมื่อระบบปฏิบัติการที่เร็วที่สุดคือ MIUI 9 ถูกนำมาใช้ในซุปเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดอย่าง NIO EP9

โลกแห่งยนตรกรรรมในอนาคต คือการเชื่อมต่อเทคโนโลยีต่างๆ ละเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ามาไว้ในรถยนต์โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะออกมาวิ่งบนท้องถนนมากขึ้น และนี่คือพันธมิตรที่น่าจับตามองอีกคู่หนึ่ง

เริ่มได้เห็นการนำรถยนต์ต้นแบบที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตผ่านระบบปฏิบัติการจากหลายค่ายออกมาทดสอบวิ่งบนท้องถนนกันไปบ้างแล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองจะกลายเป็นสิ่งคุ้นชินที่เราได้เห็นกัน และเมื่อพูดถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความเร็วในระดับสุดยอดของโลกก็คงต้องพูดถึง NIO EP9 จากค่าย NIO ซึ่งเป็นบริษัทลูกของผู้ผลิตรายใหญ่สัญชาติจีนอย่าง NextEV ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วและสร้างความฮือฮาให้กับวงการลดยนต์ได้ไม่น้อย ล่าสุดมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเพราะมีการเผยภาพทีเซอร์ที่ระบุว่า NIO EP9 ซุปเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้จะมีการนำระบบปฏิบัติการ MIUI 9 จากบริษัท Xiaomi มาใช้เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการขับขี่ เรื่องนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

สิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจก็คือระบบปฏิบัติการ MIUI 9 ที่ทาง Xiaomi เพิ่งเปิดตัวออกมาเมื่อไม่นานนี้มาพร้อมกับความสามารถที่จะตอบโจทย์การใช้งานได้หลายส่วนทั้งในเรื่องของการเป็นที่ปรึกษาอัจฉริยะส่วนตัวหรือ Smart Assistant ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับรถยนต์จะช่วยให้การใช้งานคำสั่งต่างๆ ทำได้หลายหลายขึ้น เช่นการค้นหาข้อมูลต่างๆ การวิเคราะห์เส้นทางหรือสภาพอากาศขณะขับขี่ การแจ้งเตือนตารางนัดหมายต่างๆ หรือการเล่นคอนเท้นต์ที่ผู้ใช้โปรดปรานได้อย่างอัตโนมัติ เป็นต้น โดย ระบบปฏิบัติการ MIUI 9 มีการปรับปรุงให้มีความเร็วและมีความเสถียรมากขึ้นจากรุ่นก่อนๆ เรียกว่าไม่แพ้ค่ายอื่นเลยทีเดียว และเมื่อมันถูกนำมาใช้งานในซุปเปอร์คารพลังงานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกตอนนี้อย่าง NIO EP9 จึงถือเป็นเรื่องที่คู่แข่งและคนที่สนใจเรื่องรถยนต์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ NIO EP9 ได้รับการทดสอบมาก่อนหน้านี้ว่าสามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 2.7 วินาทีเท่านั้น ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับสนามแข่งมาใช้ให้กำลังแรงม้าถึง 1,360 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 313 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว โดยความร่วมมือของสองบริษัทนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องเกินคาดเพราะทาง Xiaomi เองนั้นก็ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของ NIO ด้วยเช่นกัน มารอดูว่าเมื่อมีการนำมาใช้งานจริง NIO EP9 ที่ขับเคลื่อนด้วย MIUI 9 จะทรงประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีกแค่ไหน เรื่องนี้ต้องเกาะขอบสนามรอดูเลย