ถอดชิ้นส่วน Xiaomi Redmi Note 4 สำรวจกันชิ้นต่อชิ้น

มารู้จักกับ Xiaomi Redmi Note 4 แบบลึกจัดชัดจริง มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผลแบบ Deca-Core (10-Core) และคุณสมบัติตัวเครื่องที่นับว่าคุ้ม!

6/2/2017

หลังจากที่ Xiaomi Redmi Note 4 ได้เปิดตัวที่ประเทศอินเดียไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็สามารถทำยอดขายได้กว่า 250,000 เครื่องในอินเดีย หมดภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น! โดยเหตุผลที่ยอดขายถล่มทลายนี้อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนชิปเซ็ตจาก MediaTek Helio X20 เวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายในประเทศจีน มาเป็น Qualcomm Snapdragon 652 รวมไปถึงการออกแบบที่เพรียวบาง และราคาที่ไม่แพง โดยราคาเริ่มต้นที่ 9,999 รูปีอินเดียหรือประมาณ 5,190 บาทเท่านั้น

และด้วยความยอดฮิตที่ว่ามานั้น ทาง FoneArena จึงได้ทำคลิปวิธีการถอดชิ้นส่วนตัวเครื่องของ Xiaomi Redmi Note 4 ที่มีความคล้ายกับ Redmi Note 3 ออกมาสำรวจกันให้สาแกใจกันไปเลย! แต่ก่อนอื่นเรามาทบทวนสเปคของเจ้ารุ่นนี้กันสักนิดกันก่อนดีกว่า

เริ่มจากดีไซน์ที่ไม่หวือหวา แต่เรียบหรูดูดีตามแบบฉบับของ Xiaomi ด้วยบอดี้โลหะชิ้นเดียวดูสวยงามแต่ตัดขอบแบบแชมเฟอร์ พร้อมเพิ่มความโค้งมนให้หยิบจับกระชับมือขึ้นกว่าเดิม มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD ที่ให้สีสันและความคมชัดได้ไม่เบา เพราะเป็นหน้าจอแบบ IPS ซึ่งจะถูกครอบด้วยกระจกโค้งแบบ 2.5D ให้สัมผัสของความโค้งมนมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ส่วนทางด้านล่างหน้าจอจะยังคงใช้งานปุ่มกดแบบ Capacitive ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Recent Apps, Home หรือ Back ซึ่งของรุ่นนี้จะมีไฟมาให้ด้วย ไม่ต้องกลัวมองไม่เห็นเวลาใช้งานในที่มืด

ด้านบนตัวเครื่องจะมีช่องเสียบสายแจ็คขนาด 3.5 มม. ถัดมาคือ IR Blaster ซึ่งจะเปลี่ยนมือถือของคุณให้กลายเป็นรีโมตคอนโทรลอุปกรณ์อื่นได้ง่ายๆ ขนาบข้างด้วยช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.ซึ่งสามารถนำหูฟังอื่นมาเสียบได้ เพราะไม่ได้แถม Small Talk มาให้ในกล่องนาจา ส่วนทางด้านขวาของตัวเครื่องจะเป็นปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่องและปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงตามมาตรฐานของมือถือทั่วไป ทีนี้มาถึงขั้นตอนถอดชิ้นส่วน โดยเริ่มจากการปิดเครื่องและถอดถาดซิมการ์ดไฮบริด ตามด้วยถอดฝาหลังออก โดยใช้แผ่นพลาสติกบางค่อยๆ แกะออกมาเพื่อป้องกันการชำรุดหรือเป็นรอย

จะเห็นได้ว่า Redmi Note 4 นี้ ยังคงใช้พอร์ตมาตรฐานแบบ Micro-USB อยู่เหมือนเดิม ไม่ได้อัพเกรดเป็น USB-C แต่อย่างใด ซึ่งบางคนก็บอกว่าหาสายมาเสียบใช้งานได้ง่ายเพราะใช้พอร์ตแบบเดิม แต่บางคนก็ขัดใจว่าควรจะอัพเกรดเป็นของใหม่ๆ ได้ แล้วอันนี้ก็คงแล้วแต่ความชอบ ส่วนด้านล่างตัวเครื่องนั้นจะเป็นลำโพงแบบ Mono ทางขวาเพียงด้านเดียว แต่ก็ให้เสียงที่ดังพอสมควรเลยล่ะ

มาที่แบตเตอรี่ จัดว่ามาตรฐาน กับความจุ 4,100 mAh สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน และในตัวเครื่องยังมีระบบประหยัดพลังงานให้เลือกใช้เพิ่มเติม แถมยังรองรับระบบการชาร์จเร็วผ่านเทคโนโลยี PumpExpress 2.0 ของ MediaTek อีกด้วย จัดว่าดี!

Xiaomi Redmi Note 4 รองรับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งแผงสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง ที่อยู่ถัดลงมาจากกล้องและแฟลชนี้ ผลิตโดยบริษัทของจีนนามว่า Goodix มาต่อที่กล้องกันเลย กล้องหน้าใช้เซ็นเซอร์จาก Samsung S5K5E8 5MP พร้อมความละเอียด 1.12 ไมครอนพิกเซล กล้องหลังเป็นของ Sony IMX258 13MP 1 / เซ็นเซอร์ 3.06 นิ้ว พร้อมความละเอียด 1.12 ไมครอนพิกเซลเช่นกัน โดยกล้องหลังจะมีแฟลชคู่อยู่ทางด้านล่าง ในส่วนของวิดีโอกล้องหลังนั้นสามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดได้เพียงแค่ระดับ Full HD 1080p เท่านั้น ในขณะที่หากคุณต้องการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion ก็ต้องปรับความละเอียดไปที่ HD 720p ก่อนถึงจะใช้งานได้ ส่วนกล้องหน้าวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ HD 720p

หลังจากที่ถอดชิ้นส่วนออกมาสำรวจจนรู้ไส้รู้พุงของเจ้า Xiaomi Redmi Note 4 กันแล้ว จะเห็นได้ว่าถอดง่าย แถมประกอบกลับก็ง่ายด้วย โดยมีการให้คะแนนถึง 8/10 แน่ะ หากเทียบสเปคกับราคาแล้ว ก็ต้องบอกว่าคุ้มสุดๆ เลยล่ะ แต่หากใครอยากจะถอดชิ้นส่วนสมาร์ทโฟนของตัวเองออกมาสำรวจแบบนี้บ้าง ก็ต้องชัวร์ก่อนว่าถอดได้และประกอบกลับเป็นด้วยนะจ๊ะ ไม่งั้นจะกลายเป็นได้แค่ชิ้นส่วนกลับมาแทน..

Xiaomi Redmi Note 4

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 6,450 บาท -

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ Xiaomi Redmi Note 4

แสดงผลบน: คอมพิวเตอร์ | โทรศัพท์มือถือ