เปิดตัว Vivo NEX S และ Vivo NEX A มีทั้งรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 845 และ Snapdragon 710

บริษัท Vivo เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่หลายคนกำลังรอคอยกันอยู่ สเปกส่วนใหญ่ตรงตามข้อมูลก่อนหน้านี้ โดยทั้ง Vivo NEX S และ Vivo NEX A มากับหน้าจอที่มีพื้นที่มากถึง 91.24% และไม่มีรอยบากบนหน้าจอ

เป็นเวลาหลายเดือนที่เราได้ยินข่าวของสมาร์ทโฟนแนวคิดใหม่จากทาง Vivo นับตั้งแต่งาน MWC 2018 โดยเริ่มจากการเป็น Concept phone ในชื่อ Vivo APEX จนได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Vivo NEX และสุดท้ายมีรุ่นย่อยแบ่งตามสเปก ซึ่งเปิดตัวออกมา 2 รุ่นด้วยกันคือ Vivo NEX S และ Vivo NEX A คุณสมบัติส่วนใหญ่ก็มาจาก Vivo APEX แต่ปรับปรุงจนได้โมเดลที่ดีที่สุด เพื่อวางจำหน่ายจริง เรามาดูกันว่าทั้ง 2 รุ่นนี้ พกพาเอาอะไรมาบ้าง

Vivo NEX S

Vivo NEX S

Vivo NEX S

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 26,619 บาท

เริ่มกันที่รุ่นท็อป Vivo NEX S กันก่อนเลย รุ่นนี้มากับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 2316 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 19.3:9 และตรงตามข้อมูลที่เราได้ทราบกันมารุ่นนี้มากับหน้าจอแบบไร้ขอบไร้รอยบาก มีพื้นที่หน้าจอสูงถึง 91.24% มีขอบบางเพียงแค่ด้านล่างเท่านั้น โดยทางผู้ผลิตเรียกหน้าจอแบบนี้ว่า Ultra FullView Display และด้วยเทคโนโลยีใหม่ของ Vivo เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของรุ่นนี้เป็นแบบฝังใต้หน้าจอเหมือนกับ Vivo X21 UD ส่วนกล้องหน้านั้นเป็นแบบป๊อพอัพที่ซ่อนไว้บริเวณตัวเครื่องด้านบนสามารถเรียกใช้งานได้ในเวลาเพียงแค่ 2 วินาทีเท่านั้น

Vivo NEX S มีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 ส่วนกล้องหลังเป็นแบบเลนส์คู่ กล้องตัวแรกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8 มีระบบ Dual Pixel PDAF กล้องอีกตัวความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4 มีระบบกันสั่น OIS พร้อมแฟลช Dual-LED dual-tone และที่ขาดไม่ได้สำหรับสมาร์ทโฟนในยุคนี้ก็คือการนำระบบ AI เข้ามาใช้ โดย Vivo NEX S คือรุ่นที่ทางผู้ผลิตระบุว่ามี AI ในการถ่ายภาพที่ดีที่สุด มีฟีเจอร์ต่างๆ มากมายคือ AI HDR, AI Filters และ AI Photo Composition สามารถแยกฉากหลังได้ 18 หมวด 140 แบบ ซึ่งแม้จะดูว่ากล้องของรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาไม่เยอะแต่คงต้องรอดูว่าผลทดสอบของรุ่นนี้จะออกมามากน้อยแค่ไหน

ไฮไลต์ของ Vivo NEX S ยังไม่หมดแค่นี้เพราะยังมากับผู้ช่วยอัจฉริยะที่มีชื่อว่า Jovi ซึ่งรองรับการสั่งงานด้วยเสียงเพื่อเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ และมีปุ่มเรียกใช้งานเฉพาะที่ด้านข้างตัวเครื่องคล้ายๆ กับ Bixby ของ Samsung ที่ทางผู้ผลิตระบุว่าจะมีการเพิ่มลูกเล่นเข้ามาให้อีกในอนาคต นอกจากนี้ Vivo NEX S ยังมาพร้อมกับระบบเสียงที่เรียกว่า Screen SoundCasting ที่มีการตัดลำโพงออกไปแล้วใช้การสั่นสะเทือนของหน้าจอเป็นตัวกำเนิดเสียง โดยจะให้เสียงที่ทุ้มและนุ่นนวลมากกว่าที่เคยใช้แบบเดิม เรียกว่ามาเต็มทั้งภาพและเสียงเลยทีเดียว

เบื้องหลังการทำงานและลูกเล่นต่างๆ แน่นอนว่าถูขับเคลื่อนด้วยขุมพลังคือชิปเซ็ต Snapdragon 845 จับคู่กับ RAM ขนาด 8 GB มีหน่วยความจำภายในเครื่อง 128 GB และ 256 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.0 พร้อม AI แบตเตอรี่มีความจุ 4,000 mAh รองรับการชาร์จเร็วด้วยอุปกรณ์ชาร์จ 22.5 วัตต์ที่แถมมาให้ในกล่อง

สมาร์ทโฟนรุ่น Vivo NEX S เริ่มเปิดให้สั่งจองกันแล้วและจะเปิดขายจริงในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ สนนราคา รุ่น RAM 8 GB ความจุ 128 GB อยู่ที่ 4,498 หยวนหรือประมาณ 22,500 บาท ส่วนรุ่น RAM 8 GB ความจุ 256 GB ราคาอยู่ที่ 4,998 หยวนหรือประมาณ 25,000 บาท ส่วนจะมีขายที่ไหนบ้างต้องรอติดตามกันอีกครั้งครับ

Vivo NEX A

Vivo NEX A

Vivo NEX A

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 22,655 บาท

นอกจาก Vivo NEX S ซึ่งเป็นรุ่นสเปกเทพแล้ว ยังมีรุ่นย่อยที่ลดสเปกลงมาคือ Vivo NEX A ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่คุณสมบัตินั้นก็ยังจัดว่าน่าสนใจไม่น้อย รุ่นนี้มาพร้อมกับขุมพลังคือชิปเซ็ต Snapdragon 710 มี RAM ขนาด 6 GB หน่วยความจำภายในเครื่อง 128 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.0 แบตเตอรี่มีความจุ 4,000 mAh รองรับการชาร์จเร็วด้วยอุปกรณ์ 22.5 วัตต์ เช่นเดียวกันกับรุ่นใหญ่ แต่รุ่นนี้มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรองรับพอร์ต USB-C มีลำโพงที่ด้านล่าง ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องไม่ได้เป็นแบบฝังใต้หน้าจอ

Vivo NEX A มากับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ไร้ขอบ ไร้รอยบาก มีพื้นที่หน้าจอ 91.24% อัตราส่วนหน้าจอ 19.3:9 กล้องหน้ายังคงเป็นแบบป๊อพอัพความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 กล้องหลังเป็นกล้องคู่ กล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 มีระบบโฟกัสแบบ Dual Pixel ระบบกันสั่น OIS และ EIS กล้องอีกตัวความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4 พร้อม AI HDR, AI Filters และ AI Photo Composition ที่สามารถแยกฉากหลังได้ 18 หมวด 140 แบบ โดยผู้ช่วย Jovi ยังถูกติดตั้งมาในรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน

Vivo NEX A มากับตัวเครื่องในสีแดงและสีดำ เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ สนนราคาอยู่ที่ 3,898 หยวนหรือประมาณ 19,500 บาท สิ่งที่ต้องรอติดตามกันต่อไปก็คือทางผู้ผลิตคือ Vivo จะมีการทำตลาด Vivo NEX S และ Vivo NEX A ในต่างประเทศด้วยหรือไม่เพราะเบื้องต้นจะมีวางจำหน่ายแค่ในประเทศจีนเท่านั้น และถ้ามีการจำหน่ายในต่างประเทศจริงก็คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆ เลยทีเดียวครับ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Vivo NEX S

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 26,619 บาท -