Review : HUAWEI MateBook X

อีกมิติของวงการแล็ปท็อปกับ HUAWEI MateBook X รุ่นนี้ที่อยากให้คุณลองสัมผัส

เป็นที่รู้กันดีว่า HUAWEI นั้นเป็นบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับยักษ์ใหญ่ แต่บริษัทนี้ไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนเท่านั้นที่โด่งดัง โดยทาง HUAWEI ได้เคยส่งแท็บเบล็ตแบบ 2 in 1 ออกมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว และในครั้งนี้ก็กลับมาอีกในรูปแบบของแล็ปท็อปแบบ Clamshell หรือแบบเปิดปิดที่เราคุ้นหูกันว่าโน้ตบุ๊กนั่นเอง ในชื่อ MateBook X ซึ่งทาง HUAWEI ได้ใช้เทคโนโลยีและเทคนิคจากการทำสมาร์ทโฟนมาประยุกต์ใช้ในการผลิตเจ้า MateBook X ตัวนี้ ไปดูประสิทธิภาพและหน้าตาของมันกันเลย

แล็ปท็อปตัวแรกของ HUAWEI ในรุ่น MateBook X แบบ Core i5

ตัวเครื่องทำมาจากโลหะ ดูทันสมัย และกะทัดรัด

แล็ปท็อปแบบเปิดปิดหรือแบบ Clamshell นั้นเป็นที่นิยมมากในสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น dynanook UX53/D หรือ Zenbook 3 อาจเป็นเพราะกระแสตอบรับของแท็ปเล็ตแบบ 2 in 1 ทำให้คนเริ่มหันมาใช้อุปกรณ์ที่ใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนมากขึ้น และทางผู้ผลิตก็หันมาพัฒนาแล็ปท็อปอย่างจริงจัง โดยแล็ปท็อปที่เป็นที่นิยมนั้นส่วนใหญ่จะมีตัวเครื่องที่ทำจากโลหะ เบาบาง และมีรูปลักษณ์ที่หรูหรา ความกว้างหน้าจออยู่ที่ 13 นิ้ว
เช่นเดียวกับ MateBook X ที่มีความเบาบาง โดยมีความหนาของเครื่องเพียงแค่ 12.5 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.05 กิโลกรัม อีกทั้งยังใช้งานง่ายและเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการใช้ทำงานหรือใช้เล่นส่วนตัว ในด้านของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้นยังมีแอบมีกลิ่นอายของ MacBook หน้าจอปกป้องด้วยวัสดุแบบกระจก ด้านข้างของตัวเครื่องใช้เทคนิค Diamond ในการตัดขอบจึงทำให้เรียบเนียน พื้นผิวเป็นโลหะและมีการพ่นทรายให้สัมผัสคล้ายกับสมาร์ทโฟนรุ่น P10 และ P10 Plus ของ HUAWEI ให้สัมผัสนุ่มเวลาลูบลงไป ด้านล่างของตัวเครื่องรองฐานด้วยปุ่มยางกลมทั้งสี่ด้าน เรียกได้ว่าใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ

ด้วยความเรียบเก๋ของสี Space Grey ประกอบกับขอบเครื่องที่ตัดโดยเทคนิคจากเพชรทำให้รูปลักษณ์เครื่องหรูหรา นอกจากนี้สัมผัสผิวตัวเครื่องก็นุ่มมือไม่ต่างจาการจับสมาร์ทโฟนเลยเป็นเสน่ห์ที่น่าประทับใจอีกอย่างหนึ่งของ MateBook X

ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 12.5 มิลลิเมตร ภาพนี้คือขณะที่กางหน้าจอออกมากว้างที่สุด

ด้านล่างของตัวเครื่องมียางกลมรองฐานทั้งสี่ด้าน พร้อมน๊อตอีกสามตัว แต่ไม่มีรอยต่อเลย

ขอบตัวเครื่องของ MateBook X มีความบางมากโดยขอบหน้าจอที่บางเพียง 4.4 มิลลิเมตร และหน้าจอที่กว้าง 13 นิ้ว โดยรวมแล้วตัวเครื่องมีมิติขนาด 286 x 211 x 12.5 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กกว่ากระดาษ A4 เสียอีก (297 x 210 มิลลิเมตร) เล็กขนาดที่ใส่กระเป๋าได้สบายๆ นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังอึดมากอีกด้วย โดยสามารถใช้ติดต่อยาวนานถึง 10 ชม. ซึ่งนานพอที่จะใช้ได้ทั้งวันโดยไม่ชาร์จ อีกทั้งสายชาร์จก็เล็กกะทัดรัดพกพาสะดวกอีกด้วย

ขอบจอบางกำลังมาแรง ขอบจอ MateBook X บางเพียง 4.4 มิลลิเมตร!

น้ำหนักที่บอกในคู่มือหนักเพียง 1.05 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อลองมั่งจริงๆ แล้วหนัก 1,067 กิโลกรัม แต่ก็ถือว่าเบามากอยู่ดี

AC Adapter หนัก 1,203 กรัม

สัดส่วนหน้าจอขนาด 3:2 พร้อมเซนเซอร์ลายนิ้วมือ

ถึงแม้ว่าหน้าจอขนาด 13 นิ้วจะไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักแต่มันก็ไม่ต่างจากหน้าจอขนาด 13.3 นิ้วที่ใช้กัน โดย MateBook X มีอัตราส่วนหน้าจอที่ 3:2 เหมือนกันกับ Surface Laptop แต่ Surface Laptop มีขนาดหน้าจอที่มากกว่าคือ 13.5 นิ้ว ซึ่ง MateBook X มีขนาดที่เล็กกะทัดรัดกว่าคือ 13 นิ้วและมีความละเอียดของภาพอยู่ที่ 2160 x 1440 พิกเซล ซึ่งถือว่าสูงระดับ Full HD นอกจากนี้ยังรองรับการแสดงสีแบบ RGB ได้ 100% พร้อมระบบ color gamut และและ Contrast ระดับสูงที่อัตรา 1000:1 ทำให้ภาพที่แสดงออกมานั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องสีเพี้ยนหรือคุณภาพต่ำเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้จอยังมีฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตา ส่วนด้านบนเครื่องมีกล้องติดอยู่ให้ได้ใช้งานกันด้วย

จอภาพ 13 นิ้วของ MateBook X นั้นเป็นแบบผลึกเหลว (Liquid crystal display) ซึ่งแสดงผลแบบความละเอียดสูงอยู่ที่ 2160 x 1440 พิกเซล จึงทำให้คุณสามารถดื่มด่ำกับภาพและสีที่คมชัด และสีที่ไม่ผิดเพี้ยนด้วยเทคโนโลยี high color gamut และ contrast

ด้านเสียงก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน โดย MateBook X นั้นใช้ระบบเสียงแบบ Dolby Atmos ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการแล็ปท็อปที่มีการนำเสียงระบบนี้มาใช้ โดยเป็นการจับมือกันพัฒนาของทางบริษัท Dolby และ HUAWEI Dolby Atmos เป็นระบบเสียงรอบทิศทางที่ทำให้เหมือนเสียงออกมาจากวัตถุจริงๆ ทำให้ผู้ฟังเพลิดเพลินไปกับความสมจริง ถึงแม้ว่าจะฟังดูเข้าใจยากแต่เราสามารถไปทดลงฟังได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Dolby Atmos ได้ จะมีเสียงตามธรรมชาติให้ฟังเช่น เสียงฝน เสียงป่า เมื่อเราฟังจะเหมือนว่าเราได้อยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ และด้วยระบบ Dolby Atmos ถึงแม้ว่าเราเร่งเสียงดังแค่ไหนเสียงก็จะไม่แตกอีกทั้งยังสามารถฟังในระดับความชัดนี้ได้บนหูฟังอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นแล็ปท็อปแบบบางที่มีระบบเสียงดีกว่าแล็ปท็อปทั่วไป

เราสามารถสัมผัสระบบเสียงแบบ Dolby Atmos ได้บนเว็บไซต์ของ Dolby โดยตรง ระบบ Dolby Atmosจะเพิ่มอรรถรสในการดูหนังฟังเพลงให้กับผู้ใช้ด้วยเสียงที่สมจริง

คีย์บอร์ดของ MateBook X เป็นแบบแยกซึ่งมีความบางเพียง 1.2 มิลลิเมตร แต่ก็ยังให้สัมผัสเวลาพิมพ์เป็นอย่างดี Key pitch มีขนาด 19.2 มิลลิเมตรซึ่งเกือบเท่ากับมาตรฐานทั่วไป และขนาดของคีย์ก็มาตรฐานเช่นกันโดยไม่มีคีย์ตัวไหนที่เล็กผิดปกติ นอกจากนี้คีย์บอร์ดยังมีไฟ Back light และกันน้ำอีกด้วยหมดกังวลเรื่องทำน้ำหกใส่คีย์บอร์ดแล้วเสียค่าซ่อมแพงๆ ไปได้เลย ส่วน Touch pad นั้นมีขนาดใหญ่จึงสะดวกต่อการใช้แต่ว่ามันติดกับปุ่มจึงทำให้ลากนิ้วค่อนข้างยาก ซึ่งก็เป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในแล็ปท็อปอยู่แล้ว

ในเรื่องของการใช้งาน MateBook X ใช้งานง่ายและมีเมนูเฉพาะตัวที่เรียกว่า My MateBook ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเช็คพื้นที่ในแล็ปท็อป, การจัดการไดรฟ์เวอร์ต่างๆ และการตั้งค่า รวมไปถึงฟีเจอร์พื้นฐานอย่างระบบแสกนลายนิ้วมือ Function keys การสำรองข้องมูลและบริการหลังการขาย อีกทั้งหน้าตา user interface ยังใช้เป็นไอคอนเหมือนในสมาร์ทโฟนทำให้จดจำง่ายอีกด้วย

Key pitch มีความขนาดอยู่ที่ 19.2 มิลลิเมตร ช่องห่างระหว่างคีย์ (Key stroke) 1.2 มิลลิเมตร ขนาดของคีย์แต่ละตัวก็ตรงตามมาตรฐานทั่วไป แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางคนอาจจะไม่ถนัดพิมพ์คีย์บอร์ดที่มี Key stroke ห่าง 1.2 มิลลิเมตร ฉะนั้นควรลองพิมพ์ทดสอบความถนัดของตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

ปุ่ม Power จะอยู่ด้านซ้ายบนของคีย์บอร์ดซึ่งมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว โดยเป็นระบบ Windows Hello ถึงแม้ว่าการ Log in เข้าแบบสแกนลายนิ้วมือนั้นจะเป็นเรื่องปกติของวงการแล็ปท็อปไปเสียแล้ว แต่ก่อนที่จะสแกนได้นั้นผู้ใช้ต้องเปิดเครื่องก่อนและจะมีระบบให้ยืนยันลายนิ้วมืออีกทีในเครื่อง ซึ่ง MateBook X นั้นต่างออกไปโดย MateBook X จะสแกนลายนิ้วมือของผู้ใช้ทันทีตั้งแต่ที่แตะปุ่ม Power ดังนั้นจึงไม่ต้องไปเสียเวลาสแกนอีกทีในเครื่อง ความแม่นยำของระบบนี้ก็สูงมากจึงสามารถเปิดปิดเครื่องได้อย่างรวดเร็ว นอกจากการ Log in แล้วระบบนี้ยังสามารถใช้ในการ Restart และ Sleep ได้อีกด้วย

ปุ่ม power ซึ่งเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือไปในตัวทำให้การ log in เข้าเครื่องเป็นเรื่องง่าย

ไร้พัดลมพร้อมการทำงาน U processor

สุดท้ายคือเรื่องของสเปกเครื่อง ถ้าเป็นแบบ Core i5 จะมีการ์ดจอรุ่นที่ 7 คือ 7200U ความเร็วการประมวลผล 2.50GHz และสูงสุดที่ 3.10GHz มาพร้อมกับ RAM 8GB และความจำเครื่อง 256GB SSD โดยในปัจจุบันนี้แท็ปเล็ตหรือกึ่งแท็ปเล็ตมีประสิทธิภาพและสเปกที่สูงกว่าคอมพิวเตอร์ราคาถูกๆ ไปแล้ว แต่ MateBook X นั้นจัดอยู่ในประเภทแล็ปท็อปที่สเปกเครื่องแรงโดย MateBook X คว้าคะแนนจาก PCMark 8 Home ไปได้ถึง 3,196 คะแนน,จาก CINEBENCH 318 และคะแนน Single core ถึง 120 คะแนน
นอกจากนี้ TDP หรือการเกิดความร้อนมากที่สุดของ CPU ยังอยู่ที่ 15W U processor ไม่ใช่ 4.5W Y processor และยังไม่มีพัดลมช่วยระบายความร้อน ซึ่ง MateBook X ใช้วิธีระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี Space Cooling โดยการเลือกใช้วัสดุระบายความร้อนแทนที่จะใช้พัดลม ทำให้ MateBook X ปราศจากเสียงรบกวนเหมาะแก่การนำออกไปใช้งานในที่เงียบๆ แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาอยู่เล็กน้อย โดยส่วนด้านล่างของแล็ปท็อปเมื่อใช้ไปนานๆ พบว่าเกิดร้อนขึ้นมา ได้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แล็ปท็อปชนิดไว้ใช้งานหนักๆ ก็ตามแต่อาการเครื่องร้อนนี้อาจทำให้เครื่องอืดลง

ช่องเสียบ USB Type-C จะมีอยู่อย่างละข้างในแล็ปท็อปสำหรับส่งสัญญาณภาพ โอนข้อมูล หรือชาร์จแบตเตอรี่ แต่สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่สามารถเสียบได้ด้านเดียวคือด้านซ้าย ถ้าเราเผลอไปเสียบด้านขวาระบบจะขึ้นเตือนมาบนหน้าจอให้เราเปลี่ยนไปเสียบทางด้านซ้ายแทน ส่วน AC adapter นั้นมีขนาดเล็กกะทัดรัดสะดวกแก่การพกพามากและยังสามารถใช้ชาร์จมือถือหรือแท็ปเล็ตได้อีกด้วย จึงช่วยลดสัมภาระเวลาจะออกไปข้างนอก

มีช่องเสียบ USB Type-C และรูเสียบหูฟัง พร้อมมากับสาย USB

ประสิทธิภาพนั้นก็แรงตามสินค้าอื่นๆ ของ HUAWEI ตามที่คาดไว้

ถึงแม้ว่า MateBook X จะเป็นแล็ปท็อปเครื่องแรกของ HUAWEI ก็ตามแต่ก็ทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกๆ เรื่องตั้งแต่รูปลักษณ์ของตัวเครื่องที่มีความหรูหรา ทันสมัย ใช้ง่าย และมีประสิทธิภาพที่สูงสมกับที่มาจาก HUAWEI อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนแบบไม่พึ่งพัดลมอีกด้วย ที่จริงแล้ว MateBook X นั้นผลิตออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ยังเป็นแบบที่ไม่ได้ติดตั้ง Office ส่วนแบบที่ติดตั้ง Office ปล่อยออกมาเพื่อเจาะตลาดในญี่ปุ่น ซึ่งเราก็จะเพิ่งมาเห็นการพัฒนาของ MateBook ในปีที่สองที่ปล่อยสินค้าลงสู่ตลาด
สิ่งเดียวที่ถือได้ว่าเป็นข้อเสียของ MateBook X นั้นคือราคา โดยแล็ปท็อปแบบ Core i5 ที่ถูกที่สุดของ MateBook X นั้นเท่ากับ 140,742 เยน หรือประมาณ 42,000 บาท และแบบมีโปรแกรม Office ติดมากับเครื่องจะอยู่ที่ 167,958 เยน หรือตก 50,000 บาทถึงแม้ว่าราคาจะสมเหตุสมผลกับสเปกเครื่องก็ตามแต่ถ้าราคาปล่อยออกมาให้ดึงดูดกว่านี้อย่างสมาร์ทโฟน P10 Lite ที่เคยออกมาขายของ HUAWEI ก็จะช่วยทำให้ตัดสินใจง่ายกว่านี้อีกเยอะเลย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

HUAWEI MateBook X

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย ---