รีวิว: Blackview A7 สมาร์ทโฟนกล้องคู่ในราคาไม่ถึง 2,000 บาท

สมาร์ทโฟนราคาไม่ถึง 2,000 บาท จะมีประสิทธิภาพได้มากแค่ใหนกัน? Blackview A7 สมาร์ทโฟนที่มีความสามารถไม่แพ้รุ่นใหญ่ต่างๆด้วย กล้องคู่, หน้าจอ HD และ การใช้งานที่ลื่นไหล จากประสบการณ์ผู้ใช้โดยตรง

เชื่อหรือไม่ว่าโทรศัพท์ในราคาประมาณ 2-3 พันกว่าบาท จะสามารถให้การใช้งานที่ดีและมีประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องหลังคู่สเปกสูงที่คุณเองก็คาดไม่ถึง ถ้าคุณยังไม่เชื่อ เราอยากจะชวนคุณมาดูรีวิว Blackview A7 สมาร์ทโฟนจากฮ่องกงที่กำลังมาแรงด้วยราคากลางๆ ไม่สูงมาก แต่สามารถให้ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยสเปกเครื่องที่เห็นก็ต้องร้องว้าว!! กันเลยทีเดียว

Blackview ได้ส่งตัวอย่างของโทรศัพท์รุ่นนี้มาให้เรารีวิว บอกเลยว่าแทบจะอดใจรอไม่ไหวเมื่อได้รับได้รับพัสดุ เพราะอยากจะรู้จริงๆ ว่าเจ้าโทรศัพท์กล้องคู่เครื่องนี้ของค่ายนี้จะใช้งานได้ดีขนาดไหน ว่าแล้วก็มารีวิวกันเลย

เกี่ยวกับ Blackview

Blackview เป็นแบรนด์ใหญ่เป็นอันดับสอง ที่แยกตัวจาก Blackview International Group ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2013 โดย David Xu ซึ่งมีเป้าหมายที่อยากจะผลิตสินค้าคุณภาพในราคาที่ไม่ต้องจ่ายแพง และเขาได้วางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดคือ Blackview A7 ที่ออกมาท้าทายให้พวกเราลองใช้กันดูว่าโทรศัพท์ราคานี้จะมีคุณภาพดีขนาดไหน วันนี้คุณสามารถเป็นเจ้าของ Blackview A7 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนแบบกล้องคู่ในราคา 49.49 USD และเพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น ลองเปรียบเทียบกับโนเกีย 3310 (รุ่น 2017) ซึ่งเป็นโทรศัพท์ซึ่งไม่มีฟีเจอร์แบบสมาร์ทโฟน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 52 USD

โดยในด้านของราคานั้น Blackview A7 สามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้แต่ไม่เพียงเท่านั้น สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังอัดแน่นไปด้วยความสามารถต่างๆ ที่คุณอาจจะตาโตมากกว่าเดิม พร้อมอุทานเบาๆ ว่า "ไม่น่าเชื่อ! ที่เราจะเจอสมาร์ทโฟนที่ให้ได้ถึงขนาดนี้ ในราคาเพียงหลักพัน" อย่างแน่นอนครับ

แกะกล่อง Blackview A7

เริ่มต้นจากกล่องบรรจุตัวเครื่องสีขาว ที่มีรูปภาพของรุ่นโทรศัพท์อยู่ด้านหน้ากล่อง ให้ความเรียบหรู สามารถทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ ถูกออกแบบมาได้อย่างมาตรฐาน กล่องมีความแข็งแรง พร้อมที่จะปกป้องสินค้าภายในที่มาจากแดนไกลได้อย่างดีที่สุด พอได้จับกล่องตัวจริงที่เป็นเนื้อออกด้านนิดๆ ให้ความรู้สึกถึงการออกแบบที่ค่อนข้างมืออาชีพเลยทีเดียว

กล่องค่อนข้างหนา แข็ง และฝากล่องล็อกแน่น ด้านบนและด้านล่างของฝากล่องสกรีนตัวหนังสือ Blackview เรียบๆ แต่ดูหรูได้ใจเลยครับ ด้วยความแข็งแรงของกล่องทำให้มั่นใจได้เลยว่าเครื่องภายในต้องมาอย่างสมบูรณ์แน่นอน ที่สำคัญคือสั่ง Blackview A7 ผ่านทาง Ali Express ที่ถูกส่งผ่านไปรษณีย์มาแบบไม่มีตัวกันกระแทก มีเพียงแค่แผ่นพลาสติกหุ้มมาบางๆ เท่านั้น ทำให้ครั้งแรกที่เปิดกล่องมาต้องรู้สึกตกใจพอสมควรกลัวว่าจะมีการบุบ หรือเสียหาย ต้องรีบเปิดกล่องดู แต่ก็ต้องเซอร์ไพรส์มาก เพราะตัวเครื่องไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแม้แต่น้อย ทำให้เราได้รู้เลยว่ากล่องของแบรนด์นี้เขาแข็งแรงจริงๆ ไม่เป็นปัญหาเรื่องการขนส่งอย่างแน่นอน คุณจะได้รับอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมเมื่อสั่งผ่าน AliExpress

ภายในกล่องมีคู่มือการใช้งานสำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่น A7 พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น micro USB, สายชาร์จและตัวอแดปเตอร์แบบ 1,000mAh พร้อมด้วยฟิล์มกันรอยที่ถูกติดมาแล้ว และเราสามารถดึงออกเพื่อใช้งานได้อย่างสะดวก ที่ขาดไม่ได้และสมาร์ทโฟนในรุ่นนี้ต้องมีคือ Case ซิลิโคนที่เป็นรุ่นเฉพาะของ Blackview A7 ส่วนของอื่นๆ ที่ติดมากับกล่องก็ถือว่าเหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไปครับ

สิ่งที่ควรระวังคือเทปกาวที่ติดมาบนแบตเตอรี่ เมื่อเครื่องถึงมือเราแล้วก็ต้องเปิดฝาหลังออกมาแล้วเอาเทปกาวนี้ออกไป เพราะเจ้าเทปกาวตัวนี้ถูกติดมาเพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่มีปัญหาในขณะขนส่งระหว่างประเทศ หรือในขณะที่จัดส่งไปให้ถึงมือลูกค้า ซึ่งเมื่อคุณเอาออกไปก็จะสามารถใส่แบตเตอรี่เพื่อใช้งานได้ตามปกติ ถ้าใครเปิดเครื่องมาแล้วเครื่องไม่ติดก็อย่ารีบตกใจมากจนเกินไปว่าได้ของไม่ดี ลองดูก่อนว่าคุณเอาเทปกาวออกจากแบตเตอรี่ไปแล้วหรือยัง

ดีไซน์ตัวเครื่อง

มาถึงดีไซน์ของตัวเครื่องกันบ้าง สิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกว่า Blackview A7 สวยและดูแพงเกินราคา คือ ลักษณะเครื่องที่ดีไซน์ออกมาเป็นเป็นทรงเหลี่ยมแบบโค้งมน และใช้วัสดุที่สัมผัสได้ถึงคุณภาพ ให้โทนสีดำสวยคลาสสิก และมีปุ่มทัชสกรีนที่ด้านล่าง 3 ปุ่ม เหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไป ส่วนด้านบนของเครื่องจะมีกล้องทั้งด้านหน้า กล้องคู่ด้านหลัง รูเสียบหูฟังและเซ็นเซอร์ รอบข้างเป็นกรอบแบบโลหะ ตัวฝาหลังเป็นพลาสติกแบบดำด้านที่ให้ความเรียบหรู ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ติดลายนิ้วมือที่ทำให้ดูเลอะเทอะมากจนเกินไป

เมื่อพลิกกลับมาดูด้านหลัง แอบเป็นปลื้มกับกล้องคู่ที่มุมบนซ้าย โดยด้านข้างจะมีแฟลช LED และมีโลโก้แบรนด์อยู่ตรงกลางของฝาหลัง เมื่อเลื่อนลงไปดูล่างสุดด้านมุมขวาก็จะพบกับลำโพงของตัวเครื่อง ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงและ Power จะอยู่ทางด้านขวาข้างตัวเครื่อง มีพอร์ต micro USB และไมโครโฟนที่ด้านข้างด้วยเช่นเดียวกัน

ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นรอยเล็กๆ ที่มุมของตัวโทรศัพท์ทางด้านขวาล่าง นั่นคือจุดเปิดฝาหลังที่เราสามารถใช้เล็บแกะเปิดฝาหลังได้อย่างง่ายดาย โดยด้านในจะเป็นแบตเตอรี่ ช่องเสียบซิม 2 ช่อง และ micro USB ซึ่งบอดี้ของเครื่องในลักษณะแบบนี้ดีต่อผู้ใช้งานหลายๆ คน เพราะเราต่างก็โตมากับบอดี้ในลักษณะนี้ จึงสามารถที่จะงัดฝาหลังเพื่อถอดแบตเตอรี่แล้วใส่ SIM หรือ micro USB ได้อย่างสบายๆ และที่น่าสนใจกว่านั้นคือช่องเสียบ SIM มี 2 ไซส์ ช่องหนึ่งเป็นไซส์ปกติ และอีกช่องเป็นไซส์ micro SIM เหมาะสำหรับคนที่ใช้งาน SIM ทั้ง 2 ประเภท

สำหรับเครื่องที่เราได้มารีวิววันนี้เป็นสีดำ แต่ยังมีสีอื่นๆ อีกด้วยสำหรับในรุ่นนี้คือ สีน้ำเงิน, สีทอง และสีขาว ซึ่งในแต่ละสีต่างก็ให้ลุคที่ต่างกันออกไป เช่น สีน้ำเงินให้ความรู้สึกสบายๆ สีทองให้ความรู้สึกที่หรูหรา สีขาวให้ความรู้สึกสะอาดสดใส และสีดำให้ความรู้สึกที่คมเข้มคลาสสิก ใครชอบสีไหนก็เลือกใช้กันตามชอบได้เลยครับ ไม่ต้องใส่เคสก็สวยทั้งสามสี ดูดีทีเดียวล่ะ

ส่วนเรื่องของน้ำหนักตัวเครื่องจะอยู่ที่ 175 กรัม ก็ถือว่าเป็นน้ำหนักทั่วไปของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ แต่สำหรับคนที่ใช้รุ่นเบาบางก็อาจจะไม่ชอบ เพราะดูว่าหนักเกินไปแต่เชื่อเถอะครับว่าน้ำหนักเครื่องขนาดนี้จะทำให้คุณสัมผัสได้ว่าโทรศัพท์ยังอยู่ในกระเป๋ากางเกงนะ! ไม่ใช่ว่าหลุดออกจากกระเป๋าไปแล้วก็ยังไม่รู้สึก กว่าจะรู้ตัวอีกทีโทรศัพท์บางเฉียบราคาแพงก็อาจจะหล่นออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วอันตรธานหายไปแบบงงๆ แน่นอน

ข้อมูลจำเพาะของเครื่อง Blackview A7

Blackview A7 มีหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD 720p กระจกหน้าจอมีความโค้งมนเล็กน้อย เพื่อให้ดีไซน์มีความนุ่มนวลและให้ดีไซน์โดยรวมของตัวเครื่องที่ดูแพงเกินราคาอย่างแน่นอน ถือว่าเป็นรุ่นที่ถูกผลิตออกมาเอาใจคนงบน้อยโดยเฉพาะ หรือหากใครมองหาโทรศัพท์เครื่องสำรอง หรือเครื่องที่สองล่ะก็บอกเลยว่าตัวนี้น่าสนใจมาก

สเปกเบื้องต้นของเครื่องใช้เป็นระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat โดยสามารถรองรับสัญญาณ 2G และ 3G เอาไว้ได้อย่างเสถียร รองรับ 2 SIM โดยเป็นแบบ 1 micro SIM กับ 1 nano SIM ตัว CPU เป็น MT6580 quad- core 1.3Ghz จับคู่กับแรมทขนาด 1GB และ ROM ขนาด 8GB ที่สามารถเปิดเล่นโซเชียลหรือดูหนังได้สบายๆ สามารถใช้ micro SD Card 32GB เก็บข้อมูลได้เต็มที่ ส่วนหน้าจอกว้างเล่นสบายที่ 5 นิ้ว ทัชสกรีนไหลลื่น พร้อมให้ความคมชัดและความละเอียดหน้าจอที่ HD 720P จอสวยคมคุ้มราคาด้วยความหนาแน่น 266Dpi

มาถึงตัวกล้องที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของงานนี้เลย โดยกล้องหน้าให้ความคมชัดที่ 2 ล้านพิกเซลใช้เซ็นเซอร์ Samsung GC2385 มันเด็ดตรงที่เป็นกล้องของซัมซุงนี่แหล่ะ ความคมชัดมันถึงได้อลังการดีจริงๆ ส่วนกล้องหลังมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung S5K4E2 ที่คมชัดแบบไม่แพ้กัน แถมเป็นกล้องคู่และมีแฟลชแบบ LED เสริมเข้าไปอีก คราวนี้ไม่ว่าจะช่วงเวลาใดหรือแสงอับแค่ไหน ภาพก็ออกมาสวยคมชัดทุกมุมมองไม่แพ้โทรศัพท์กล้องคู่ราคาแพง ๆ กันอย่างแน่นอน แล้วอย่างนี้จะไม่ให้น่าสนใจได้อย่างไรจริงไหม อีกเรื่องที่เด่นมากของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ที่อึดทนถึง 2800mAh โดยแบตเตอรี่เป็นแบบ Li-ion polymer

ประสิทธิภาพการทำงาน

ประสิทธิภาพในการใช้งานของตัวนี้ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว โดย Blackview A7 สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบสบายๆ เพียงแค่ทัชสกรีนหน้าจอเบาๆ ก็ไหลลื่นพร้อมใช้งาน ส่วนแอปพลิเคชั่นภายในเครื่องก็สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าเปิดแอปพลิเคชั่นมาพร้อมกันหลายแอปพลิเคชั่นก็ยังใช้งานได้ไหลลื่นดี แต่ถ้าใช้งานเว็บไซต์ที่กราฟิกหนักๆ ก็อาจจะมีปัญหาติดขัดและเครื่องค้างได้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะดูจากสเปกเครื่องแล้ว ใช้งานได้อย่างหลากหลายขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มแบบสุดๆ และถ้าต้องการใช้งานด้านเตือนความจำ ปลุกในยามเช้า หรือจดบันทึกงานต่างๆ ก็ถือว่าใช้ได้ดีเลยครับ

แอพพลิเคชั่นที่มักจะดาวน์โหลดมาใช้เป็นประจำก็ต้องพวกแอปพลิเคชั่นแต่งรูป กล้องฟรุ้งฟริ้ง เหล่าโซเชียลทั้งหลาย โดยเฉพาะ Facebook ที่ถือว่าขาดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เบราเซอร์สุดฮิตอย่าง Chrome และ Gmail ที่ถือว่าเป็นแอปพลิเคชั่นที่คนใช้สมาร์ทโฟนทุกคนต้องมีติดตัวไว้ ก็สามารถที่จะดาวน์โหลดมาเพื่อใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมเลย

เมื่อลองทดสอบด้วย AnTuTu ต้องบอกว่าน่าประทับใจมากสำหรับสมาร์ทโฟนในราคานี้ เพราะ Blackview A7 สามารถทำคะแนนรวมไปได้ถึง 23,168 คะแนน และเมื่อเทียบกับ OPPO R5 ที่เปิดตัวในปี 2014 และเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นสมาร์ทโฟน LTE บางที่สุดในโลก OPPO R5 ได้คะแนน รวม 29,275 และมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 615 ที่ถือว่าดีกว่า MT6580A ของ Blackview A7 แต่คะแนน User experience ของ A7 กลับดีกว่า และอีกเรื่องที่น่าสนใจคือการเล่นเกมส์แบบ 3D ของ Blackview A7 ก็ยังทำได้ดีกว่า OPPO R5 อีกด้วย ซึ่งไม่เลวสำหรับสมาร์ทโฟนในราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐ ที่มีความสามารถเทียบเคียงกับ OPPO R5 ที่มีราคาราวๆ 460 USD (ราคาเมื่อปี2015) และทุกวันนี้ก็ยังคงวางขายอยู่ที่ราคามากกว่า 200 USD ถือว่า Blackview ได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ A7 ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

คุณสมบัติในการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Blackview A7 คือ สามารถใช้งานเอฟเฟ็กต่างๆ ในการถ่ายภาพได้ดีเยี่ยม เมื่อผ่านการทดสอบแล้วก็ถือว่าไม่ผิดหวัง เพราะถ้าเทียบ LG G6, PH1 และ Huawei P9 แล้วก็สามารถพิสูจน์ได้ว่ากล้องของ A7 ทำงานได้ดีเกือบเทียบเท่า และการใช้งานเอฟเฟ็กโบเก้ที่เป็นการโฟกัสตัววัตถุในการถ่ายภาพ และใช้การเบลอภาพพื้นหลัง ถึงแม้ว่าจะมีเพียงเลนส์เดี่ยว แต่กล้องของ A7 ก็สามารถถ่ายออกมาได้ดีเลยทีเดียว สามารถจัดการภาพถ่ายทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน หรือในที่แสงน้อยได้อย่างประทับใจเลยทีเดียว

สมาร์ทโฟนรุ่น Blackview A7 จะมีเลนส์เล็กๆ สองตัวฝังอยู่ในเครื่อง และใช้ซอฟแวร์ที่รับภาพเข้ามาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อสร้างรูปที่มีคุณภาพดีกว่าในสมาร์ทโฟนที่มีเลนส์เพียงตัวเดียว อาจฟังดูมีลูกเล่นแปลกใหม่ แต่การวางเลนส์คู่ก็เคยมีมาแล้วในสมาร์ทโฟนของ LG , Essential PH1 และ Huawei P9 เลนส์ตัวที่สองมีไว้เพื่อถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ เหมือนกล้อง DSLR

ทั้งนี้ในทางปฏิบัติแล้วหากรู้วิธีถ่ายที่ถูกต้องก็สามารถถ่ายภาพลักษณะดังกล่าวได้แม้จะใช้เพียงสมาร์ทโฟนที่มีเลนส์เดียว แต่เลนส์ที่มาคู่กันจะทำให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นมาก ด้วยการทำงานสอดประสานอย่างลงตัวเพื่อที่จะสร้างภาพสวยๆ ทั้งในสภาพแสงจ้าและบริเวณที่มีแสงน้อย โดยที่มีข้อจำกัดเพียงเล็กๆ น้อยๆ ซึ่ง Blackview A7 ถือว่าทำได้น่าประทับใจแม้จะไม่ใช่รุ่นเรือธงก็ตาม

ภาพในช่วงเวลากลางวันที่จะสัมผัสได้เลยว่า แสงเข้าสู่ตัวกล้องมากจนทำให้หลังคาและท้องฟ้ากลายเป็นสีขาวโพลนไปทั้งหมด ซึ่งตรงนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยปรับการตั้งค่าแสงในการถ่ายด้วยวิธีการง่ายๆ ทำให้รูปถ่ายออกมาสวยแบบกล้องราคาแพงเลยทีเดียว

ถ้าเป็นกล้องในรุ่นอื่นที่ราคาใกล้เคียงกัน ภาพที่คุณจะได้เมื่อถ่ายในยามค่ำคืน คือ ภาพที่เป็นสีดำมืดกลืนกันไปทั้งภาพ กลายเป็นภาพมิติพิศวงที่หาจุดโฟกัสแทบไม่เจอ แต่สำหรับ A7 แล้ว ยังสามารถให้ภาพที่มองเห็นสถานที่และแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณไม่มีปัญหาในการถ่ายภาพยามค่ำคืน

ภาพถ่ายในแสงสลัวสีส้ม กล้องของ A7 สามารถทำออกมาได้ดีมาก ถ้าเทียบกับรุ่นอื่นในราคาใกล้เคียงกันก็จะได้ภาพที่เบลอ ไม่ชัด หรืออาจจะกลายเป็นภาพแตกจนดูแทบไม่ออกเลยว่านี่คือซองขนม ซึ่งจุดนี้ถ่ายในสภาพแสงน้อยโดยปิดไฟห้องให้มีความมืดและส่องไฟเน้นที่ตัวซองขนม ก็จะเห็นได้ว่าภาพฉากหลังที่เป็นความมืดกับซองขนมก็ยังคงชัดเจน ดีต่อใจจริงๆ

การถ่ายภาพในที่ร่มก็ยังถือว่าทำได้ดีจนรู้สึกว่ากล้องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในห้องที่มีแสงน้อยมากกว่าในที่แสงสว่างจ้าเกินไป

หนึ่งในโหมดถ่ายภาพที่น่าประทับใจก็คือ Blur Mode ที่ช่วยให้การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอหรือภาพแบบ Bokeh สามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยซอฟแวร์ที่ติดตั้งมาให้ใน Blackview A7

Blackview A7 ยังสามารถใช้ในการถ่ายภาพระยะใกล้ได้ดีอีกด้วยแม้กระทั่งภาพในอาคาร ลองมาดูตัวอย่างภาพกัน

การโฟกัสภาพแบบปกติทำได้ค่อนข้างดีเลย

โฟกัสภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอก็สวยไม่น้อย

ระวังอย่าปรับความเบลอของภาพมากไป มันอาจได้ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้

การโฟกัสภาพระยะใกล้ที่ทำให้เห็นความคมชัดของวัตถุและเม็ดสี แม้ในที่แสงน้อย

โฟกัสภาพระยะใกล้ในช่วงแสงน้อย โดยเปิดแฟลช ไม่แนะนำสำหรับการทำแบบนี้ เพราะดูเหมือนจะทำให้องค์ประกอบของภาพเสียไป

ทดสอบเม็ดสีภายในภาพที่ถือว่าคมชัดเลยทีเดียว

จะเห็นว่าน่าประทับใจทีเดียวสำหรับภาพถ่ายที่ออกมา เมื่อเทียบกับราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายของเจ้าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

สำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่นั้นอาจจะน่าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกล้องหลัง ซึ่งรุ่นนี้ไม่มีโหมดบิวตี้เหมือนสมาร์ทโฟนของ Samsung หรือ OPPO โดยหากอยู่ในสภาวะแสงที่ไม่เหมาะสมนักคุณอาจจะไม่พอใจกับภาพที่ออกมา

บทสรุป

หลังจากการได้ทดลองใช้มา 1 สัปดาห์ ก็สามารถสรุปโดยรวมว่ายังไม่พบปัญหากวนใจใดๆ และส่วนที่ต้องบอกว่าประทับใจเลยคือกล้องคู่ที่ให้การถ่ายภาพได้คมชัดเหมือนกับโทรศัพท์ในราคาหลักหมื่น ซึ่งนี่คือจุดแข็งของ Blackview A7 ที่ต้องขอชมเป็นการส่วนตัว ส่วนรูปลักษณ์ก็ดูเรียบหรูดี ให้ดีไซน์ที่เรียบง่ายและดูไฮเอนด์เลยทีเดียว ซึ่งถ้าให้เทียบกับสมาร์ทโฟนในรุ่นที่ราคาใกล้เคียงกันของแบรนด์อื่น Blackview A7 ถือว่าชนะเลิศ เพราะเพียงแค่ความละเอียดหน้าจอ ในแบรนด์ที่ราคาหลัก 2-3 พันกว่าบาทจะให้ความละเอียดอยู่ที่ 480p แต่ของ Blackview A7 ให้รายละเอียดหน้าจอที่คมชัดมากถึง 720p กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าซื้อมาใช้งานแล้วคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน หากใครกำลังมองหาโทรศัพท์เครื่องใหม่ราคากลางๆ แต่คุณภาพคับแก้วแล้วล่ะก็ขอแนะนำว่าว่า Blackview A7 เป็นตัวเลือกที่คุณควรพิจารณา

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Blackview A7

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 1,486 บาท -