เปิดตัว Apple iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมชิปเซ็ต A11 bionic กล้องดีขึ้น รองรับ AR รองรับการชาร์จแบบไร้สาย

ดูเหมือนว่า Apple iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะเน้นไปที่การปรับปรุงคุณสมบัติภายในมากกว่าในเรื่องของดีไซน์ ทำให้งานนี้พระเอกอย่าง iPhone X ค่อนข้างจะขโมยซีนไปได้มากกว่า แม้สเปกจะไม่ทิ้งกันมากก็ตาม

เรียกว่าในงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ของค่าย Apple ในครั้งนี้ ความสนใจถูกเทไปที่ Apple iPhone X ซึ่งเป็นรุ่นฉลองครบรอบ 10 ปีการกำเนิด iPhone จนหลายคนอาจจะลืมไปว่ามี Apple iPhone 8 และ Apple iPhone 8 Plus เปิดตัวออกมาในครั้งนี้ด้วย โดยงานนี้จัดขึ้นที่ Steve Jobs Theater เพื่อเป็นการรำลึกถึงชายผู้ก่อตั้งบริษัทคือ Steve Jobs นั่นเอง แม้ในด้านดีไซน์จะเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยแต่ว่าคุณสมบัติต่างๆของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีและความแรงในระดับแถวหน้าเลยทีเดียว

เริ่มกันที่ดีไซน์การออกแบบก่อนเลย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับหน้าจอ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้วตามลำดับ มีคุณสมบัติในการแสดงภาพและสีสันที่ดีขึ้น รวมถึงช่วยปรับสภาพแสงให้เหมาะสมด้วย ในรุ่นนี้แม้ว่าดีไซน์ภายนอกจะเหมือนเดิมแต่ว่ามีการใช้วัสดุที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างอลูมีเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานอวกาศ ส่วนกระจกที่ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่องทางผู้ผลิตระบุว่าเป็นรุ่นที่แข็งแรงที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ ที่มีขายกันอยู่ตอนนี้ อีกทั้งยังรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP67 ป้องกันน้ำกระเซ็นใส่หรือเปียกฝนได้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงภายในนั้น iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับขุมพลังอย่างชิปเซ็ต Apple A11 bionic แบบ 6 แกน ที่ถูกระบุว่าแรงกว่า Apple A10 ถึง 25% เลยทีเดียวสำหรับในส่วนของสองแกนการประมวลผลขั้นสูงหรือ High performance และแรงขึ้นอีกถึง 70% สำหรับอีกสี่แกนประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน ส่วนด้านกราฟิกก็เร็วขึ้นอีก 30% ด้วยกัน เมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Apple A11 แล้วถือว่ารุ่นใหม่นี้แรงจัดหนักกว่ามาก ส่วนระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนสมาร์ทโฟนรุ่นนี้แน่นอนว่าคือ iOS 11ที่จะมาช่วยจัดการประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ ของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ให้ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะเลยทีเดียว

นอกจากนี้ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ยังรองรับเทคโนโลยีความจริงเสมือน AR หรือ Augment reality ได้เป็นอย่างดี รวมถึงรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายมาตรฐาน Qi wireless charging รวมถึงการชาร์จแบบเร็วที่สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลา 30 นาทีอีกด้วย โดยอุปกรณ์ที่จะมาช่วยในการชาร์จแบบใหม่นี้ก็คือ AirPower ที่สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ 3 อย่างพร้อมกัน แต่ต้องรอจนถึงปีหน้าถึงจะออกมาและต้องซื้อแยกต่างหาก

ในส่วนของกล้องถ่ายรูปยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจที่เป็นไฮไลต์หนึ่งของรุ่นนี้ โดย iPhone 8 มีกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8 มีตัวประมวลผลที่ช่วยทำให้สามารถโฟกัสภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นรวมถึงปรับปรุงการถ่ายภาพแบบ HDR ให้สมบูรณ์ขึ้น ส่วน iPhone 8 Plus มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8 และ f/2.8 มีระบบกันสั่น พร้อมไฟแฟลชแบบ Quad LED True Tone และโหมดการถ่ายภาพ Portrait Lighting ที่สามารถปรับแสงได้ถึง 5 ระดับด้วยกัน ด้านการบันทึกวีดีโอสามารถบันทึกวีดีโอระดับ 4K ที่ 60fps และวีดีโอแบบสโลโมชั่นความละเอียด Full HD ที่ 240fps ส่วนกล้องหน้าของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มีความละเอียด 7 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2 สามารถบันทึกวีดีโอได้ในระดับ Full HD

สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาในตัวเครื่อง สีทอง ,สีเงิน และสีดำ โดยจะมีรุ่นความจุ 64GB และ 256GB ราคาเริ่มต้นของ iPhone 8 อยู่ที่ 699 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 23,200 บาท ส่วน iPhone 8 Plus เริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐหรือราวๆ 26,500 บาท เริ่มเปิดให้จองกันในวันที่ 15 กันยายนนี้ และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กันยายนนี้เป็นต้นไป

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

Apple iPhone 8

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 24,000 บาท -