Apple iPhone 6 32GB เช็คราคาล่าสุด ราคาถูก สเปค

อันดับราคาถูกสุด 12,250 บาท ราคา 9 รายการ
ไปที่ร้านค้า Lazada ลาซาด้า
สี
It is 4.7 inches diagonally, has enough pixels to make it better than a 720p HD display. Using iOS 8 as operating system.
  • Smartphone สมาร์ทโฟน, iOS 8a
  • 4.7inches (~326 ppi pixel...
รุ่นที่เกี่ยวข้อง
Apple iPhone 6 32GB
รุ่นล่าสุด
Apple iPhone 8
24,000 บาท - Used : 24,500 บาท - (ราคา 15 รายการ)

เปรียบเทียบราคา

สเปค

รีวิว

เว็บบอร์ด

Filter
  • รุ่น
    สี
    • All
    • Space Gray
    • Silver
    • Pink
    • Gold
  • เงี่อนไข
    เงี่อนไข
    • ทั้งหมด
    • ใหม่
    • มือสอง
  • ประเภทร้านค้า
    ประเภทร้านค้า
    • ทั้งหมด
    • ร้านค้าออนไลน์และมีหน้าร้าน
    • มีหน้าร้าน
    • ร้านค้าออนไลน์
    • ผู้ขายบุคคลทั่วไป
  • วิธีการชำระเงิน
    วิธีการชำระเงิน
    • ทั้งหมด
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
    • เก็บเงินปลายทาง
    • ผ่อน
    • อื่นๆ
  • ข้อมูลของผู้ขาย
    ข้อมูลของผู้ขาย
    • ทั้งหมด
    • ภาคกลาง-กรุงเทพมหานคร
    • ภาคกลาง-กำแพงเพชร
    • ภาคกลาง-ชัยนาท
    • ภาคกลาง-นครปฐม
    • ภาคกลาง-นครสวรรค์
    • ภาคกลาง-นนทบุรี
    • ภาคกลาง-ปทุมธานี
    • ภาคกลาง-พิจิตร
    • ภาคกลาง-พิษณุโลก
    • ภาคกลาง-ลพบุรี
    • ภาคกลาง-สมุทรปราการ
    • ภาคกลาง-สมุทรสาคร
    • ภาคกลาง-สระบุรี
    • ภาคกลาง-สิงห์บุรี
    • ภาคกลาง-สุพรรณบุรี
    • ภาคกลาง-สุโขทัย
    • ภาคกลาง-อยุธยา
    • ภาคกลาง-อุทัยธานี
    • ภาคกลาง-อ่างทอง
    • ภาคกลาง-เพชรบูรณ์
    • ภาคตะวันตก-กาญจนบุรี
    • ภาคตะวันตก-ตาก
    • ภาคตะวันตก-ประจวบคีรีขันธ์
    • ภาคตะวันตก-ราชบุรี
    • ภาคตะวันตก-เพชรบุรี
    • ภาคตะวันออก-จันทบุรี
    • ภาคตะวันออก-ฉะเชิงเทรา
    • ภาคตะวันออก-ชลบุรี
    • ภาคตะวันออก-ตราด
    • ภาคตะวันออก-ปราจีนบุรี
    • ภาคตะวันออก-ระยอง
    • ภาคตะวันออก-สระแก้ว
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-กาฬสินธุ์
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ขอนแก่น
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ชัยภูมิ
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-นครพนม
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-นครราชสีมา
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-บึงกาฬ
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-บุรีรัมย์
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-มหาสารคาม
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-มุกดาหาร
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ยโสธร
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ร้อยเอ็ด
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ศรีสะเกษ
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สกลนคร
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สุรินทร์
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-หนองคาย
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-หนองบัวลำภู
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-อำนาจเจริญ
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-อุดรธานี
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-อุบลราชธานี
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-เลย
    • ภาคเหนือ-น่าน
    • ภาคเหนือ-พะเยา
    • ภาคเหนือ-ลำปาง
    • ภาคเหนือ-ลำพูน
    • ภาคเหนือ-อุตรดิตถ์
    • ภาคเหนือ-เชียงราย
    • ภาคเหนือ-เชียงใหม่
    • ภาคเหนือ-แพร่
    • ภาคเหนือ-แม่ฮ่องสอน
    • ภาคใต้-กระบี่
    • ภาคใต้-ชุมพร
    • ภาคใต้-ตรัง
    • ภาคใต้-นครศรีธรรมราช
    • ภาคใต้-นราธิวาส
    • ภาคใต้-ปัตตานี
    • ภาคใต้-พังงา
    • ภาคใต้-พัทลุง
    • ภาคใต้-ภูเก็ต
    • ภาคใต้-ยะลา
    • ภาคใต้-ระนอง
    • ภาคใต้-สงขลา
    • ภาคใต้-สตูล
    • ภาคใต้-สุราษฎร์ธานี
1

12,250 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์
  • ค่าส่งเริ่มที่ 69 บาท , กทม.: 2 - 5 วันทำการ/ ตจว.: 5 ...
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
    • เก็บเงินปลายทาง
    • อื่นๆ
1 รายการเพิ่มเติม
  • Gold
12,900 บาท -
1

12,900 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์
  • ค่าส่งเริ่มที่ 69 บาท , กทม.: 2 - 5 วันทำการ/ ตจว.: 5 ...
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
    • เก็บเงินปลายทาง
    • อื่นๆ
    • Gold
ดูราคาเพิ่มเติมอีก ดูราคาเพิ่มเติมอีก
ปิด
  • Gold
12,900 บาท -
1

12,250 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์
  • ยอดสั่งซื้อสินค้ารวมต่อออเดอร์...
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
    • เก็บเงินปลายทาง
    • ผ่อน
    • อื่นๆ
    • Gold
3

12,300 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์และมีหน้าร้าน
  • ค่าส่งเริ่มที่ 100 บาท/ซื้อครบ..., ส่งภายใน 3 - 5 วันทำการ
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
    • เก็บเงินปลายทาง
    • ผ่อน
    • อื่นๆ
    • Gold
3

12,300 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์และมีหน้าร้าน
  • ค่าส่งเริ่มที่ 80 บาท/ เกิน 1,..., ส่งภายใน 3 วันทำการ
    • โอนผ่านธนาคาร
    • Gold
5

12,900 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • Gold
6

12,990 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์และมีหน้าร้าน
  • ค่าส่งฟรี
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • เก็บเงินปลายทาง
    • Gold
7

13,900 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์และมีหน้าร้าน
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล 500 บาทขึ้..., ประมาณ 2-5 วันทำการ
    • เครดิต/เดบิต
    • โอนผ่านธนาคาร
    • ผ่อน
    • อื่นๆ
    • Gold
8

19,900 บาท

  • ร้านค้าออนไลน์

Apple iPhone 6 32GB ในไทยราคาเริ่มต้นที่ 12,250 บาท

ราคาต่ำสุดของ Apple iPhone 6 32GB คือ 12,250 บาท ที่ร้าน Lazada ลาซาด้า, BananaStore, ซึ่งถูกกว่า iPhone 6 32GB ของร้าน WELOVESHOPPING (19,900 บาท) ถึง 38%. ราคาล่าสุดของ Apple iPhone 6 32GB ถูกอัพเดทวันที่ 14/11/2017 17:02.

วีดีโอของ Apple iPhone 6 32GB

Apple iPhone 6 Review (Gold)

Apple iPhone 6 Review (Gold)

IPhone 6 32GB Unboxing

IPhone 6 32GB Unboxing

รายละเอียดสินค้าของ Apple iPhone 6 32GB

ประเภท

  • ประเภท: Smartphone สมาร์ทโฟน
  • รูปร่าง: Bar

พื้นฐาน

  • OS: iOS
  • OS ver: iOS 8a
  • SIM: Nano SIM
  • Storage: 32GB
  • แบตเตอรี่: Talk time: Up to 14 hours on 3G Standby time: Up to 10 days (250 hours)

หน้าจอ

  • ขนาดหน้าจอ: 4.7inches (~326 ppi pixel density)
  • ความละเอียดหน้าจอ: 1334 x 750

เครือข่าย

  • ประเภท: 2G, 3G, 4G (LTE)
  • 2G: GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 - A1549 (GSM) A1549 (CDMA) A1586
  • 3G: HSDPA 850 / 900 / 1700 / 1900 / 2100 - A1549 (GSM) A1549 (CDMA) A1586
  • 4G (LTE): LTE band 1(2100) 2(1900) 3(1800) 4(1700/2100) 5(850) 7(2600) 8(900) 13(700) 17(700) 18(800) 19(800) 20(800) 25(1900) 26(850) 28(700) 29(700) - A1549 GSM A1549 CDMA
  • Speed: HSDPA, 42 Mbps; HSUPA, 5.76 Mbps; EV-DO Rev. A, up to 3.1 Mbps; LTE, Cat4, 150 Mbps DL, 50 Mbps UL

กล้องถ่ายรูป

  • กล้องหลัก: 8.00 MP
  • กล้องหน้า: 1.20 MP

อื่นๆ

  • จุดเด่น: WiFi, Hotspot/Tethering, GPS, Bluetooth, Image Stabilization, Flash

ขนาด

  • ขนาด: 2.64 inches (67.0 mm) x 5.44 inches (138.1 mm) x 0.27 inch (6.9 mm)
  • น้ำหนัก: 4.55 ounces (129 grams)

เกี่ยวกับApple iPhone 6 32GB

ปัญหาหลักของคนส่วนใหญ่ก็คือลังเลว่าจะเลือกรุ่นไหนดี! วันนี้ เราจะมารีวิวแบบเจาะลึกเรื่อง iPhone 6 และ 6 plusซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไอโฟน และมาดูกันว่า

iPhone 6 ขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว (ซ้าย) และ iPhone 6 Plus ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว (ขวา)

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Apple เมื่อเทียบกับ iPhone 5s และ 5c รุ่นก่อนแล้ว โมเดลใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากไม่ว่าจะเป็นขนาดของหน้าจอหรือดีไซน์ จนเราสามารถเรียกไอโฟนรุ่นนี้ได้ว่า "ไอโฟนแห่งเจนเนอร์เรชั่นใหม่" Apple ระบุว่า หลังจากที่มีการเปิดตัวไอโฟนทั้งสองรุ่นไปแล้วนั้น ยอดจำหน่ายของไอโฟนรุ่นใหม่ทุบสถิติเดิมด้วยจำนวน 10 ล้านเครื่องภายในสามวัน แสดงให้เห็นว่า แม้ว่า iPhone รุ่นแรกจะวางจำหน่ายมาได้ 7 ปีแล้ว แต่ยอดขายก็ไม่เคยตกลงตามเวลาเลย

บทความนี้จะมาเจาะลึกถึง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus

* บทความนี้แปลมาจากบทความภาษาญี่ปุ่นของเวบไซต์ Kakaku.com

เมื่อขนาดหน้าจอกว้างขึ้น ฟังค์ชั่นการใช้งานจะต่างไปจากเดิมหรือไม่?

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดของ iPhone 6/6 Plus ก็คือขนาดของหน้าจอ ซึ่ง iPhone 6 มีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว และ iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ iPhone 5s ซึ่งมีขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว เราจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เสปกพื้นฐานและดีไซน์ของทั้งสองรุ่นนั้นเหมือนกัน จึงไม่มีการแบ่งระดับสูงระดับล่างเหมือนกับ iPhone 5s และ iPhone 5c ถ้าให้พูดกันแบบง่ายๆ ก็คือ iPhone 6 เป็นรุ่นเบสิค แต่ iPhone 6 Plus เป็นรุ่นที่มีหน้าจอและขนาดใหญ่ขึ้นมา นอกเหนือจากขนาดแล้ว ความแตกต่างก็คือ iPhone 6 Plus มีระบบกันภาพสั่นไหว optical image stabilization ของตัวกล้องและ user interface สำหรับการใช้งานในแนวนอน รวมทั้งความจุของแบตเตอรี่ที่มีมากกว่า ทั้งสองโมเดลมีให้เลือกสามสี คือ เงิน ทอง และสีเทา Space Gray

ขนาดของหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นย่อมส่งผลให้ขนาดของตัวเครื่องใหญ่ขึ้นด้วย ผมใช้ iPhone 5 ขนาดหน้าจอ 4 นิ้วมาตลอด แต่พอเปลี่ยนมาเป็น iPhone 6 ผมก็เคยชินกับมันทันที ผมพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นด้วยระบบ "flick" ด้วยมือเดียวได้เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก และผมก็เป็นคนถนัดมือขวาแต่ว่าผมก็สามารถพิมพ์ด้วยมือซ้ายได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าความกว้างของหน้าจอจะเปลี่ยนจาก 58.6 เป็น 67mm แต่ด้วยความบางและความกลมมนที่มากขึ้นทำให้ไม่รู้สึกว่าจับลำบากขึ้นแต่อย่างใด แต่แน่นอนว่า เมือคุณพิมพ์ด้วยนิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียว นิ่วของคุณจะไม่สามารถถึงหน้าจอส่วนบนได้ แต่ว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะว่ามันมีฟังค์ชั่นที่คุณสามารถกดปุ่มโฮมสองครั้งเพื่อย่อขนาดจอให้มาอยู่ด้านล่าง แค่นี้คุณก็ใช้นิ้วโป้งแค่นิ้วเดียวได้แล้วและคุณก็ไม่ต้องมานั่งเลื่อนมือให้พอดีกับขนาดของหน้าจอด้วย

ในทางกลับกัน iPhone 6 Plus มีความสูงถึง 158.1mm และกว้าง 77.8mm ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันใหญ่มาก แม้ว่ามันจะสามารถใส่ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อได้ แต่มันก็ค่อนข้างจะอึดอัดทีเดียว ตอนแรกผมคิดว่า ผมคงจะใช้แค่มือเดียวได้ แต่ว่าพอลองใช้จริงบนรถไฟ กลับพบว่ามันกลับใช้มือเดียวได้ลำบาก ผมว่ามันคงใช้มือเดียวเหมือนไอโฟนรุ่นก่อนๆ ยาก มันเหมาะกับการใช้สองมือมากกว่า

เหมือนที่ผมบอกไปแล้วข้างบนว่า iPhone 6 Plus มันมีระบบ user interface สำหรับแนวนอนโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้ใช้หน้าจอ 5.5 นิ้วได้อย่างเต็มที่ ในหน้าจอหลัก ไอค่อนหลักจะถูกแสดงทางขวาของหน้าจอ และแอปสำคัญๆ อย่าง Mail และ Message จะอยู่ห่างจากกันในระดับสองเพนซึ่งทำให้มันใช้งานง่ายยิ่งขึ้นอีก แน่นอนว่า หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นทำให้ดูรูป หนังและอีบุ๊คบนเครื่องได้ง่ายขึ้นด้วย สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือบนหน้าจอเล็กๆ iPhone 6 Plus น่าจะเป็นคำตอบที่รอคอยมานาน

ความละเอียดหน้าจอ iPhone 6 อยู่ที่ 1334x750 และ iPhone 6 Plus อยู่ที่ 1920x1080 เมื่อเทียบกับ iPhone 5s แล้วจะเห็นว่า Contrast Ratio นั้นสูงขึ้นมาก สีดำก็ออกมาดูดำกว่าเดิม ค่าความละเอียดหน้าจอและขนาดหน้าจอสูงขึ้น นอกจากนี้ อัตราความสว่างก็ยังเพิ่มเป็น 500cd ทั้งสองโมเดล เทคโนโลยีใหม่อย่าง Dual Domain Pixels ทำให้แสดงภาพในมุมที่กว้างขึ้นได้ Apple เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Retina HD Display ซึ่งทำให้คุณภาพของหน้าจอสูงขึ้น และคุณจะแปลกใจที่คุณสามารถมองในมุมที่กว้างกว่าเดิมมาก เมื่อหน้าจอมันใหญ่ขึ้น การแชร์หน้าจอดูกับเพื่อนก็คงมากขึ้นด้วย ฟังค์ชั่นจอภาพมุมกว้างนี้คงจะมีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว

ขนาดของ iPhone 6 คือ 138.1mm (สูง) x 67.0mm (กว้าง) x 6.9mm (หนา) และหนัก 129g ไม่มีปัญหากับการเล่นมือเดียว มันหนักและใหญ่กว่า iPhone 5 แต่กลับถือได้ถนัดมือทีเดียวขนาดของ iPhone 6 Plus คือ 158.1mm (สูง) x 77.8mm (กว้าง) x 7.1mm (หนา) และหนัก 172g. ใช้มือเดียวยากและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ผมเกือบจะทำมันหล่นเมื่อผมพยายามจะพิพม์ภาษาญี่ปุ่นในระบบ flick และตอนที่ผมพยายามจะถ่ายรูป

iPhone 5s ขนาด 4 นิ้ว (ซ้าย) iPhone 6 ขนาด 4.7 นิ้ว (กลาง) และ iPhone 6 Plus ขนาด 5.5 นิ้ว (ขวา) เห็นความแตกต่างของขนาดอย่างชัดเจน

เมื่อคุณกดปุ่มโฮมสองครั้ง จอแสดงผลจะเลื่อนลงมาด้านล่างของหน้าจอ ทำให้สามารถพิมพ์มือเดียวได้ง่ายขึ้น อัตราการลดของหน้าจอนั้นแตกต่างกันระหว่างสองรุ่น iPhone 6 (ซ้าย) and the iPhone 6 Plus (ขวา) iPhone 6 Plus จะลดหน้าจอลงมากกว่า เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า

Display Zoom เป็นลูกเล่นใหม่ที่สามารถขยายไอค่อนและตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้น คุณสามารถที่จะเลือกระหว่างหน้าจอพื้นฐานและหน้าจอขยายได้ในการตั้งค่าโทรศัพท์เริ่มแรก (ซ้าย) หน้าจอตรงกลางคือหน้าจอพื้นฐาน ส่วนหน้าจอทางซ้ายคือหน้าจอที่ขยายแล้ว นอกเหนือจากไอค่อนที่ใหญ่ขึ้นแล้ว รูปต่างๆ ที่ส่งมากับเมสเสจก็ยังใหญ่ขึ้นด้วย

iPhone 6 Plus มีระบบ user interface สำหรับแนวนอนโดยเฉพาะ ในหน้าจอหลัก ไอค่อนหลักจะถูกแสดงทางขวาของหน้าจอสำหรับแอพพลิเคชั่นข้อความ ด้านซ้ายจะแสดงรายชื่อบุคคลที่ทำการรับส่งข้อความด้วย และด้านขวาจะแสดงตัวข้อความ

ระบบออโต้โฟกัสแบบใหม่มีความเร็วและความแม่นยำในการจับภาพมากขึ้น นอกจากนี้ iPhone 6 Plus ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว optical image stabilization อีกด้วย

สำหรับฟังค์ชั่นของกล้องนั้น ความละเอียดของภาพและความสว่างไม่ค่อยแตกต่างกับ iPhone 5s มากนัก แต่เซนเซอร์นั้นถูกพัฒนาให้ใช้งานง่ายขึ้นมาก Apple ใช้เทคโนโลยี phase-detection autofocus ซึ่งถูกใช้มากในกล้อง DSLR จึงทำให้การโฟกัสภาพมีความเร็วและความแม่นยำมากขึ้น ในที่สว่างนั้นอาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก แต่ในที่มืด คุณจะเห็นได้ชัดว่ากล้องสามารถจับภาพได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น แม้ว่าระบบออโต้โฟกัสแบบเดิมจะดีอยู่แล้ว แต่กล้องใหม่นี้พูดได้ว่ายอดเยี่ยมมากจริงๆ เพียงสัมผัสหน้าจอตรงส่วนที่ต้องการโฟกัส ก็จะขึ้นช่องสี่เหลี่ยมบนหน้าจอทันที และส่วนด้านขวาของช่องสี่เหลี่ยมนั้น จะมีฟังค์ชั่นใหม่สำหรับปรับค่า exposure เพิ่มขึ้นมา ซึ่งเมื่อสไลด์ขึ้นไปด้านบน รูปจะสว่างขึ้น และเมื่อสไลด์ลงด้านล่าง รูปจะมืดลงอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีฟังค์ชั่นไทเมอร์สำหรับจับเวลาถ่ายรูป 3 หรือ 10 วินาทีได้อีกด้วย เมื่อเลือกฟังค์ชั่นนี้แล้ว กล้องจะเข้าสู้ระบบ Burst Mode โดยอัตโนมัติ ซึ่งกล้องจะถ่ายภาพเองหลายๆ ภาพ และเลือกภาพที่ดีที่สุดขึ้นมาเพียงรูปเดียวโดยอัตโนมัติ ฟังค์ชั่นภาพพาโนราม่าเป็นอีกฟังค์ชั่นหนึ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะสามารถถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงถึง 43 เมกะพิกเซล สำหรับ iPhone 6 Plus ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว และสามารถลด Noise ของภาพเมื่อถ่ายในที่มืดได้อีกด้วย

สำหรับกล้องวีดีโอ Apple ได้พัฒนาระบบ cinematic video stabilization ซึ่งป้องกันการสั่นไหวของภาพได้ดีขึ้น ในส่วนของวีดีโอสโลว์โมชั่นนั้น Apple ได้เพิ่มอัตราการเคลื่อนไหวจาก 120fps เป็น 240 fps ทำให้ได้ภาพเคลื่อนไหวที่ช้ามากขึ้น สิ่งที่โดดเด่นของฟังค์ชั่นสโลว์โมชั่นในไอโฟนตัวใหม่นี้ก็คือ แม้อัตราจะเพิ่มขึ้นเป็น 240fps ก็ตาม แต่ค่าความละเอียดของภาพกลับไม่เปลี่ยนแปลงเลย ซึ่งหาได้ยากมากในกล้องดิจิตอล ลูกเล่นใหม่ที่น่าสนใจในไอโฟนตัวนี้ก็คือฟังค์ชั่น time-lapse ซึ่งสามารถสร้างภาพต่อเนื่องในช่วงระยะเวลายาวนาน ทำให้คุณสามารถดูการเคลื่อนไหวของเมฆหรือการเจริญเติบโตของต้นไม้ได้ ด้วยฟังชั่นนี้ คุณจะสามารถสร้างวีดีโอสนุกๆ ได้หลากหลาย เพียงแค่คุณกดปุ่มบันทึกวีดีโอ แม้ว่าจะมีฟังค์ชั่นใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย แต่ไอโฟนก็ยังคงรักษาความเรียบง่ายไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

iOS 8 ได้เพิ่มฟังค์ชั่นปรับค่า exposure ของภาพ หากต้องการโฟกัสภาพตรงส่วนใด ก็เพียงสัมผัสหน้าจอตรงส่วนนั้น หน้าจอก็จะขึ้นช่องสี่เหลี่ยมขึ้นมาทันที และส่วนด้านบนขวาของช่องสี่เหลี่ยมนั้น จะมีไอค่อนสำหรับปรับค่า exposure ซึ่งเมื่อสไลด์ขึ้นไปด้านบน รูปจะสว่างขึ้น และเมื่อสไลด์ลงด้านล่าง รูปจะมืดลงอีกด้วยในฟังค์ชั่นจับเวลา เพียงสัมผัสภาพนาฬิกาด้านบนขวาของจอ ก็จะสามารถตั้งค่าจับเวลา 3 หรือ 10 วินาทีได้อย่างง่ายดาย เมื่อเลือกฟังค์ชั่นนี้แล้ว กล้องจะเข้าสู้ระบบ Burst Mode โดยอัตโนมัติ ซึ่งกล้องจะถ่ายภาพเองหลายๆ ภาพ และเลือกภาพที่ดีที่สุดขึ้นมาเพียงรูปเดียวโดยอัตโนมัติ

การถ่ายภาพในอาคาร จะทำให้ภาพเบลอได้ง่ายเนื่องจากความสว่างนั้นไม่เพียงพอ iPhone 6 มีระบบ optical image stabilization ซึ่งทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไปภาพที่ผมถ่ายตอนกลางคืนโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องแสงหรือการสั่นไหวของภาพเลย ผมแปลกใจมากที่ noise ของรูปนั้นน้อยมาก ระบบ optical image stabilization นั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ

เลนส์และความละเอียดของกล้อง iSight นั้นไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ระบบ phase-detection autofocus ทำให้การโฟกัสเร็วและแม่นยำขึ้น โดยยังคงฟังค์ชั่น True Tone Flash ไว้เหมือนเดิมเลนส์ของกล้องยื่นออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย แต่เมื่อใส่เคสแล้ว แทบจะไม่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากรุ่นเดิม หากไม่ได้ใส่เคส อาจจะต้องระวังขณะใช้เล็กน้อย

กล้อง Face Time เลนส์จะสว่างขึ้นเป็นขนาด 2.2F และยังสามารถใช้ฟังค์ชั่น Burst Mode ได้เหมือนกล้อง iSight จึงทำให้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

Slow motion 240Time lapse

แม้ว่าหน้าตาของ iOS 8 จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ฟังค์ชั่นการทำงานกลับเปลี่ยนไปมากทีเดียว

ต่อไป เราจะมาวิเคราะห์การทำงานของ iOS 8 กัน เมื่อดูเรื่องของดีไซน์แล้ว จะเห็นได้ว่า iOS 8 ไม่แตกต่างจาก iOS 7 มากนัก นั่นก็เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องของดีไซน์ใน iOS 7 ไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว แต่เมื่อพูดถึงเรื่องฟังค์ชั่นการใช้งาน จะเห็นได้ว่ามันเปลี่ยนแปลงอย่างมาก อย่างแรกก็คือการส่งข้อความซึ่งนอกจากตัวอักษรจะเปลี่ยนไปแล้ว ยังสามารถส่งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ปัจจุบันและส่งข้อความเสียงได้อีกด้วย สำหรับคนที่เดินทางโดยรถไฟ ฟังค์ชั่นนี้ อาจจะไม่มีผลมากนัก แต่สำหรับคนที่ใช้รถยนต์แล้ว ฟังค์ชั่นนี้สะดวกมากทีเดียว

ใน iPhoto ใหม่ คุณสามารถที่จะปรับแต่งค่ารูปพื้นฐานอย่างเช่น ค่าความสว่าง ค่า exposure และค่า contrast ได้ นอกจากนี้ เพียงแค่สไลด์หน้าจอ คุณก็ยังสามารถปรับแต่งสีและความสว่างได้อีกด้วย และอย่างที่ได้เขียนไปข้างต้นว่า ยังสามารถใช้ฟังค์ชั่น time-lapse และ ฟังค์ชั้นจับเวลาได้อีกด้วย

iOS 8 ได้สร้างทางเลือกใหม่มากมายสำหรับนักพัฒนาซอฟท์แวร์อิสระ ยกตัวอย่างเช่น นักพัฒนาสามารถที่จะเลือกแชร์ extensions สำหรับ Safari และรูปถ่ายได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้คีย์บอร์ดอิสระเช่นเดียวกับแอนดรอยด์ได้อีกด้วย แอพพลิเคชั่นแป้นพิมพ์ต่างๆ เช่น ATOK สำหรับ iOS , mazec และ Simeji ก็สามารถดาวน์โหลดผ่าน App Store ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่สำหรับคนที่ผิดหวังกับการป้อนข้อมูลของไอโฟนรุ่นก่อนๆ สำหรับภาพถ่าย คุณสามารถที่จะดึงภาพจากกล้องมือถือยี่ห้ออื่นได้ นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ Touch ID ซึ่งถูกนำเสนอครั้งแรกใน iPhone 5s นั้น ก็จะสามารถใช้ได้อย่างเสรีมากขึ้น ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้สามารถแสกนลายนิ้วมือผ่านแอพพลิเคชั่น 1Password ได้เท่านั้น แต่ต่อจากนี้ไป ผู้ใช้จะสามารถแสกนลายนิ้วมือผ่านแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่รองรับได้อีกด้วย

ลูกเล่นใหม่อีกตัวหนึ่งก็คือ ระบบ Handoff ซึ่งคุณสามารถสลับเปลี่ยนการใช้งานระหว่างแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยไม่ต้องปิดแอพพลิเคชั่นนั้นๆ การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ เช่นไอแพด แม็คบุ๊ค ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแอพพลิเคชั่นใหม่ที่น่าสนใจอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น iCloud Drive, Healthcare หรือ Family Sharing อย่างไรก็ตาม ก่อนการซื่อแอพพลิเคชั่นบน Apple Store คุณควรตรวจสอบก่อนว่าแอพลิเคชั่นนั้นสามารถรองรับ iOS 8 ได้หรือไม่ ไอโฟนรุ่นที่รองรับระบบ iOS 8 ได้แก่ ไอโฟนรุ่น 4s เป็นต้นไป iPad 2 เป็นต้นไป และ iPod touch (รุ่นที่ 5) เป็นต้นไป

ฟังค์ชั่น Tap and Talk ในแอพพลิเคชั่นข้อความ จะทำให้คุณสามารถกดไมโครโฟนค้างไว้เพื่อบันทึกเสียงและส่งข้อความเสียงได้รวดเร็วทันใจสิ่งที่น่าดีใจใน iOS ใหม่นี้ก็คือ การที่คุณจะสามารถส่งรูปภาพได้ครั้งละหลายภาพ และสามารถเลือกรูปภาพที่ถ่ายล่าสุดได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดแอพพลิเคชั่นรูปภาพแต่อย่างใด

คุณสามารถปรับแต่งรูปภาพได้หลากหลายผ่านแอพพลิเคชั่นภาพต่างๆคุณสามารถเชื่อมต่อกับฟิลเตอร์รูปภาพได้อย่างอิสระและยังสามารถปรับแต่งรูปภาพผ่านแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย

คุณสามารถที่จะตรวจสภาพอากาศ ตารางเวลา หรือราคาหุ้นผ่านวิตเจ็ทศูนย์การแจ้งเตือน (Notification Center) ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่สไลด์หน้าจอลงมาด้านล่าง นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มวิตเจ็ทเองสำหรับแอพพลิเคชั่นที่รองรับบนวิตเจทหลักนี้ได้อีกด้วยแอพพลิเคชั่น 1Password ใช้เซนเซอร์ลายนิ้วมือ Touch ID

ชิพ A8 ใช้ชิบเซทประมวลผล 64-bit รุ่นที่สอง มีแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

ต่อไป เราจะมาพูดถึงความเร็วในการประมวลผลของ iPhone 6 and the iPhone 6 Plus เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของทั้งสองรุ่นด้วย Geekbench3 จะพบว่าไม่มีความแตกต่างกันมาก เหมือนในกรณีของ iPhone 5 กับ iPhone 5s แต่เห็นได้ชัดว่ารุ่นใหม่นี้เร็วกว่าเดิม ชิบ A8 ใช้ชิบเซทประมวลผล 64 bit รุ่นที่สองของ Apple Apple ระบุว่า ชิบรุ่นใหม่นี้จะประหยัดพลังงานได้มากกว่าชิบ A7 รุ่นก่อนได้สูงสุด 50% ทำให้ตัวเครื่องประหยัดพลังงานได้มากกว่ารุ่นก่อนอย่างมาก โดยเฉพาะ iPhone 6 Plus นั้น มีความจุแบตเตอรี่สูงขึ้น โดยแบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง เมื่อใช้เครือข่าย LTE (iPhone 5s อยู่ได้นาน 10 ชั่วโมง) สามารถสนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมงบนเครือข่าย 3G (iPhone 5s อยู่ได้นาน 10 ชั่วโมง) และสามารถเปิดเครื่องรอใช้งาน (Standby) ได้ถึง 16 วัน (iPhone 5s อยู่ได้นาน 10 วัน) แม้ว่า แบตเตอรี่ของ iPhone 6 นั้นจะอยู่ได้นานมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน แต่แบตเตอรี่ของ iPhone 6 Plus นั้นก็มีความจุมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หากคุณไม่ต้องการมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ ผมแนะนำให้คุณใช้ iPhone 6 Plus มากกว่า

อุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นใหม่นี้ก็คือ M8 motion coprocessor ซึ่งจะตวรจวัดและบันทึกข้อมูลจากมาตรความเร่ง (accelerometer) เข็มทิศและไจโรสโคปอย่างต่อเนื่อง หน้าที่ของ coprocessor ตัวนี้ก็คือการลดการทำงานของชิป A8 รวมทั้งบันทึกและประมวลผลข้อมูล ส่วนมาตรวัดความดัน (barometer) บน iPhone 6 และ iPhone 6 Plus นั้น สามารถวัดระดับความสูงที่ผู้ใช้อยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขาหรือการขึ้นบันไดในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คน ในแง่ของประสิทธิภาพ อีกอุปกรณ์หนึ่งที่น่าจับตามองก็คือ Metal ซึ่งเป็นกราฟฟิค API ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าและมี overhead น้อยกว่า OpenGL นอกจากนี้ยังเป็นกราฟฟิค API ที่สามารถเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับ GPU ฮาร์ดแวร์ได้มากขึ้นอีกด้วย เกมที่ประมวลผลผ่าน Metal นั้น จะมีกราฟฟิกที่สวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและยังประหยัดพลังงานได้มากขึ้น

ผลการทดสอบมาตรฐานโดย GeekBench3
โมเดล GeekBench3 Single-core GeekBench3 Multi-core
iPhone 6 Plus 1607 2852
iPhone 6 1617 2889
iPhone 5S 1413 2562
iPhone 5c 709 1277
iPhone 5 722 1296

* ระบบประมวลผลของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus คือ iOS 8 แต่ระบบประมวลผลสำหรับ iPhone 5s, 5c และ and 5 คือ iOS 7 จะเห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ผลการทดสอบมาตรฐาน iPhone 6 Plus (ซ้าย) และ iPhone 6 (ขวา) ผมทดสอบมันสองสามครั้ง ซึ่งคะแนนอาจจะต่างกันออกไปบ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่

iPhone 6 Plus และ iPhone 6 ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ถือเป็นเจนเนอร์เรชั่นใหม่ของไอโฟน

และนี่คือรีวิว iPhone 6 and iPhone 6 Plus แบบเจาะลึก ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่า สองรุ่นใหม่นี้มีการพัฒนาไปอย่างมาก คุณอาจจะมองเผินๆ ว่า การเปลี่ยนแปลงหลักของมันมีแค่ขนาดของหน้าจออย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว ฟังค์ชั่นพื้นฐานอย่าง กล้อง ระบบประมวลผล และการเชื่อมต่อเครือข่ายนั้นก็พัฒนาไปมาก อินเตอร์เฟซของ iOS 8 นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ได้เปิดให้นักพัฒนาซอฟท์แวร์สามารถใช้งานได้อย่างอิสระมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต การเชื่อมต่อผ่านไอแพดและแม็คบุ๊คก็ดีขึ้นอย่างมาก ผมประทับใจกับการเชื่อมต่อของข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเรียกได้ว่าก้าวไปอีกขั้นทีเดียว เรื่องขนาดของหน้าจอนั้น เป็นเรื่องที่ใครหลายๆ คนถกเถียงกันอย่างไม่จบสิ้น บางคนก็บอกว่า Apple พยายามตามกระแสหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งก็เป็นไปได้ แต่เมื่อคำนึงถึงว่า Apple ได้เปิดตัว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus พร้อมกับ Apple Watch แล้ว การที่หน้าจอใหญ่ขึ้นนี้อาจจะต้องการให้สามารถเชื่อมต่อกับ Apple Watch ได้ง่ายขึ้นก็เป็นได้ Apple อาจจะกำลังทดลองดูว่า ไอโฟนขนาดไหนจะสามารถใช้กับ Apple Watch ได้ง่ายที่สุด แต่สำหรับผมแล้ว การที่หน้าจอใหญ่ขึ้นนี้หมายถึงการขึ้นยุคใหม่ของ iPhone

สุดท้ายนี้ ผมต้องการที่จะสรุปข้อสงสัยของหลายๆ คนที่ว่า "จะซื้อรุ่นไหนดี ระหว่าง iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus?" อย่างแรกที่อยากจะบอกเลยก็คือว่า ไม่ว่าคุณจะซื้อรุ่นไหน คุณก็จะสามารถสัมผัสถึงระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้จากทั้งสองรุ่น แต่สิ่งที่จะนำมาประกอบการตัดสินใจก็คือขนาดและแบตเตอรี่ iPhone 6 Plus นั้นมีขนาดและความจุของแบตเตอรี่ที่มากกว่า แต่ก็ถือลำบากกว่า iPhone 6 ธรรมดา ดังนั้น ถ้าหากคุณต้องการเล่นมือถือเพียงแค่มือเดียวล่ะก็ ผมแนะนำให้ใช้ iPhone 6 ธรรมดาจะดีกว่า โดยส่วนตัวแล้ว ผมมักจะมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ไม่พอเสมอ ผมจึงคิดว่าจะใช้ iPhone 6 Plus แต่หลังจากที่ผมใช้ทั้งสองรุ่นเพื่อเขียนบทความนี้ ผมก็พบว่า ผมใช้ iPhone 6 มากกว่า iPhone 6 Plus เสียอีก ดังนั้น ผมอาจจะต้องใช้เวลาตัดสินใจอีกสักหน่อย

รีวิวของ Apple iPhone 6 32GB

รีวิวโดยผู้ใช้ : 1รีวิว

ดีไซน์ 4.0
การพกพา 3.0
การป้อนข้อมูล 4.0
การตอบสนอง 4.0
จอแสดงผล 4.0
คุณภาพเสียงขณะโทร 4.0
แบตเตอรี่ 3.0
รวมทั้งหมด 3.7

B-manit

สวยบางเฉียบ ระบบปฏิบัติการเป็นเลิศ

เห็นแล้วสะดุดตามากเพราะบางเบาเสียเหลือเกิน หน้าจอใหญ่ขนาด 4.7 นิ้ว ให้ความละเอียดภาพและสีสันที่สวยงามมาก ...อ่านรีวิวเพิ่มเติม

  • เรตติ้ง : 3.7
  • วันที่ : 27/9/2017
  • รีวิวโดย B-manit

เว็บบอร์ดของ Apple iPhone 6 32GB

Paem_L

รุ่นใหม่มาแล้ว ตัวนี้ยังน่าสนอยูมั้ย

ตอนนี้ iPhone ออกรุ่นใหม่มาแล้ว ตัวนี้ยังน่าสนอยู่มั้ย

  • อัพเดทล่าสุด : 16/10/2017
  • โพสต์โดย Paem_L
  • ตอบกระทู้นี้ : 2 คำตอบ

Pare Wah

ราคามือสองตอนนี้น่าจะอยู่ที่เท่าไหร่คะ

ราคามือสองตอนนี้น่าจะอยู่ที่เท่าไหร่คะ สำหรับเครื่องสภาพดีๆ

  • อัพเดทล่าสุด : 13/9/2017
  • โพสต์โดย Pare Wah
  • ตอบกระทู้นี้ : 0 คำตอบ

เปรียบเทียบกับ Apple iPhone 6 32GB

Apple iPhone 4s 64GB

  • ราคาที่ถูกกว่า
  • คุณสมบัติที่ดีกว่า

Apple iPhone 4s 64GB

ราคาถูกที่สุด : 3,500 บาท

Apple iPhone 5 64GB

  • ราคาที่ถูกกว่า
  • คุณสมบัติที่ดีกว่า

Apple iPhone 5 64GB

ราคาถูกที่สุด : 4,850 บาท

Apple iPhone SE

  • ราคาที่ถูกกว่า
  • คุณสมบัติที่ดีกว่า

Apple iPhone SE

ราคาถูกที่สุด : 4,999 บาท มือสอง

Apple iPhone 5s 64GB

  • ราคาที่ถูกกว่า
  • คุณสมบัติที่ดีกว่า

Apple iPhone 5s 64GB

ราคาถูกที่สุด : 6,700 บาท มือสอง

Apple iPhone 6 64GB

  • ราคาที่ถูกกว่า
  • คุณสมบัติที่ดีกว่า

Apple iPhone 6 64GB

ราคาถูกที่สุด : 8,500 บาท มือสอง

Top5 โทรศัพท์มือถือ Apple

1

Apple iPhone 7

ราคาถูกที่สุด : 17,000 บาท

  • Smartphone สมาร์ทโฟน, iOS 10
  • 4.7 inches, 1334 x 750 pixel
  • 2G, 3G, 4G (LTE), 128GB, ...
2

Apple iPhone 6 16GB

ราคาถูกที่สุด : 6,800 บาท มือสอง

  • Smartphone สมาร์ทโฟน, iOS 8
  • 4.7inches (~326 ppi pixel...
  • 2G, 3G, 4G (LTE), 16GB
3

Apple iPhone 5s 16GB

ราคาถูกที่สุด : 3,900 บาท

  • Smartphone สมาร์ทโฟน, iOS 7
  • 4.0 inches (~326 ppi pixe...
  • 2G, 3G, 4G (LTE), 16GB
4

Apple iPhone 6 Plus 64GB

ราคาถูกที่สุด : 7,000 บาท มือสอง

  • Phablet แฟบเล็ต, iOS 8
  • 5.5inches (~401 ppi pixel...
  • 2G, 3G, 4G (LTE), 64GB
5

Apple iPhone 6s 32GB

ราคาถูกที่สุด : 18,000 บาท

  • Smartphone สมาร์ทโฟน, 10
  • 4.7 inches (~65.6% screen...
  • 2G, 3G, 4G (LTE), 32GB, 2GB

Top5 อุปกรณ์มือถือ

1
WristSmart Smart Watch GT08

WristSmart Smart Watch GT08

329 บาท

  • อื่นๆ
2
WristSmart Smart Watch GT88

WristSmart Smart Watch GT88

1,429 บาท

  • อื่นๆ
3
WristSmart Smart Watch W8

WristSmart Smart Watch W8

279 บาท

  • อื่นๆ
4
WristSmart Smart Watch W90

WristSmart Smart Watch W90

699 บาท

  • อื่นๆ
5
WristSmart Smart Watch DZ09

WristSmart Smart Watch DZ09

269 บาท

  • อื่นๆ
แสดงผลบน: คอมพิวเตอร์ | โทรศัพท์มือถือ